วิธีง่าย ๆ ในการเคลียร์พื้นที่เก็บข้อมูลเครื่อง iPhone

วิธีง่าย ๆ ในการเคลียร์พื้นที่เก็บข้อมูลเครื่อง iPhoneผู้ที่ใช้โทรศัพท์ iPhone รุ่นความจุ 16 GB และ 32 GB มักจะเจอปัญหาเรื่องพื้นที่เก็บข้อมูลกันอยู่บ่อย ๆ แม้ว่าจะมีหลายออพชั่นให้เลือกเพื่อให้ได้พื้นที่เก็บข้อมูลเพิ่ม ไม่ว่าจะเป็นการลบแอป การเคลียร์ Histories การลบรูป ลบวีดีโอ แต่หากคุณคิดว่า ออบชั่นเหล่านี้ ไม่ใช่ทางที่คุณอยากเลือก คุณยังต้องการเก็บข้อมูลเหล่านี้เอาไว้กับตัว ก็ต้องมาดูวิธีการอื่น

เนื่องจากว่า  iOS นั้น มีข้อจำกัดตรงที่ว่า ผู้ใช้ต้องเคลียร์ไฟล์ขยะด้วยตัวเอง รวมไปถึงการเคลียร์แคช ไฟล์ชั่วคราว รวมทั้งข้อมูลอื่น ๆ ที่เข้ามากินพื้นที่ของคุณ แต่ทั้งนี้ ก็ใช่ว่าจะไม่มีทางลัด เพราะได้มีผู้ค้นพบวิธีที่จะช่วยให้คุณเคลียร์ขยะได้ง่ายขึ้น ดังนี้

1. เมื่อพื้นที่เก็บข้อมูลของคุณใกล้จะเต็มแล้ว ให้คุณดาวน์โหลดแอพขนาดใหญ่เข้ามา เช่นเกม ประมาณ 2 กิกะไบต์ แต่ต้องแน่ใจว่าแอพนั้น เป็นแอพฟรี หรือเป็นเกมฟรี คุณจะได้ไม่ต้องเสียเงิน เกมฟรีขนาดใหญ่ที่คุณสามารถจะดาวน์โหลดมาใช้ในกรณีนี้ได้ เช่น Need for Speed, Real Racing3 หรือ Modern Combat 5

2. เมื่อคุณทำให้โทรศัพท์คุณไม่มีพื้นที่สำหรับแอพอีกแล้ว iOS จะเริ่มย้ายเอารูปของคุณไปไว้บน iCloud หากคุณเปิดออบชั่นนี้ไว้ จากนั้น มันจะเคลียร์แคช และไฟล์ชั่วคราวต่าง ๆ ออกจากเครื่องของคุณโดยอัตโนมัติ

3. iOS จะพยายามเคลียร์จนกระทั่งคุณมีพื้นที่เพียงพอสำหรับการดาวน์โหลดแอพใหญ่ ๆ ได้อีก จากนั้นคุณก็จัดการลบแอพ หรือเกมฟรี ที่คุณไปดาวน์โหลดมานั้นออกเสีย คุณก็จะได้พื้นที่เพิ่มขึ้นมาอีก 1-2 GB แบบสบาย ๆ


“สำหรับชาวสุโขทัย ” สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ สุโขทัย ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำเว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO สุโขทัย ด้วยทีมงานมืออาชีพ‎

รวม 5 ปัญหาหลักของปุ่ม Touch ID ที่มักเจอเสมอพร้อมแนะนำวิธีการแก้ไข

ในช่วงที่ผ่านมา ผู้ใช้ Touch ID หลาย ๆ คน หงุดหงิดกับปัญหาระบบไม่ทำงานบ้าง การยืนยันล้มเหลวบ้าง ซึ่งเมื่อสำรวจดูแล้ว พบว่า ปัญหาของ Touch ID นั้น โดยทั่ว ๆ ไปจะมีด้วยกัน 5 เรื่อง

แต่ก่อนอื่นมาทำความรู้จักกับ Touch ID กันก่อน Touch ID เป็นชื่อของระบบการยืนยันตัวบุคคลด้วยลายนิ้วมือ ของโทรศัพท์มือถือรุ่น iPhone 5s, iPhone 6, iPhone 6 Plus รวมทั้ง iPad mini 3, iPad mini 4, iPad Air2 และ iPad Pro นอกจากนี้แอปเปิล ยังได้ติดตั้ง Touch ID รุ่นใหม่ ลงใน iPhone 6s และ iPhone 6s Plus ซึ่งมีประสิทธิภาพการทำงานที่ดีขึ้น แต่ก็ยังคงพบปัญหา

ผู้ใช้ส่วนใหญ่จะทราบดีว่า สามารถจะปลดล็อค iPhone หรือ iPad ได้ด้วยการสัมผัส รวมทั้งยังทำให้ผู้ใช้ ล็อคอิน เข้าไปใน แอพต่าง ๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็น Amazon, Lastpass และโปรแกรมอื่น ๆ  Touch ID ยังเชื่อมต่อกับ App Store ทำให้ผู้ใช้สามารถสั่งซื้อแอพต่าง ๆ ได้ด้วยลายนิ้วมือ Touch ID จึงนับว่าเป็นระบบที่มีความสำคัญมาก สำหรับการซื้อสิ่งต่าง ๆ ด้วย Apple Pay

หาก Touch ID ทำงานได้สมบูรณ์แบบ ผู้ใช้ก็จะสามารถปลดล็อค iPhone ซื้อของจาก Amazon หรือจ่ายเงิน App Store ได้อย่างสะดวกสบาย ไม่ต้องมาใส่รหัสผ่านใด ๆ ให้ยุ่งยาก แต่บางครั้งระบบดังกล่าวก็ไม่ทำงาน

หากว่า Touch ID ที่คุณใช้อยู่ เกิดมีปัญหาขึ้น หลังจากที่ได้อัพเดทระบบปฏิบัติการ เป็น iOS 9 หรือเวอร์ชั่นอื่น อย่าง iOS 9.3.2 คุณอาจจะต้องลดเวอร์ชั่นให้ต่ำลง หรืออาจจะอดทนรอจนกว่า iOS เวอร์ชั่นใหม่จะออกมา ซึ่งเชื่อว่าน่าจะแก้ปัญหานี้ได้ เพราะ iOS จะออกเวอร์ชั่นใหม่ ๆ มาเพื่อแก้ปัญหาของเวอร์ชั่นรุ่นก่อนหน้าอยู่เสมอ

อีกสิ่งหนึ่งที่ควรทราบคือ Touch ID นี้เอง ทำให้ iPhone ถามหารหัสผ่านบ่อย ๆ หากว่าคุณไม่ได้ใช้รหัสเป็นเวลา 6 วัน และไม่ปลดล็อค iPhone ด้วย Touch ID นานถึง 8 ชั่วโมง คุณต้องใส่รหัสผ่าน เพราะนั่นเป็นกฏในการรักษาความปลอดภัยของแอปเปิ้ล

นอกจากข้อมูลในเบื้องต้นแล้ว ยังมีวิธีการแก้ปัญหาทั่ว ๆ ไปของ Touch ID ซึ่งปัญหาบางอย่าง คุณสามารถแก้ไขได้ง่าย ๆ ด้วยตัวเอง ในเวลาเพียงไม่กี่นาที

– เมื่อระบบ Touch ID ล้มเหลว (Touch ID Failures) วิธีแก้ปัญหาที่ง่ายที่สุด คือ ตั้งระบบใหม่ ใส่ลายนิ้วมือใหม่ เพราะในช่วงปีที่ผ่านมา iOS มีการอัพเกรด และได้รับการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพการทำงานมากขึ้น ระบบใหม่ ๆ อาจช่วยแก้ปัญหาการที่ Touch ID ลืมลายนิ้วมือของผู้ใช้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง iOS ในเวอร์ชั่น 8 ขึ้นไป

นอกจากนี้มีความเป็นไปได้ที่ลายนิ้วมืออาจจะเปลี่ยนไป อย่างเช่น ผิวแห้ง ก็อาจมีผลได้ ขั้นตอนก็คือ ปลดล็อคอุปกรณ์ ตั้งค่า Touch ID ใหม่ แต่ก่อนจะลงมือ ควรทำความสะอาดนิ้ว ระวังฝุ่น เหงื่อ และน้ำมัน ที่ผิวหนัง อาจจะส่งผลต่อการสแกนได้ จากนั้น เข้าไปที่ Setting->Touch ID & Passcode -> Enter Passcode  เมื่อขึ้นหน้าจอใหม่ให้ลบลายนิ้วมือเก่าออก ด้วยการปัดจากขวาไปซ้าย หลังเสร็จกระบวนการนี้ ก็ใส่ลายนิ้วมือใหม่ลงไป


– เมื่อ Touch ID ไม่ทำงาน (Touch ID Not working) ใน App Store เป็นอีกปัญหาหนึ่งที่พบบ่อย บางครั้งอาจต้องแก้ด้วยการตั้งระบบใหม่เช่นในข้อแรก แต่บางครั้งปัญหาก็อยู่ที่ซอฟต์แวร์ ผู้ใช้ iOS 8.3 บางราย บอกว่า เมื่อเข้าไปใน App Store จะไม่ปรากฏ Touch ID ขึ้นมาเลย

วิธีแก้ให้ไปที่ Setting-> Touch ID & Passcode -> Enter your Passcode จากนั้น ปิด iTune & App Store รีบู๊ตเครื่อง iPhone หรือ iPad ใหม่ จากนั้น กลับไปที่ Touch ID & Passcode ใน Setting และเปิด iTune & App Store ขึ้นมาใหม่ วิธีนี้ อาจช่วยแก้ปัญหา Touch ID ไม่สามารถใช้งานใน App Store ได้ แต่อย่าลืมว่า คุณต้องใส่รหัสผ่าน หากไม่ซื่ออะไรในเวลา 24 ชั่วโมง

– Touch ID ไม่ทำงานเลย ( Touch ID Not Working) ปัญหาอาจจะอยู่ที่ระบบเซนเซอร์ ระบบอาจจะเสีย คุณอาจจะลอง Hard reset ดูเลยก็ได้ แต่ถ้าทำแล้วยังไม่ได้ผล คงต้องส่งเครื่องเข้าศูนย์บริการแล้ว

– Touch ID มีปัญหาช่วงอากาศเย็น แน่นอนว่า ช่วงที่อากาศหนาวเย็น จะพบปัญหาของ Touch ID ได้บ่อย ๆ เพราะสภาพอากาศ ก็มีผลต่อผิวสัมผัส หากคุณเคยตั้งระบบไว้ ตั้งแต่ช่วงฤดูร้อน พอมาถึงหน้าหนาว อาจจะต้องตั้งใหม่ อีกครั้ง

– Touch ID อาจมีปัญหา ถ้านิ้วเปียก หรือสกปรก คุณอาจจะลองเช็ดมือให้สะอาด ก่อนใช้งาน แต่สำหรับ iPhone รุ่นใหม่ ๆ อย่าง iPhone 6s และ iPhone 6 Plus ตัวเซนเซอร์ของ Touch ID จะดีกว่ารุ่นก่อน ๆ มาก สามารถทำงานได้แม้ว่าผู้ใช้จะมือเปียก แต่แน่นอนว่า การทำงานจะไม่สมบูรณ์เต็มที่นัก

ที่มา>>>Sanook

Instagram อัปเดทเวอร์ชั่นใหม่บน iOS เพิ่มการแชร์ภาพจาก Photo ได้โดยตรง

หลังจากผู้ใช้งาน Instagram ด้วยระบบปฏิบัติการ iOS เวอร์ชั่นเดิม จะแชร์รูปทั้งทีต้องเข้าผ่าน Apps เท่านั้น ทำให้ไม่สะดวกสักเท่าไหร่ ล่าสุด Instagram เวอร์ชั่น 8.2 รุ่นใหม่มีการปรับปรุง ให้คุณสามารถแชร์ผ่านภาพ Photos ได้ทันทีแล้ว

วิธีการหลังจาก Update ถ้าเกิดรูปที่จะแชร์นั้นไม่ขึ้นโลโก้ Instagram ให้เลือกโปรแกรมไปทางซ้ายสุด จากนั้นกด More หรือ อื่น ๆ จากนั้นเลือกเปิดคำว่า Instagram เท่านี้คุณก็สามารถส่งรูปโดยตรงเข้าไปยัง IG ของคุณโดยไม่ต้องเปิด Apps ให้เสียเวลาอีกด้วย

ที่มา: 9to5mac