ชาวนาสุดช้ำ! โจรขโมยเครื่องคูโบต้า เหลือแต่โครงรถไถ

ชาวนาหนองบัวลำภู สุดช้ำ! ถูกโจรขโมยรถไถนา คูโบต้า 2 คัน หลังยืมญาติมาไถนาเหลืออีก 2 วันจะแล้วเสร็จ เผย เดินกลับบ้านไปอาบน้ำกินข้าวเพียง 1 ชม. ห่างจากจุดขโมย 100 เมตร คาด ขโมยมี ไม่ต่ำกว่า 3 คน นำรถกระบะจอดเทียบยกหนี …

เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 30 พ.ค.59 ผู้สื่อข่าวพร้อมด้วย พ.ต.ท.พงษ์ศักดิ์ ชัยชนะกุล รอง ผกก.ปป.สภ.ศรีบุญเรือง นายประสิทธิ์ มหาวงศ์ ปลัดป้องกัน อ.ศรีบุญเรือง ได้เดินทางไปพบกับ นายถวิล จิตรโก อายุ 70 ปี อาชีพชาวนา บ้านเลขที่ 120 หมู่ 7 บ้านดอนเกล็ด ต.ยางหล่อ อ.ศรีบุญเรือง จ.หนองบัวลำภู หลังทราบข่าวว่ามีโจรมาขโมยเครื่องยนต์คูโบต้าที่ติดตั้งอยู่กับรถไถนาเดินตาม ถึง 2 เครื่อง หลบหนีไปอย่างลอยนวล

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายถวิล เจ้าของรถไถนา ได้พาเจ้าหน้าที่ ไปดูร่องรอยคนร้าย ซึ่งห่างจากบ้านประมาณ 200 เมตร ซึ่งอยู่ห่างจากถนนประมาณ 50 เมตร มีต้นอ้อยกำลังแตกใบปลูกอยู่รายรอบกระท่อม ที่ข้างกระท่อมนามีโครงตัวถังรถไถนาเดินตาม 2 คัน ยี่ห้อคูโบต้า รุ่นทะเลทอง และรุ่นบิ๊กจิ๋ว ที่ถูกถอดน็อตยกเอาเครื่องยนต์ไป มูลค่ารวมประมาณ 90,000 บาท เหลือเพียงน็อตที่ทิ้งไว้ให้ดูต่างหน้า

นายถวิล เล่าด้วยน้ำเสียงสุดช้ำว่า เมื่อเย็น วันที่ 29 พ.ค.59 เวลาประมาณ 18.00 น. ตนเอง และญาติที่มาช่วยกันไถนาเตรียมการเพาะปลูก ได้นำรถไถนา 3 คัน ลงไถนาใกล้กับกระท่อมนาตั้งแต่เช้าตรู่ กระทั่งเวลาเลิกงานก็พากันกลับเข้าบ้านอาบน้ำกินข้าว เพื่อที่จะกลับมานอนที่กระท่อมนา 19.00 น. กระทั่งกินข้าว อาบน้ำอาบท่าเสร็จ พากันกลับมาที่กระท่อมนา พบว่ารถไถนา 2 ใน 3 คันถูกคนร้ายถอดเอาเครื่องยนต์ไปแล้วเหลือไว้แต่โครงรถไถ

นายถวิล กล่าวต่อว่า อีกคันเป็นของตนเอง ที่ไม่ได้โดนขโมย เพราะเป็นเครื่องยนต์รุ่นเก่า ใช้งานไม่ได้ดีนัก ส่วนคันที่ถูกถอดเครื่องยนต์ออกเป็นของญาติที่ผมขอยืมมาใช้ไถนา เหลืออีกวันสองวันก็จะไถเสร็จ รู้ตัวว่าโดนขโมย รีบโทรศัพท์มาแจ้งตำรวจ มาตรวจสอบที่เกิดเหตุ ตามหาคนร้าย แต่ไร้วี่แวว คาดว่าคนร้ายมีด้วยกันไม่น้อยกว่า 3 คน ขับรถปิกอัพมาจอดใกล้ๆ แล้วพากันมาถอดเอาเครื่องยนต์รถไถนาก่อนหลบหนีไป หมู่บ้านนี้ไม่เคยมีเหตุการณ์อย่างนี้มาก่อน แต่ไม่นานมานี้ มีโจรโขมยไก่ชนราคาแพงของคนอื่นไป ไม่นึกว่าตัวเองจะโดน

ด้านปลัดป้องกัน อำเภอศรีบุญเรือง เปิดเผยว่า ในช่วงฤดูทำนามักจะมีเหตุการณ์ ลักเล็กขโมยน้อยเกิดขึ้นประจำ นอกจากจะมีเหตุลักเครื่องยนต์คูโบต้าสองเครื่องนี้แล้ว ยังเคยมีวัยรุ่นงัดเข้าไปขโมยของในร้านค้าพื้นที่นี้อีกด้วย สำหรับการป้องกันที่ดีก็ต้องอาศัยชาวบ้านร่วมมือกันสอดส่องดูแล และในวันประชุมประจำเดือน นายระพิสิทธิ์ พิมพ์พัฒน์ นอภ.ศรีบุญเรือง จะนำเรื่องนี้เข้าไปแจ้งแก่กำนัน ผู้ใหญ่บ้านให้ทราบปัญหาและหาทางป้องกันไม่ให้เกิดเหตุขึ้นซ้ำอีก

ขณะที่ พ.ต.ท.พงษ์ศักดิ์ ชัยชนะกุล กล่าวว่า การขโมยเครื่องมือทำการเกษตร เป็นเรื่องที่ซ้ำเติมเกษตรกรเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งตำรวจจะได้สืบสวนหาข่าวและติดตามจับกุมคนร้ายรายนี้ให้ได้โดยเร็วกันต่อไป.

ที่มา>>>Thairath

ส้มโอขาวใหญ่ราคาพุ่ง ลูกเป็นร้อย! เจ้าของนอนเฝ้าสวน หวั่นโจรจ้องขโมย

หลังราคาส้มโอขาวใหญ่พุ่งสูง ตกผลละกว่า 100 บาท ส่งผลให้ชาวสวนในพื้นที่ จ.เชียงราย หวั่นโจรเข้ามาขโมย จัดเวรยามเฝ้าทั้งกลางวัน กลางคืน ด้าน วิสาหกิจชุมชนส้มโอเวียงแก่นเพื่อการส่งออก ย้ำส้มช่วงนี้เป็นส้มแก่แค่ 85% เหมาะกับการส่งออก ส่วนคนไทย แนะควรกินช่วง มิ.ย.- ก.ย.

วันที่ 26 พ.ค.59 นายวุฒิพงษ์ คำลือ ประธานวิสาหกิจชุมชนส้มโอเวียงแก่นเพื่อการส่งออก จ.เชียงราย เปิดเผยว่า หลังจากมีข่าวว่าส้มโอขาวใหญ่ของ อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย ราคาสูงถึง กก.ละ 65 บาท ชาวสวนต่างวิตกกังวลว่าส้มภายในสวนที่ยังไม่ได้ตัดออกมาขายจะถูกลักขโมย จึงต้องพาไปนอนเฝ้ากันถึงในสวน ออกเวรยามคอยเฝ้าตลอดทั้งกลางวัน และกลางคืนอย่างกรณีของ นางมาลี เรียงยาย ชาวสวนส้มโอบ้านหล่ายงาว ต.หล่ายงาว อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย เปิดเผยว่า ปีนี้ราคาส้มโอทั้งพันธ์ทองดี และขาวใหญ่ ราคาสูงกว่าทุกปี ถือเป็นราคาที่ดีมาก โดยส้มโอทองดี ราคาเป็นผล ผลละ 36 บาท ต่อน้ำหนักไม่เกิน 1.20 กก. ส่วนพันธุ์ขาวใหญ่ กก.65 บาท ซึ่งพันธุ์ขาวใหญ่ จะมีน้ำหนักตั้งแต่ 1-3 กก. ขณะนี้ทั้งสองชนิดพันธุ์ กำลังเป็นที่ต้องการของตลาดส่งออกต่างประเทศ เช่น พันธุ์ทองดี ส่ง ฮ่องกง พันธุ์ขาวใหญ่ ส่งคุนหมิง จีน สวนของตนปลูกทั้งสองชนิดพันธุ์ กว่า 200 ต้น ผลผลิตก็จะทยอยตัดส่งขายให้กับล้ง หลังจากราคาสูงขึ้น ตนจึงห่วงอาจมีขโมยมาลักเก็บไปขาย จึงต้องมานอนเฝ้าสวนกับบุตรชาย จนกว่าจะเก็บผลผลิตออกหมดป้องกันไว้ก่อนนายวุฒิพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า เกษตรกรในพื้นที่ อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย ทำสวนส้มโอเป็นส่วนใหญ่ โดยมีพื้นที่ปลูกส้มมากกว่า 3,000 ไร่ ผลผลิตเฉลี่ยประมาณกว่า 10 ล้านลูกต่อปี พันธุ์ที่ปลูกและส่งออกขายดีที่สุด คือ พันธุ์ทองดี ขาวใหญ่ และเซลเลอร์ สำหรับส้มโอเวียงแก่น นอกจากเป็นส้มโอแหล่งเดียวของประเทศ ที่สามารถส่งออกไปยังกลุ่มประเทศยุโรปหรืออียู ติดต่อกันมาเป็นปีที่ 7 และยังส่งออกไปยังกลุ่มอาเซียนเช่น จีน และฮ่องกงที่เป็นตลาดใหญ่ส้มโอเวียงแก่น และรอบบ้าน สปป.ลาว กัมพูชา พม่า เวียดนาม มาเลเซีย อีกด้วย

นายวุฒิพงษ์ กล่าวต่อว่า ส่วนส้มโอที่เก็บเกี่ยวผลผลิตขณะนี้ เป็นส้มโอรุ่นแรกของปี ที่กำลังเริ่มแก่ขนาดความแก่ 85% ใช้เวลาหลังเก็บจากต้นต้องไม้ต่ำกว่า 10-15 วันจึงจะรับประทานได้ ฉะนั้นจึงยังไม่เหมาะกับบริโภคในเมืองไทย ช่วงเวลาที่เหมาะจะบริโภคของคนไทยจะเป็นส้มที่ออกช้ากว่ารุ่นแรก ขนาดจะใหญ่รสชาติจะดีคือช่วง เดือนมิถุนาน-กันยายนของทุกปี

ที่มา>>>Thairath