กลุ่มแพทย์ฉุกเฉินแย้ง “หมอก้อง” สรวิชญ์ แนะนำปฐมพยาบาลผิดๆ ออกรายการทีวี

กลายเป็นประเด็นร้อน เมื่อ หมอก้อง นพ.สรวิชญ์ สุบุญ ออกรายการตีสิบเดย์ มาสาธิตวิธีการปฐมพยาบาลขั้นพื้นฐานโรคต่างๆ เช่น ไฟดูด งูกัด ปั๊มหัวใจ การผายปอด เมื่อวันที่ 23 ก.ค. ที่ผ่านมา โดยหลังจากที่รายการออกไป มีแพทย์ ER (เวชศาสตร์ฉุกเฉิน) ได้โพสต์เฟซบุ๊ก และมีการแชร์ออกไปเป็นจำนวนมาก โดยได้ระบุว่า สิ่งที่หมอก้อง นำไปพูดในรายการนั้น ไม่ตรงกับหลักวิชาการในการปฐมพยาบาล โดยตอนหนึ่งได้ระบุว่า  “หมอก้องออกตีสิบ สอนปฐมพยาบาล ในฐานะหมอ ER ได้ดูแล้วทนไม่ได้จริงๆสิ่งที่บอก งูกัด ให้หาอะไรรัดเหนือบาดแผล สิ่งที่ถูกต้อง ไม่ต้องหาอะไรมารัดหรือขันชะเนาะ ให้พยายามให้ส่วนที่ถูกกัดอยู่นิ่งๆ ขยับน้อยที่สุด ไม่ต้องเอาเชือกรัด ไม่ต้องดูดเลือดออกจากแผลแบบ พระเอกในละคร สิ่งที่บอก งูแมวเซากัด พิธีกรบอกจะมีอาการง่วงๆ ให้ปลุกให้ตื่นถ้าหลับอาการจะแย่ แต่คุณหมอก็เออออ สิ่งที่ถูกต้อง งูแมวเซามีพิษต่อระบบเลือด มีผลให้การแข็งตัวของเลือดผิดปกติ จึงอาจมีภาวะเลือดออกผิดปกติได้ แต่ไม่เกี่ยวกับทำให้ง่วง แต่บางคนที่โดนงูกัดแล้วมีอาการเหมือนง่วงนอน ที่จริงแล้วเป็นงูพิษจำพวกที่เป็นพิษต่อระบบประสาท ทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง แม้กระทั่งหนังตา จึงทำให้หนังตาตก ตาจะปิดลืมตาไม่ขึ้นดูเหมือนคนง่วงนอน แต่ความจริงไม่ได้ง่วง มัวแต่ปลุกไม่ช่วยอะไร” เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีการระบุ ถึงสิ่งที่ไม่ถูกต้องอีกหลายจุด โดยพบว่า มีผู้นำข้อความดังกล่าวไปโพสต์ในอินสตาแกรมส่วนตัวของหมอก้อง ซึ่งหมอก้อง ได้ตอบกลับข้อความดังกล่าวว่า “ขอบคุณครับ ไม่มีไรหรอกครับผม ข้อมูลทางวิชาการที่นำไปออกรายการผมก็ได้มาจากอาจารย์ครับ แต่ส่วนหนึ่งต้องยอมรับว่า รายการวาไรตี้ ต้องทำให้ดูสนุก ไม่เครียดกับข้อมูลวิชาการเกินไป ผมว่าลองกลับไปดูรายการย้อนหลังสิครับ” 

หลังจากนั้น ก็มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นแย้งว่า ข้อมูลทางการแพทย์ เป็นเรื่องที่ควรชี้แจงให้ถูกต้องเพื่อไม่ให้คนเข้าใจผิด และนำไปใช้อย่างผิดๆ 

ที่มา>>>ข่าวสด

เมืองจีนก็มี จัดใหญ่เลี้ยงโต๊ะจีนลิงกว่า 3 พันตัวทีเดียว

  เพจ   รายงานว่า ฝูงลิงแม็กแคกที่อาศัยอยู่แถวจุดชมวิวอู่หลงโข่ว เขตจี้หยวน มณฑลเหอหนานมีความสุขกับบุฟเฟ่มื้อใหญ่ท่ามกลางอากาศที่ร้อนระอุ ซึ่งบุฟเฟ่มื้อใหญ่นี้ประกอบไปด้วยผลไม้ต่างๆเช่น องุ่น แอปเปิ้ล กล้วยหอม แตงโม ลูกท้อ และอื่นๆกว่า 4,000 กิโลกรัมอย่างไรก็ตาม ที่นี้นับว่ามีฝูงลิงแม็กแคกที่จำนวนใหญ่ที่สุดในจีนด้วยจำนวน 16 ฝูง ทั้งหมด 3,000 กว่าตัว อีกทั้งยังเป็นฝูงลิงแม็กแคกที่อาศัยอยู่แถบเส้นรุ้งที่เหนือที่สุดของโลกด้วย

ที่มา>>>ข่าวสด

จับรถตู้ลอบขนแรงงานเขมร 11 คนเตรียมส่งเข้ากรุงทำงานย่านบางนา (คลิป)

 เมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 25 ก.ค. พ.ต.ท.สุชาติ ผิวอ่อน รักษาการตำรวจทางหลวงปราจีนบุรี พร้อมด้วย ร.ต.ท.กิตติ สงวนทรัพย์ ร.ต.ท.อุทัย ทองลับแลง เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงปราจีนบุรี หลังจากรับแจ้งว่า จะมีรถยนต์ตู้โดยสารสาธารณะนำพาแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย หลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย จะให้เส้นทางถนนทางหลวงสายสุวรรณศร 33 มุ่งหน้าเข้าจังหวัดสระแก้ว จึงได้ให้เจ้าหน้าที่ออกตรวจเพื่อทำการตรวจสอบ ต่อมาเมื่อเวลา 04.30 น. ที่บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 190-191 ตำบลนนทรี อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี สังเกตเห็นรถยนต์ตู้ ยี่ห้อโตโยต้า สีขาว หมายเลขทะเบียน 10-1880 ปราจีนบุรี ซึ่งเป็นรถยนต์โดยสารสาธารณะวิ่งระหว่าง ตลาดโรงเกลือ สระบุรี กบินทร์บุรี หมายเลขข้างรถ ม2จ/341-14 ของบริษัทวิหารแดง ขนส่ง ขับมาจากอำเภอประจันตคาม มุ่งหน้าจังหวัดสระแก้ว ท่าทางมีพิรุธ จึงส่งสัญญาณให้หยุดชิดขอบทางด้านซ้ายโดยมีนายสมใจ ชิมโพธิ์คลัง อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 11/13 หมู่ 19 ตำบลแม่เลย์ อำเภอแม่วงก์ จังหวัดนครสวรรค์ ภายในรถบริเวณเบาะนั่งผู้โดยสารพบชาวกัมพูชา จำนวน 11 คน เป็นหญิง 9 คน และชาย 2 คน และขอตรวจเอกสารการเข้าเมือง ปรากฏว่าชาวกัมพูชาทั้ง 11 คน ไม่มีเอกสารการเข้าเมืองให้เจ้าหน้าที่ดูแต่อย่างใด

จากการสอบถามนางสมพร ทอง ชาวกัมพูชาที่พูดไทยได้ เปิดเผยว่า ตนเองว่าจ้างได้มาว่าจ้างนายสมใจ ผู้ขับขี่รถยนต์ตู้คันที่ตนและพวกโดยสารมาจากจังหวัดสระบุรี เพื่อให้ไปส่งที่ตลาดโรงเกลือ อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว โดยเสียค่าโดยสารคนละ 1,700 บาท จึงแจ้งข้อกล่าวหากับนายสมใจ ชิมโพธิ์คลัง ช่วยเหลือ ซ่อนเร้น อุปการะ นำ หรือกระทำการด้วยประการใดๆให้บุคลต่างด้วย ซึ่งตนรู้ว่าเข้ามาในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย พ้นจากการถูกจับกุม จากนั้นจึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมด ส่งพนักงานสอบสวน สภ.กบินทร์บุรี เพื่อดำเนินคดีต่อไป

พ.ต.ท.สุชาติ ผิวอ่อน รักษาการสารวัตรตำรวจทางหลวงปราจีนบุรี กล่าวว่า จากการสอบถามนางสมพร ให้การว่า ตนพาชาวกัมพูชาทั้งหมดมาจากที่ทำงานย่านบางนา กรุงเทพฯ เพื่อกลับประเทศกัมพูชา โดยว่าจ้างรถยนต์ตู้โดยสารให้ไปส่งที่ตลาดโรงเกลือ เบื้องต้นจะสอบสวนว่าการนำพาทำกันเป็นขบวนการหรือไม่ และจะขยายผลเพื่อติดตามผู้ที่อยู่เบื้องหลังมาดำเนินคดีต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

ลุงลงซื้อข้าวเสียบกุญแจคารถกลับมาจยย.ถูกฉกกลางรพ. วงจรปิดจับภาพคนร้ายชายขาเป๋ (คลิป)

คนร้ายลักทรัพย์รถจักรยานยนต์ ภายในลานจอดรถโรงพยาบาลระนอง โดยมีภาพกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพคนร้ายในขณะก่อเหตุลักทรัพย์ไว้ได้ จนท.ตำรวจระบุ คนร้ายลักษณะการเดินคล้ายคนขาเป๋ และขณะขับรถจักรยานยนต์ออกทางประตูหน้าโรงพยาบาล ซึ่งคนร้ายน่าจะทราบว่ามีกล้องวงจรปิด จึงเอาเสื้อคลุมที่พาดบ่ามา ทำการคลุมศีรษะ เพื่อไม่ให้กล้องจับภาพใบหน้า เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 25 ก.ค. พ.ต.ต.ธนกฤต ศรีนาค ร้อยเวร พงส.สภ.เมืองระนอง รับแจ้งเหตุ คนร้ายลักทรัพย์รถจักรยานยนต์ ฮอนด้าดรีม สีแดง ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ภายในลานจอดรถ โรงพยาบาลระนอง โดยมีภาพกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพคนร้ายในขณะก่อเหตุลักทรัพย์ไว้ได้ โดยผู้เสียหาย คือนายบุญโชติ รุจิกาญจนพิสุทธิ์ อายุ 61 ปี อยู่บ้านเลขที่ 204/9  ถ.ท่าเมือง ต.เขานิเวศน์ อ.เมืองระนอง จ.ระนอง ได้นำรถจักรยานยนต์เข้าจอดระหว่างทางลงอาคารผู้ป่วย ตึกธนาชีวิต เพื่อเดินไปซื้อแกงถุงภายในร้านค้าสวัสดิการของโรงพยาบาล และจอดไว้เพียง 10 นาที โดยเสียบกุญแจรถจักรยานยนต์ทิ้งไว้ เมื่อกลับมาที่จอดรถ จึงทราบว่ารถจักรยานยนต์ได้หายไปเสียแล้ว

เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิด ที่สามารถบันทึกลักษณะและรูปพรรณคนร้ายในขณะก่อเหตุไว้ได้ โดยคนร้ายสวมกางเกงยีนส์ขายาว เสื้อยืดคอกลมสีฟ้า และทำท่าคล้ายลักษณะเดินโทรศัพท์ลงมาที่รถจักรยานยนต์ ก่อนจะเข้าลักทรัพย์สตาร์ทรถจักรยานยนต์ออกไปทันที ซึ่งท่าทางการเดินเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนระบุ คนร้ายลักษณะการเดินคล้ายคนขาเป๋ และขณะขับรถจักรยานยนต์ออกทางประตูหน้าโรงพยาบาล ซึ่งคนร้ายน่าจะทราบว่ามีกล้องวงจรปิด จึงเอาเสื้อคลุมที่พาดบ่ามา ทำการคลุมศีรษะ เพื่อไม่ให้กล้องจับภาพใบหน้า

เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองระนอง  เร่งออกติดตามคนร้าย รายนี้ มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

“นายดาบ”ซิ่งปาเจโร่คว่ำหลายตลบ แต่รอดปาฏิหาริย์ เชื่อบารมีเหรียญ”หลวงพ่อช่วย”ช่วยชีวิต

เมื่อวันที่ 22 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานจากจ.นครศรีธรรมราช ว่า มีหัวหน้าป้อมยามสายตรวจเขาพระทอง ต.เขาพระทอง อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช ประสบอุบัติเหตุขับรถพลิกคว่ำรถพังยับเยิน แต่รอดตายปาฏิหาริย์ จนเป็นเรื่องที่ร่ำลือกันอย่างกว้างขวางต่อมาผู้สื่อข่าวได้ติดต่อไปยังหัวหน้าป้อมยามดังกล่าว ทราบชื่อผู้ประสบอุบัติเหตุคือ ด.ต.อรุณ ธารพงษ์ทรัพย์ อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 9 ม.2 ต.เกาะขันธ์ อ.ชะอวด จ. นครศรีธรรมราช ตำแหน่ง ผบ.หมู่งาน ป.สภ. ชะอวดด.ต.อรุณกล่าวว่า ตนทำหน้าที่หัวหน้าป้อมยามสายตรวจเขาพระทอง ได้ประสบอุบัติเหตุเมื่อวันที่ 16 ก.ค.59 ที่ผ่านมา ขณะขับรถยนต์ห้อมิตซูบิชิ ปาเจโร่ สีดำ ทะเบียน กจ-3900 พัทลุง ไปทำธุระที่ อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช และรถเสียหลักพลิกคว่ำที่บริเวณถนนเอเชีย 41 สามแยกสวนผักท้องที่ ต.ร่อนพิบูลย์ อ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช รถพังยับเยินทั้งคัน แต่ตนเองรอดตายโดยไม่ได้รับอันตรายใดๆ จนร่ำลือกันว่ารอดเพราะหลวงพ่อช่วยจากนั้นด.ต.อรุณได้โชว์เหรียญ “หลวงพ่อช่วย” และกล่าวอีกว่า ตนแขวน “หลวงพ่อช่วย” ติดตัวเพียงเหรียญเดียวเท่านั้น วันเกิดเหตุตนขับรถด้วยความเร็วไปตามถนนดังกล่าว เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุมีรถยนต์กระบะที่ขับนำหน้าพุ่งออกมาจากเลนซ้ายปาดหน้าในระยะกระชั้นชิด ทำให้ตนต้องหักพวงมาลัยหลบอย่างกะทันหัน ปรากฏว่าว่าเสียหลักลงร่องกลางถนน 4 เลน พลิกคว่ำหลายตลบจนพังเสียหายทั้งคัน แต่ตนเองไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆ ราวกับเกิดปาฏิหาริย์“ผู้คนที่มามุงดูและพบเจอรถยนต์ต่างคิดว่าคนขับคงจะได้รับบาดเจ็บอย่างหนักหรืออาจเสียชีวิต แต่เมื่อรู้กันว่าผมคือคนขับรถคันดังกล่าวที่รอดมาได้ ก็พากันถามว่ามีของดีหรือเปล่า ซึ่งผมก็บอกไปว่าแขวนเหรียญหลวงพ่อช่วย รุ่นพระช่วย จันฺทวัณฺโณ วัดเขาพระทองเท่านั้น ทำให้ชาวบ้านเชื่อกันว่าที่รอดตายมาได้เพราะบารมีหลวงพ่อช่วย ซึ่งเป็นพระภิกษุลูกวัดเขาพระทอง อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช ขณะนี้ยังจำวัดเขาพระทองอยู่”ด.ต.อรุณกล่าว

ที่มา>>>ข่าวสด

เมียตะโกนลั่นพายุงวงช้างมาก่อนพัดสังกะสีปลิวว่อนถล่มบ้านพังเสียหาย

 เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 22 ก.ค. ร.ต.ท.พิทักษ์ ปั้นท่าโพ รอง สว.(ป) สภ.ชุมแสงสงคราม อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก พร้อมกับเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบที่บ้านเลขที่ 168/1 หมู่ 9 บ้านตระแบกงาม ต.ชุมแสงสงคราม หลังได้รับแจ้งจาก นายทวิทย์ เหลือสิงห์กุล ผู้ใหญ่บ้านบ้านตะแบกงามว่า เกิดพายุงวงช้างทำให้บ้านของประชาชนเสียหาย 1 หลัง และเพิงเก็บของ 1 หลัง พบนายพรศักดิ์ นาคอ่วมค้า อายุ 48 ปี เจ้าของบ้านหลังดังกล่าว เล่าให้ฟังว่า ช่วงเวลาประมาณ 18.00 น. วันที่ 21 ก.ค. ที่ผ่านมา มีฝนตกลงมาพรำๆ แต่ลมแรงมาก แล้วเกิดมีพายุงวงช้างที่บริเวณกลางทุ่งนา แล้วพายุงวงช้างได้ตรงมายังบ้านของตนที่พึ่งสร้างใหม่ พัดเอาสังกะสีบ้านปลิวว่อนไปทั่วบริเวณ ก่อนที่จะตรงไปพัดเอาเพิงพักเก็บของที่บ้านพ่อตาของตนเสียหายอีก 1 แห่ง นางสมควร นาคอ่วมค้า อายุ 42 ปี ภรรยาของนายพรศักดิ์ เปิดเผยว่า ตอนแรกตนนั่งทำเอกสารอยู่ที่บ้านพ่อ พอพ่อตะโกนบอกว่าพายุงวงช้างมาเลยรีบเก็บเอกสารที่วางกองไว้บนโต๊ะ จากนั้นก็ได้เสียงดังสนั่นหวั่นไหว ทั้งสังกะสีสิ่งของรอบบ้านปลิวว่อน เสียงลมน่ากลัวมาก นายทวิทย์ เหลือสิงห์กุล ผู้ใหญ่บ้านบ้านตะแบกงาม เปิดเผยว่า เบื้องต้นได้รายงานให้ทางนายอำเภอบางระกำทราบเรื่องแล้ว ซึ่งหน่วยงานภาครัฐจะได้เข้ามาตรวจสอบความเสียหาย เพื่อจะได้ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับนายพรศักดิ์และนายจำลองต่อไป นอกจากนี้ ทางนายก อบต.ชุมแสงสงคราม จะจัดส่งเจ้าหน้าที่กองช่างมาสำรวจความเสียหาย เพื่อหาหนทางช่วยเหลือกรณีประสบวาตภัยต่อไปด้วย

ที่มา>>>ข่าวสด

ครูผู้พิการสายตาร.ร.ตรังร่วมกับนักเรียน ทำเอ็มวีเพลงสอนวิชาภาษาไทยเผยแพร่ลงยูทูป

 เมื่อวันที่ 2 ก.ค. นายชาตรี บุญมี ครูวิชาภาษาไทยผู้พิการทางสายตา แห่งโรงเรียนบ้านคลองภาษี ในสังกัดเทศบาลเมืองกันตัง จังหวัดตรัง หรือที่เด็กๆ เรียกว่า “ครูแว่นดำ” ร่วมกับนักเรียนจัดทำ เอ็มวีเกี่ยวกับความรู้ด้านภาษาไทย แล้วนำไปเผยแพร่ทางยูทูป (YouTube) ซึ่งแม้จะเป็นเพลงแรก แต่ก็ได้รับความสนใจไม่น้อย โดยเฉพาะในส่วนของตัวเด็กเอง เนื่องจากมีเนื้อหาที่บอกรายละเอียดต่างๆ อย่างครบถ้วน และการนำดนตรีมาเป็นสื่อก็ช่วยให้สามารถเสพหรือรับรู้ได้ง่าย ซึ่งดีกว่าการนำมาบอกมาสอนหน้าชั้นเรียนแบบวิธีการเดิมๆ โดยก่อนหน้านี้ ครูชาตรี เคยทำเอ็มวีมาแล้ว 30-40 เพลง แต่เกี่ยวกับความรู้ด้านธรรมะ ซึ่งก็ได้รับความสนใจในระดับหนึ่ง จึงนำประสบการณ์มาแชร์ร่วมกับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 2-3 ที่เข้าร่วมโครงการนักข่าวรุ่นเยาว์เพื่อชุมชน ซึ่งมีการเรียนถ่ายภาพ ลงเสียง และตัดต่อภาพแบบมืออาชีพ ระดับเบื้องต้น ประกอบกับในฐานะที่ตนเองสอนวิชาภาษาไทยมานาน พบปัญหาเด็กไม่เข้าใจเรื่องคำวิเศษณ์ หรือคำที่ทำหน้าที่ขยายคำนาม คำสรรพนาม คำกริยา หรือคำวิเศษณ์เอง เพื่อให้ได้ใจความชัดเจนขึ้น ดังนั้น จึงร่วมกับนักเรียนแต่งเนื้อร้อง โดยนำรายละเอียดทั้งหมดของคำวิเศษณ์ใส่ลงไป และเลือกทำนองเพลง “เชือกวิเศษ” ของศิลปิน “ลาบานูน” ซึ่งมีชื่อคล้ายๆ กัน แล้วมาร้องเล่นดนตรีประกอบ พร้อมกับบันทึกภาพเคลื่อนไหว ซึ่งต่างจากครั้งก่อนๆ ที่ใช้เพียงภาพนิ่ง ก่อนตัดต่อ บันทึกเสียง แล้วนำไปเผยแพร่ทางยูทูปปรากฎว่า ได้รับความสนใจอย่างรวดเร็ว ไม่เฉพาะเด็กๆ ยังรวมไปถึงผู้ปกครอง ครู และบุคคลทั่วไป เพราะผู้คนยุคใหม่ไม่ค่อยเข้าใจ หรือใช้คำวิเศษณ์อย่างถูกต้อง นายชาตรี กล่าวว่า ที่ผ่านมา เคยมีครูวิชาภาษาไทย ทำเอ็มวีแล้วนำไปเผยแพร่ทางยูทูปโดยมีลักษณะแตกต่างกันไป แต่สำหรับตนเองเห็นว่าการสื่อด้วยเพลงทำให้เด็กรับรู้ได้ง่ายที่สุด และยิ่งมีการเลือกทำนองเพลงดังๆ มาผสมผสานด้วยแล้วจะยิ่งดีที่สุด เพราะช่วยเกิดแรงกระตุ้นให้เข้าใจวิชาภาษาไทยมากขึ้น โดยเฉพาะคำวิเศษณ์ ซึ่งเมื่อนำมาวิเคราะห์เป็นประโยคแล้ว ส่วนใหญ่เด็กๆ มักจะเกิดความงุนงง แต่หากได้ฟังเพลงนี้จะเกิดความเข้าใจ และเกิดความรักวิชาภาษาไทยในที่สุด

ที่มา>>>ข่าวสด

น้องนุ่น นักมวยน่ารัก ฟิตซ้อมหนักจนล้มป่วย ยกเลิกไฟต์ต่อยสาวจีน

14691624451469162638lเมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 22 กค 59 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจาก ร.ต.องอาจ ศรีทรา หัวหน้าค่ายมวยเพชรค้นผึ้ง ต.เหมืองแก้ว อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ว่า น้องนุ่น รุ่งจินา  เขตรักษา อายุ 23 ปี นักมวยในสังกัดค่าย ได้เกิดล้มป่วยกระทันหันคาดเนื่องจากสภาวะอากาศเปลี่ยนแปลงฝนตก และน้องนุ่นเองก็ทุ่มเทซ้อมอย่างหนัก เพื่อเตรียมขึ้นชกกับ นักมวยสาวพริสตี้ น้องปุยฝ้าย ช สังกะสี หรือเหล็กสยาม ที่กรุงเทพ ในวันที่ 12 ส.ค.59 วันแม่ โดยน้องไม่ยอมไปโรงพยาบาล และขอเดินทางกลับไปหาแม่ ที่เชียงราย ร.ต.องอาจ ศรีทรา หัวหน้าค่ายเพชรต้นผึ้ง ได้เผยอีกว่า ปกติแล้วน้องนุ่น มีกำหนดจะต้องขึ้นชกอุ่นเครื่องในวันที่ 22 กค 59 คือวันนี้ ที่สนามมวยท่าแพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่  ปรากฏว่ามาล้มป่วยกระทันหันเสียก่อน เลยต้องยกเลิกการต่อยอุ่นเครื่อง และอาการของน้องในขณะนี้ก็ดีขึ้นตามลำดับ ตนจึงอนุญาติให้น้องนุ่นได้พักผ่อน และให้เดินทางกลับไปหาแม่ตามที่น้องต้องการ

“สำหรับการชกกับนักมวยสาว พริสตี้ น้องปุยฝ้าย ช.เหล็กสยามหรือสังกะสี ที่กรุงเทพในวันที่ 12 สค59 ที่จะถีงนี้ คิดว่าไม่มีปัญหา น้องนุ่นต้องได้ขึ้นชกแม่  ส่วนการที่ มีทหาร เสธตู ประสานมายังตนขอให้น้องนุ่นไปชกกับนางแบบสาวชาวจีน ในวันที่ 18 สค 59 ที่เชียงใหม่ นั้น ตนคิดว่า คงจะขอยกเลิก เพราะนางแบบสาวชาวจีนนั้น น้ำหนักตัวมากกว่าน้องนุ่นเยอะ และสูงกว่ามาก ผ่านเวทีชกมวยมาอย่างโชกโชน น้องนุ่นเอง นั้นก็เพิ่งมาหัดมวยครั้งแรกเดือนกว่าแล้วต้องมาแบกน้ำหนัก ส่วนสูง คำนวนแล้ว คงสู้ไม่ไหว ทำให้มวยที่กำลังโดดเด่น ลีลาสวยงามการออกอาวุธ คมอย่างน้องนุ่น ต้องเสียไป ฉะนั้น อย่าดีกว่า จะได้ประสานกับ ผู้จัดมวยสาวชาวจีนคือ เสธ ตู อีกครั้ง ขอยกเลิกการชกกับนางแบบสาว เพราะมวยคนละรุ่น ไม่ไหวแน่” ร.ต.องอาจ เปิดเผย

ทางด้านน้องนุ่น รุ่งจิรา เขตรักษา ซึ่งได้เดินทางกลับถึงเชียงราย ในวันนี้ได้เปิดเผยว่า ตอนนี้อาการของตนก็มีขึ้นแต่ยังรู้สึกอ่อนแรงปวดเมื่อยตามตัวอยู่ น่าจะเป็นไข้หวัดเพราะอากาศเปลี่ยนแปลง ประกอบกับช่วงนี้ตนซ้อมอย่างหนักเลย ทำให้สภาพร่างกายรับไม่ไหว จึงล้มป่วย แต่คาดว่าอีก 1-2 วันนี้คงจะหายกลับไปซ้อมใหม่ คิดว่าคงไปที่ค่ายในวันอาทิตย์ที่ 24 กค 59 นี้ สำหรับแม่ของตนนั้นเห็นข่าวของตนแม่ก็ดีใจและให้กำลังใจตน ให้ตนสู้ ๆ ตนดีใจมากที่มีแม่คอยให้กำลังใจ และในวันที่ ต้องไปชกกับ ปุยฝ้าย พริสตี้ สาว ที่กรุงเทพ ตนจะเอาชนะให้จงได้ ตนได้ศึกษาการชกของ ปุยฝ้ายแล้ว ไม่น่ามีปัญหา คงผ่านได้แน่ น้องนุ่น เปิดเผย

ที่มา>>>ข่าวสด

พรานหนุ่มนครพนมล่องเรือกลางโขงล่าปลาแค้ยักษ์ 20 กิโลขายตัวเดียวฟันเงิน 6 พัน

 เมื่อวันที่ 21 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ฝนที่ตกหนักในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา ชาวประมงพื้นบ้านใน ต.ดงขวาง อ.เมือง จ.นครพนม โดยเฉพาะบ.บัว ซึ่งมีพื้นที่ติดริมฝั่งแม่น้ำโขงและเป็นแหล่งที่มีพันธุ์ปลาน้อยใหญ่ชุกชุม ทำให้ชาวประมงนำเรือหาปลาในช่วงกลางดึกกันอย่างคึกคัก เนื่องจากปลาหลายชนิดจะตื่นน้ำและออกมาแหวกว่าย นายกิติศักดิ์ พุตโต อายุ 20 ปี หนึ่งในชาวประมงพื้นบ้านที่มีอาชีพจับปลา กล่าวว่า หลังนำเรือยาวติดเครื่องยนต์ลากอวนไปที่บริเวณน้ำลึกกลางแม่น้ำโขง ในช่วงตี 3 วันเดียวกัน พบว่ามีปลาขนาดใหญ่มาติดอวน จึงลากขึ้นเรือเป็นปลาแค้ น้ำหนักมากถึง 20 กิโลกรัม ความยาวร่วม 1 เมตร วัดรอบตัวได้ 70 เซนติเมตร หลังจับได้พบว่ามีพ่อค้าแม่ค้ามารับซื้อถึงที่ในราคากิโลกรัมละ 300 บาท รับเงินเข้ากระเป๋าเต็มๆ 6,000 บาท พรานหนุ่มล่าปลาวัย 20 ปี ยังกล่าวด้วยว่า ปลาชนิดนี้มักอาศัยอยู่ในแม่น้ำสาละวิน และแม่น้ำโขง เป็นปลาที่พบเห็นได้ยาก ตัวโตสุดจะมีขนาดยาว 2 เมตร เนื้อมีสีเหลืองรวมถึงหนังและไขมันมีรสชาติอร่อย นิยมนำไปประกอบอาหารเมนู ลาบปลาแค้ ลวกจิ้ม ผัดฉ่า และต้มยำ เป็นที่ต้องการของร้านอาหารและภัตตาคารชื่อดัง เนื่องจากเป็นปลาหนังที่หาได้ยากมากรองลงมาจากปลาบึก มีถิ่นอาศัยในน้ำลึกที่สงบนิ่งเท่านั้น ก่อนนี้เมื่อเดือนที่แล้วชาวประมงใน อ.บ้านแพง เคยจับได้ตัวใหญ่สุดน้ำหนัก 31 กิโลกรัม ขายตัวเดียวได้เงิน 9,000 บาท

ที่มา>>>ข่าวสด

“บัวขาว”จัดหนักแบบนี้…หลังโดนนักเลงคีย์บอร์ดแจกกล้วย-ท้าชกในเฟซบุ๊ค

กำลังเป็นกระแสฮือฮาในสังคมออนไลน์ เมื่อนักชกคนดัง “บัวขาว บัญชาเมฆ” โพสต์ภาพตัวเองถ่ายรูปคู่กับคุณพ่อลงในเฟซบุ๊ค  Banchamek Gym ปรากฏว่ามีนักเลงคีย์บอร์ดเข้าไปเกรียน”บัวขาว”ซะงั้น โดยคอมเม้นต์ว่า “…มาต่อยกับกูป่าว” ปรากฏว่า “บัวขาว” เข้าไปตอบคอมเม้นต์ทันทีว่า “ที่ไหนดีครับ กี่ยกครับแจ้งมาเลย” ปรากฏว่ามีคนเข้าไปแสดงความเห็นถึงนักเลงคีย์รายนี้กันกระหึ่มเฟซบุ๊คของบัวขาวกว่า 600 คอมเม้นต์ทีเดียว อย่างไรก็ตาม มีคนที่ใช้ชื่อเดี่ยวกับคนที่ท้าต่อยบัวขาว โพสต์ในเวลาต่อมาทำนองว่าโดนแฮกเฟซบุ๊ค ไม่ใด้เป็นคนเขียนท้าทายบัวขาวเอง แต่เป็นฝีมือใครก็ไม่รู้ “ผมไม่ได้ทำและไม่ได้พูดแบบนั้นเลย ผมพูดจากใจจริง ผมไม่เคยคิดจะต่อยกับใครเลยแม้แต่คนเดียว ผมไม่ทราบใครแฮกข้อมูลแล้วพิมพ์อะไร….เหล่านั้นให้ผมมีปัญหา ขอแจ้งให้ทราบว่าผมไม่คิดจะปีนเกลียวกับใครเลยจริงๆ ผมไม่ได้ทำ”

ที่มา>>>ข่าวสด