เปิดธุรกิจพันล้านของไฮโซ “ซูซี่ ธีระธาดา” ที่แท้เป็นเจ้าแม่ค้าเครื่องบิน-เรือรบ!!

เป็นไฮโซสาวสองพันปีที่กำลังถูกจับตามองมากที่สุด สำหรับ ซูซี่ หทัยเทพ ธีระธาดา หลังเพิ่งประกาศข่าวการหย่าร้างกับสามีหนุ่มไปเมื่อเร็วๆ นี้ นับตั้งแต่นั้น ก็มีการขุดคุ้ยประวัติและที่มาที่ไปของไฮโซสาวรายนี้ และหลายคนยังพูดกันด้วยว่า ธุรกิจที่ซูซี่ทำอยู่นั้น ถือได้ว่าไม่ธรรมดาจริงๆ15673536_354304584939402_1877971859_nจากบทสัมภาษณ์ในนิตยสาร HiClass Society เมื่อเดือนก.ย. 2558 ระบุว่า ซูซี่เป็นเจ้าแม่ค้าเฮลิคอปเตอร์ เครื่องบิน เรือรบ หัวขุดเจาะอุโมงค์รถไฟฟ้าใต้ดิน ฯลฯ ซึ่งซูซี่เล่าให้ฟังสั้นๆ ว่า “…จริงๆแล้วเดี๋ยวนี้ไม่ได้ทำเอง เมื่อก่อนนำสินค้าเข้าประมูลเองซึ่งต้องใช้เวลามากมายและเคยเจ็บตัวหลายครั้ง ดิฉันจึงเปลี่ยนเป็น investor ให้การสนับสนุนทางการเงินกับบริษัทฯที่นำโครงการมาเสนอที่เห็นว่าคุ้มทุน” และนอกจากนี้ซูซี่ยังมีธุรกิจเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เสริมความงามด้วย15644928_354304578272736_746498613_nสำหรับ ซูซี่ หทัยเทพ ธีระธาดา จบการศึกษาคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รุ่นที่ 1 จากนั้นเธอเดินทางไปศึกษาต่อระดับมหาบัณฑิตด้านการบริหาร ณ วิทยาลัยธุรกิจจอห์นสัน กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา และกลับมาทำงานที่สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT) ในตำแหน่งเลขาฯ วิศวโยธา ต่อมาสมรสกับ นายจิรทัต ธีระธาดา และได้ไปใช้ชีวิตอยู่ที่สหรัฐอเมริกา เธอจึงศึกษาต่อในสาขาการทูตที่มหาวิทยาลัยจอร์จ วอชิงตัน กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. และเข้าทำงานที่ธนาคารโลก เป็นเวลาถึง 20 ปี ช่วงนี้เองที่บุตรชายคนโตของเธอทำงานที่รัฐสภาในวอชิงตัน แนะนำให้เธอรู้จักกับ ส.ว.สตอร์ม เธอร์มอนด์ ด้วยความสัมพันธ์นี้เอง ทำให้ง่ายกับการติดต่อเป็นตัวแทนของโรงงานผลิตเฮลิคอปเตอร์ เป็นเหตุให้เธอใจเด็ดประมูลงานกับราชการในฐานะตัวแทนจำหน่ายเฮลิคอปเตอร์ รถถัง รถบรรทุก รถดับเพลิง เครื่องบินลำเลียง หัวขุดเจาะอุโมงค์รถไฟฟ้าใต้ดิน นับตั้งแต่นั้นมา15673420_354304594939401_1665288229_n

ที่มา>>>ข่าวสด

ซีเรียยอมปล่อยนักโทษนับร้อย “แลกศพ” ทหารรัสเซีย 5 นาย เหตุฮ.ถูกยิงตก

เอเอฟพีรายงานเมื่อ 7 ก.ย. ว่า รัฐบาลซีเรียเริ่มปล่อยนักโทษของฝ่ายต่อต้านออกมาแล้ว 169 คน เพื่อแลกกับศพทหารรัสเซีย 5 นายที่เสียชีวิตระหว่างถูกยิงเฮลิคอปเตอร์ตกเมื่อวันที่ 1 ส.ค. ที่จังหวัดอิดลิบ ภาคตะวันตกเฉียงเหนือ ในฐานะที่รัสเซียเป็นพันธมิตรกับรัฐบาลซีเรีย

เฮลิคอปเตอร์ Mi-8 ของรัสเซียถูกยิงตก หลังเพิ่งกลับจากภารกิจส่งสิ่งของบรรเทาทุกข์ ในเมือง อเลปโป เป็นเหตุให้ลูกเรือ 3 คน และเจ้าหน้าที่ 2 นายเสียชีวิตคาที่ ทั้งยังมีคลิปบันทึกนาทีกลุ่มกบฏซีเรีย ลากศพทหารรัสเซียไปบนพื้นทะเลทรายด้วย

ความสูญเสียดังกล่าวนับเป็นยอดทหารเสียชีวิตสูงสุดในคราวเดียวของกองทัพรัสเซียหลังจากมีทหารสังเวยชีวิตในศึกซีเรียไปแล้ว 18 ราย สำหรับนักโทษที่ได้รับการปล่อยตัวออกมานี้ เดิมถูกรัฐบาลของนายบาชาร์ อัล-อัดซาด กล่าวหาในข้อหาก่อการร้าย

นายมิเชล ชัมมาส ตัวแทนของนักโทษกล่าวว่า นักโทษที่พ้นจากเรือนจำอัดรา 50 คนนั้นเป็นผู้หญิง 7 คน  อีก 84 คนออกจากเรือนจำเมืองฮามา และอีก 31 คน ได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำเมืองฮอมส์

วันเดียวกัน มีรายงานว่า สองประเทศมหาอำนาจ รัสเซียและอเมริกา นัดหารือในระดับรัฐมนตรีต่างประเทศ เพื่อหาข้อตกลงความร่วมมือยุติศึกซีเรียในวันที่ 8-9 ก.ย. ที่นครเจนีวา เป็นการพบกันระหว่างนายเซอร์เก ลาฟรอฟ แห่งรัสเซีย กับนายจอห์น แคร์รี แห่งสหรัฐอเมริกา

ก่อนหน้านี้ กลุ่มฝ่ายค้านของซีเรียเสนอแผนถ่ายโอนอำนาจทางการเมืองว่าจะเจรจาให้เกิดผลสงบศึกเต็มรูปแบบ 6 เดือน จากนั้นนายอัสซาดมอบอำนาจให้รัฐบาลแห่งชาติบริหารประเทศนาน 18 เดือน แล้วจึงจัดการเลือกตั้ง

ที่มา>>>ข่าวสด

ระดมกำลังกว่า 400 นาย ปูพรมค้นหาทหารนาวิกโยธิน ชาวบ้านทำพิธีเปิดป่า

เมื่อวันที่ 27 มิ.ย. 59 ที่เทศบาล ต.พวา อ.แก่งหางแมว จ.จันทบุรี กำลังของทุกฝ่ายประกอบด้วย ของเป็นการค้นหาวันที่ 3 มีการแบ่งกำลังเจ้าหน้าที่เพื่อค้นหาแบบปูพรมทั้งพื้นราบและทางอากาศ จาก ทหารบก ทหารเรือ ทหารอากาศ ตำรวจ เจ้าหน้าที่ป่าไม้ อาสาสมัคร อส. ชุดเฉพาะกิจนาวิกโยธิน อปพร.เจ้าหน้าที่กูภัย ชุดกู้ชีพฉุกเฉิน ชาวบ้านจิตอาสารวมกว่า 400 นาย แยกค้นหาประมาณ 20 ชุด ชุดละประมาณ 20 นาย เดินเท้าปูพรมขึ้นเขาที่มีความสูงชันและยากลำบาก ซึ่งยังมีความหวังว่านักบินและช่างเครื่องรวม 3 คนจะรอดชีวิตและรอการช่วยเหลือ โดยกองทัพอากาศจะส่งเครื่องบินเฮลิคอปเตอร์ออกค้นหาทางอากาศ แต่ก็ไม่มีความคืบหน้าเพราะอากาศไม่เอื้ออำนวย มีเมฆหมอกมากและภูเขาสูงชันเป็นหุบเขา รวมทั้งมีฝนตกในพื้นที่ ส่วนการเดินเท้าค้นหาภาคพื้นดิน เจ้าหน้าที่เน้นเดินเท้าแบบปูพรมเดินขึ้นเขาจาก 6 จุด

จุดที่จะเน้นเป็นพิเศษก็คือ จุดที่เข้าไปในพื้นที่ ผาดำ เท้านารี และคลองสอง ที่อยู่ใกล้ที่ตั้งสถานีสื่อสารบนยอดเขา เป็นพื้นที่สูงชัน สลับซับซ้อน เป็นหน้าผาหินปูนซึ่งเจ้าหน้าที่จะต้องมีการโรยตัวลงไปตรวจสอบตามช่องหน้าผา ส่วนทางด้านเขาชะเมาฝั่งทิศตะวันตก เขตจังหวัดระยอง ศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจค้นหา เฮลิคอปเตอร์ ได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่จากมณฑลทหารบกที่ 19 หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน อส.เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาชะเมา และอาสาสมัครกู้ภัยเขาชะเมาเข้าค้นหาสบทบกับชุดที่ค้างคืนบนยอดเขาเมื่อวานนี้ และยังไม่ได้ลงมาจะรวมกำลังค้นหาต่อไป พร้อมกันนี้ นายกเทศบาลตำบลพวาและชาวบ้านได้ทำพิธีเปิดป่า ขอเจ้าป่าเจ้าเขา สิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อให้การปฏิบัติภารกิจค้นหาสำเร็จลุล่วงและราบรื่นต่อไป14670002151467001663lโดย พล.ต.สุริยา ปาวรีย์ ผบ มทบ.14 ได้กล่าวแถลงที่ห้องประชุม สำนักงานเทศบาลตำบลพลา จ.จันทบุรี ว่า เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานทั้งสามเหล่าทัพ ได้ร่วมกันค้นหาอย่างเต็มความสามารถ มีหน่วยรบพิเศษที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านการปีนหน้าผา โรยตัวค้นหา ในที่สูงชันบริเวนผาดำซึ่งเป็นจุดที่เราให้ความสนใจเนื่องจากจุดที่ตั้งสถานีเรดาที่ ฮ ปฏิบัติหน้าที่มีความสูง 3,000 เมตร ดังนั้นจุดที่หน้าสนใจต้องอยุ่ด้านหน้าเขาชะเมาซึ่งเป็นเส้นทางบินประกอบกับมีชาวบ้านได้แจ้งเบาะแสมาอย่างต่อเนื่อง เราก็รับฟังและสืบหาตามพิกัดซึ่งล่าสุดได้ประสานไปยัง ทบ. เพื่อขอเจ้าหน้าที่ชุดที่มีความชำนาญพิเศษมาช่วยค้นหา และประสานขอเครื่องuav (เครื่องตรวจจับโลหะความร้อน) มาตรวจหาโลหะซึ่งคาดว่าจะทำให้ได้พิกัดง่ายขึ้น

สำหรับสภาพอากาศวันนี้ดีกว่าเมื่อวาน จะได้นำร่มบินพารามอเตอร์ ขึ้นบินค้นหาเพิ่มอีกจำนวน 8 ลำ และเฮลิคอปเตอร์ขึ้น 3 ลำ เข้าจุดที่น่าสงสัยคือบริเวณผาดำ ให้ใกล้ที่สุดตามที่ชาวบ้านแจ้งเข้ามา

ที่มา>>>ข่าวสด

ส่ง ฮ. นำน้ำช่วยดับไฟผาดำ เขตดอยสุเทพ ฝีมือคน ลอบเผา!

(เครดิตภาพ : นางสาวหนึ่งฤทัย ตันติพลับทอง ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือ)

ไฟไหม้ป่าที่ดอยสุเทพ-ปุย ยังไม่สงบ พบเพลิงลุกลามด้านในผาดำ 2 จุด ผอ.ศูนย์ฝนหลวงภาคเหนือ สั่งเฮลิคอปเตอร์ 2 ลำ นำน้ำจากห้วยตึงเฒ่า ช่วยดับ เหตุจากฝีมือมนุษย์ แต่ยังจับไม่ได้สักราย …

เมื่อวันที่ 11 พ.ค. 59 น.ส.หนึ่งฤทัย ตันติพลับทอง ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือ เปิดเผยว่า จากการบินสำรวจพื้นที่อุทยานดอยสุเทพ-ปุย เพื่อรายงานสถานการณ์ทางอากาศพื้นที่ที่เคยเกิดไฟไหม้ป่าเมื่อ 3 วันก่อน พบว่าไฟไหม้ป่าเป็นบริเวณกว้างพอสมควร มีประมาณ 5 จุด ที่ไฟป่ากำลังลุกไหม้ และเริ่มไหม้ลุกลามเป็นวงกว้าง 1 จุด มีความรุนแรงควันหนาแน่นเห็นเปลวไฟชัด 1 จุด โดยจุดที่นักบินพบนั้น อยู่ด้านในผาดำ 2 จุด ไม่รุนแรงมากแต่ลุกลามเรื่อยๆ ทั้งนี้บริเวณดังกล่าวมีความลาดชัน เจ้าหน้าที่ภาคพื้นเข้าถึงได้ยาก ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือ ได้สั่งเฮลิคอปเตอร์ 2 ลำ บินขึ้นไปตักน้ำที่อ่างเก็บน้ำห้วยตึงเฒ่า อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ นำไปดับไฟป่า คาดว่าจะใช้เวลาหลายเที่ยวบิน โดยเริ่มเที่ยวบินแรก ตั้งแต่เวลา 08.10 น.อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเกิดไฟป่าซ้ำซากในเขตอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ตั้งแต่วันที่ 8 พ.ค.ที่ผ่านมา ทางเจ้าหน้าที่ดับไฟป่า ต้องทำงานกันอย่างหนัก และบางจุดที่เกิดเหตุเพลิงไหม้นั้นก็เป็นภูเขาสูงลาดชันการดับไฟด้วยแรงคนจึงเข้าไปด้วยความลำบาก ต้องขอสนับสนุเฮลิคอปเตอร์จากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และเฮลิคอปเตอร์ของศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือ มาช่วยสลับในการทำงานบิน ซึ่งส่วนเหตุส่วนใหญ่การเกิดการลักลอบเผาหาของป่าของชาวบ้านเป็นหลัก ขณะนี้ตำรวจยังไม่สามารถจับคนเผาป่ามาดำเนินคดีได้แม้แต่รายเดียว

ที่มา>>>Thairath