อดีตครูวัย 76 ปีเก็บไอโฟน 6 ประกาศหาเจ้าของ เผยเพิ่งเก็บเงิน 3 แสนคืนเจ้าของมาหมาดๆ

วันที่ 8 สิงหคม 2559 ที่บก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช พล.ต.ต.วันไชย เอกพรพิชญ์ ผบก.นครศรีธรรมราช ได้รับการประสานจากนายกิตติมศักดิ์ ฝอยทอง เจ้าของห้างทองแม่ปก ซึ่งตั้งอยู่ในเขตเทศบาลนครนครศรีฯว่า นายลำดวน ศรีไสยเพชร อายุ 76 ปี อยู่บ้านเลขที่ 21/28-29 ม.4 ต.แม่เจ้าอยู่หัว อ.เชียรใหญ่ ซึ่งมีศักดิ์เป็นพ่อตา ได้พบเจอโทรศัพท์มือถือยี่ห้อไอโฟน 6 พลัส ขณะเดินออกกำลังกายในหมู่บ้าน เมื่อตอนเช้าวันที่ 6 สิงหาคม โดยนายลำดวนได้เดินหาเจ้าของมือถืออยู่พักใหญ่ เมื่อไม่พบจึงนำกลับมาที่บ้าน และบอกกับตนว่าให้ไปติดต่อตำรวจหาเจ้าของมือถือเครื่องนี้ด้วย เพราะสงสารเจ้าของที่ของหายและทราบว่ามือราคากว่า 30,000 บาท ตนจึงได้โทรศัพท์มาประสานกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.เมืองนครศรีฯเพื่อประกาศหาเจ้าของ และปรากฏว่าทางเจ้าของเองก็ได้มาลงบันทึกประจำวันว่ามือถือหายและเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบว่าเป็นเจ้าของมือถือตัวจริง จึงได้มีการนัดหมายมารับของคืน โดยมีผู้บังคับการตำรวจภูธรนครฯเป็นสักขีพยาน  นายลำดวนกล่าวว่า ตนเป็นอดีตผู้บริหารโรงเรียนดีเด่นอันดับ 1 ของจังหวัด ในสมัยดำรงตำแหน่งเป็นข้าราชการครูถึงแม้ว่าจะเกษียณอายุแล้ว แต่ตนก็ยังมีจิตวิญญาณของการเป็นครูตลอด ตอนที่พบมือถือใหม่ ๆ ก็ทราบว่ามีราคาแพงกว่า30,000บาท แต่ก็ไม่คิดอยากได้เป็นของตัวเอง หรือจะเอามาให้ลูกหลาน เพราะทุกคนก็มีใช้กันอยู่แล้ว และรู้สึกเห็นใจเจ้าของว่าเขาคงจะต้องเป็นทุกข์และเสียใจกับของที่หายไป

“หากเขาได้ของคืนเขาจะมีความสุข เราเองก็จะมีความสุขด้วย และสิ่งใดที่ไม่ใช่ของเราก็อย่าไปอยากได้มันไม่ดี ไม่ว่าจะเป็นของมีค่า หรือไม่มีค่าก็ตาม ผมเป็นครูก็อยากจะเป็นแบบอย่างให้ลูกศิษย์ด้วย เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ผมเคยพบเงินสด 3 แสนมาแล้ว และได้ติดต่อคืนเจ้าของๆ ดีใจมากกอดผมจนล้ม ผมเห็นเขาดีใจก็มีความสุขไปด้วย จำไว้สิ่งใดที่ไม่ใช่ของเรา เราอย่าไปอยากได้ติดต่อคืนเจ้าของเสียแล้ว เราจะเป็นผู้ให้ที่มีความสุข”ลุงลำดวนกล่าว

สำหรับมือถือดังกล่าวทราบว่าเป็นของนายเดชา วิเศษสินธุ์ อายุ 67 ปี ซึ่งเป็นสามีของผู้พิพากษาคนหนึ่งในจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งได้เดินทางมารับคืนพร้อมได้ขอบคุณลุงลำดวน

ที่มา>>>ข่าวสด

เพื่อนแสบฉวยโอกาสเจ้าของบ้านเมาหลับ-ย่องปล้ำเมีย แต่เหยื่อไม่ยอมโดนซ้อมน่วม

เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 29 มิ.ย. เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สภ.เมืองพัทยา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ชีพมูลนิธิสว่างบริบูรณ์พัทยา และรถพยาบาลเข้าตรวจสอบและช่วยเหลือหญิงสาวถูกทำร้ายร่างกายจนบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดภายในเพิงพักชั่วคราว  ซ.เขาพระตำหนัก 5 ม.10 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง ที่เกิดเหตุเป็นเพิงไม้แบบชั่วคราวยกพื้นสูง เข้าตรวจสอบพบคนเจ็บเป็นหญิงสาวชื่อน.ส.เพลง (นามสมมติ) อายุ 44 ปี นอนสะบักสะบอมอยู่บนที่นอน ตรวจสอบบริเวณเบ้าตาทั้ง 2 ข้างบวมปูดจนตาเกือบปิด บริเวณศีรษะมีร่องรอยถูกตีด้วยของแข็งจนบวมปูด ตามเสื้อผ้ามีร่องรอยคราบเลือดที่แห้งติดอยู่ ข้างๆกันพบนายเอกราช (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 37 ปี แฟนของน.ส.เพลงยังอยู่ในอาการเมาสุรา

สอบสวนเบื้องต้นทราบว่าคำคืนที่ผ่านมานายเอกราชได้นั่งดื่มสุราอยู่กับคนร้ายทราบชื่อเพียง “นายแม้ว” โดยที่มีน.ส.เพลงนั่งอยู่ด้วย แต่ไม่ได้ดื่มสุรา จนกระทั่งนายเอกราชเมาสุราจนหลับไม่รู้เรื่อง นายแม้วที่อยู่ในอาการเมาสุราได้พยายามลวนลาม แต่น.ส.เพลงไม่ยอมจึงถูกทำร้ายจนสะบักสะบอม โดนใช้ท่อนไม้ทั้งทุบและตีจนสลบ ก่อนคนร้ายรื้อค้นเอาทรัพย์สินมีเงินสด โทรศัพท์มือถือ บัตรเอทีเอ็ม แล้วหลบหนีลอยนวล  จนนายเอกราชตื่นมาพบว่าแฟนสาวถูกทำร้ายจึงแจ้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องให้มาช่วยเหลือ   ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจเบื้องต้นได้ให้เจ้าหน้าที่กู้ชีพนำคนเจ็บส่งโรงพยาบาลเพื่อรักษาตัวจนสามารถเดินทางไปให้ปากคำและเข้าแจ้งความกับร้อยเวรสอบสวน สภ.เมืองพัทยา เพื่อจะได้ติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฏหมาย

ที่มา>>>ข่าวสด

จับเก๋งลอบขนไม้พะยูงที่นครพนม อ้างมี ตร. ช่วยเคลียร์เส้นทาง

ตำรวจทางหลวง สกัดจับเก๋งที่นครพนม ลักลอบขนพะยูง มูลค่าไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท ผู้ต้องหาสารภาพ รับจ้างนายทุนครั้งละ 20,000 บาท อ้างมี ตำรวจ เอี่ยวเคลียร์เส้นทาง จนท.เร่งขยายผล

เมื่อวันที่ 25 เม.ย. 59 นายพีระ เอี่ยมสุนทร นายอำเภอบ้านแพง จ.นครพนม พร้อมด้วย พ.ต.ท.พงษ์เพชร จุลจำเริญทรัพย์ สว.ส.ทล.5 กก. 4 บก.ทล. พ.ต.กริชเพชร โภคา ผบ.ร้อย ทพ.2108 กกล.สุรศักดิ์มนตรี นายกิตติพันธ์ จันทร์นนท์ หัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ นพ.1 ต.พนอม อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงตรวจยึดจับกุม นายอลงกรณ์ พิมานรัมย์ อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 107/14 ตรอกสำโรงจันทร์ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา ผู้ต้องหาขบวนการค้าไม้พะยูงข้ามชาติพร้อมของกลางรถยนต์นิสสัน เซฟิโร่ สีเทา ทะเบียน พบ 4794 กทม. ภายในรถบรรทุกไม้พะยูง ขนาดประมาณ 1-2 เมตร ทั้งหมด 30 ท่อน

ทั้งนี้ จับกุมได้เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา ภายหลังเจ้าหน้าที่สืบทราบว่าจะมีการลักลอบขนไม้พะยูงไปลงเรือส่งออกไปขายประเทศเพื่อนบ้าน ในพื้นที่ อ.บ้านแพง จ.นครพนม กระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงพบรถยนต์ต้องสงสัย 2 คัน วิ่งผ่านเส้นทางจาก อ.ศรีสงคราม ไปยัง อ.บ้านแพง โดยมีรถยนต์ฮอนด้า แอคคอร์ด สีเทา ไม่ทราบทะเบียน วิ่งนำหน้าเคลียร์เส้นทาง เจ้าหน้าที่จึงพยายามติดตามสกัดตรวจสอบ และสามารถตรวจยึดจับกุมรถยนต์นิสสัน ได้บริเวณถนนหมายเลข 212 เขตพื้นที่ บ้านไชยศรี ต.หนองแวง อ.บ้านแพง จ.นครพนม ตรวจสอบพบบรรทุกไม้พะยูงมาเต็มคันรถ มี นายอลงกรณ์ เป็นคนขับ ส่วนรถยนต์เคลียร์เส้นทางหลบหนีไปได้จากการสอบสวน ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า รับจ้างนายทุนที่เป็นขบวนการค้าไม้พะยูง จำนวน 20,000 บาท ขับรถมาจาก อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม เพื่อนำไปลงเรือในพื้นที่ อ.บ้านแพง โดยจะมีขบวนการค้าไม้พะยูงที่อ้างว่าเป็นตำรวจ คอยติดต่อทางโทรศัพท์เพื่อเคลียร์เส้นทางตลอด จนกระทั่งมาถูกตำรวจทางหลวงสกัดจับกุม ซึ่งภายหลังเจ้าหน้าที่ตรวจสอบโทรศัพท์มือถือผู้ต้องหา พบมีรายชื่อบุคคลเกี่ยวข้องหลายคน ที่โทรเข้ามาประสานงานในช่วงทำการจับกุม นอกจากนี้ ยังมีหมายเลขโทรศัพท์บุคคลที่อ้างว่าเป็นตำรวจ ติดต่อมาตลอด โดยผู้ต้องหาให้การว่า นายตำรวจดังกล่าวเป็นคนประสานงานเคลียร์เส้นทาง

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จะรวบรวมหลักฐานเพื่อสอบสวนเชิงลึกตรวจสอบข้อเท็จจริงว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่มีเอี่ยวตามข้อมูลหรือไม่ หรือเพียงเป็นการแอบอ้าง พร้อมเร่งขยายผลติดตามผู้ร่วมขบวนการมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป และประสานงานหน่วยงานเกี่ยวข้องขยายผลติดตามจับกุมผู้ร่วมขบวนการ ตัดวงจรการค้า ไม่ให้มีการลักลอบขนส่งไปขายประเทศเพื่อนบ้าน ส่วนมูลค่าของกลางคิดเป็นเงินไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท เนื่องจากปัจจุบันไม้พะยูง หายาก ทำให้มีราคาแพง.

ที่มา>>>Thairath