“ยิ่งลักษณ์” ขึ้นศาลสืบพยานโจทก์จำนำข้าวนัดสุดท้าย เผยครบ 84 ปีอยากเห็นรธน.เป็นปชต.

 เมื่อเวลา 08.50 น. วันที่ 24 มิ.ย. ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางมาขึ้นศาล เพื่อสืบพยานฝ่ายโจทก์ในคดีโครงการรับจำนำข้าวนัดที่ 10 ซึ่งเป็นนัดสุดท้ายของการไต่สวนพยานฝ่ายโจทก์ ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส โดยมีอดีตรัฐมนตรี แกนนำและอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย อาทิ นายวราเทพ รัตนากร อดีต รมว.ประจำสำนักนายกฯ พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ รักษาการหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรคเพื่อไทย นายชูศักดิ์ ศิรินิล หัวหน้าฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย เป็นต้น พร้อมมวลชนเดินทางมาให้กำลังใจ ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการตำรวจนครบาล 2 จำนวน 1 กองร้อย ทั้งนี้ ทันทีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์มาถึง มวลชนต่างพร้อมใจกันร้องเพลงแฮปปี้ เบิร์ธเดย์ อวยพรวันเกิดย้อนหลัง พร้อมมอบดอกกุหลาบให้ก่อนเข้าศาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าศาลฯ กรณีครบรอบ 84 ปี การปกครองระบอบประชาธิปไตยในวันนี้ว่า สำหรับไทย 84 ปี ที่ผ่านมาหลายท่านต้องการให้ประเทศก้าวสู่การเป็นประชาธิปไตยอย่างสมบูรณ์ ซึ่งมีการพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ อยากให้วงจรนี้หลุดพ้น และให้เราก้าวไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยอย่างสมบูรณ์ หากทำไม่ได้ก็จะมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงเรื่อยๆ โดยเฉพาะช่วงนี้เป็นช่วงสำคัญที่จะมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จึงต้องการเห็นรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยตามเจตนารมณ์ของคนรุ่นหลังที่ได้เริ่มต้นไว้ ที่ต้องการให้ประเทศไทยก้าวไปข้างหน้า การที่ประเทศไทยมีความเป็นประชาธิปไตย ให้สิทธิเสรีภาพแก่พี่น้องประชาชนถือเป็นทางออกที่ดี และเป็นสิ่งที่ทำให้ประเทศก้าวไปข้างหน้า น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวต่อว่า ส่วนอีก 40 กว่าวันที่จะถึงวันลงประชามติ อยากฝากถึงผู้มีอำนาจรัฐ ขอให้กติกาต่างๆ มีความชัดเจนมากขึ้น ไม่เช่นนั้นทุกคนไม่สามารถแสดงออกได้เต็มที่ ที่สำคัญขอให้วางตัวเป็นกลาง กติกาต่างๆ ต้องปฏิบัติอย่างเสมอภาค จะทำให้สังคมเกิดความยอมรับ ได้แสดงออกซึ่งความเห็น อยากให้พูดได้ทั้งประเด็นที่รับและไม่รับ ไม่ใช่สามารถพูดได้เพียงประเด็นใดประเด็นหนึ่งเท่านั้น ซึ่งประชาชนจะใช้วิจารณญาณในการรับฟังและตัดสินใจเรื่องนี้เอง ส่วนเรื่องสิทธิมนุษยชนในขณะนี้นั้น จากที่เห็นตามข่าวทุกคนได้มีการเรียกร้อง ซึ่งเราเองก็อยากเห็นการเปิดพื้นที่ให้ผู้เห็นต่าง เพื่อสะท้อนการให้สิทธิเสรีภาพ และอยากให้ทุกอย่างเป็นไปด้วยความสงบด้วยถ้อยทีถ้อยอาศัย ซึ่งจะทำให้ทุกอย่างราบรื่น อดีตนายกฯ กล่าวถึงกรณีรัฐบาลออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยให้เงินสนับสนุนชาวนาไร่ละ 1 พันบาท เป็นเงินกว่า 4.5 หมื่นล้านบาทว่า อยากให้ดูที่ผลเพราะวิธีการดำเนินงานของแต่ละรัฐบาลอาจจะต่างกัน แต่ทุกรัฐบาลล้วนต้องการให้ความช่วยเหลือเกษตรกร และต้องดูว่าสุดท้ายชาวนาได้รับผลเต็มที่และทั่วถึงหรือไม่ ส่วนการลงพื้นที่พบปะแฟนเพจ ก็ห่วงในเรื่องเศรษฐกิจเพราะยังเติบโตไม่เต็มที่ โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อยจะประสบปัญหาเศรษฐกิจ จึงอยากให้รัฐบาลหามาตรการต่างๆ ช่วยเหลือทุกกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มต่างจังหวัดที่อาจไม่เข้าถึงเรื่องการสะท้อนปัญหาปากท้องได้

น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวกรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิกปปส. เตรียมแสดงความเห็นรับร่างรัฐธรรมนูญผ่านโซเซียลมีเดีย ว่า เรื่องนี้ผู้รักษากติกาต้องวางตัวเป็นกลาง ทำให้กติกาต่างๆ เกิดความเท่าเทียม ไม่เช่นนั้นหากอนุญาตให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่ห้ามอีกฝ่ายคนก็จะครหาผู้รักษากติกา ซึ่งตนไม่ต้องการให้เกิดเหตุการณ์เช่นนั้น
เมื่อถามต่อว่าจะแตกต่างกันหรือไม่ เพราะนายสุเทพไม่ไช่นักการเมือง จึงไม่ต้องกลัวเรื่องการยุบพรรค น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า วันนี้ทุกคนแสดงความเห็นโดยใช้สิทธิส่วนบุคคล เนื่องจากพรรคการเมืองไม่สามารถทำกิจกรรมใดๆ ได้ และเป็นสิทธิของแต่ละบุคคลที่สามารถแสดงความเห็นได้

ที่มา>>>ข่าวสด