หนุ่มมนุษย์เงินเดือนผันชีวิต ปลูกแก้วมังกรขายริมทางหลวง โกยเงินวันละหมื่นบาท

เมื่อวันที่ 17 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.นครพนม ว่ามีเกษตรกรหนุ่มคนขยันชาวอ.ธาตุพนม จ.นครพนม ทิ้งชีวิตจากมนุษย์เงินเดือน หันมาปลูกแก้วมังกรพื้นที่ 6 ไร่ ลองผิดลองพัฒนาสายพันธุ์ด้วยตนเองมานานนับ 10 ปี ปลูกเองขายเองคนเดียวริมถนนทางหลวงโดยไม่จ้างแรงงาน เก็บสถิติทุกขั้นตอนจนผลผลิตพุ่งทะลุ 15 ตัน ขายส่ง-ปลีกกิ่งพันธุ์ด้วย โกยเงินเข้ากระเป๋าวันละ 10,000 บาท เผยทั้งปีจะมีรายได้เฉลี่ยมากถึงครึ่งล้านบาทOLYMPUS DIGITAL CAMERAโดยนักท่องเที่ยวที่สัญจรไปมาริมถนนทางหลวงหมายเลข 212 สายนครพนม-ธาตุพนม ฝั่งขาเข้าตัวเมือง บ้านดอนนางหงส์ท่า หมู่ 7 ต.ดอนนางหงส์ อ.ธาตุพนม จะสะดุดป้ายปักบอกมักจอดแวะซื้อแก้วมังกร ผลไม้มงคลที่มีรสชาติกรอบหวานฉ่ำ ติดมือไปฝากญาติหรือนำไปเซ่นไหว้เจ้าที่และศาลเจ้า โดยมีพ่อค้าจากหลายอำเภอในพื้นที่ แห่มารับซื้อถึงสวนหน้าร้านและหลังเพิงร้าน หลังติดใจในรสชาติบอกปากต่อปาก ทำเงินเป็นล่ำเป็นสัน

ว่าที่ร.ต.ธนศักดิ์ จันทร์นนท์ วัย 44 ปี เกษตรกรผู้ปลูกแก้วมังกร เล่าว่า เคยผ่านชีวิตทำงานที่บริษัทเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็คทรอนิคส์ บริษัททำโช๊ครถจักรยานยนต์ และบริษัทผลิตวิทยุติดรถยนต์มา 4 แห่ง ในช่วง 8 ปี ชีวิตมนุษย์เงินเดือนลำบาก จึงมีแนวคิดว่าทำอย่างไรจะมีรายได้เสริมมากกว่าเป็นลูกจ้างมีรายได้ทางเดียว ช่วงที่ทำงานบริษัทหลังสุด จึงซื้อหนังสือปลูกแก้วมังกรมาอ่านศึกษาดู ก่อนลาออกจากงานกลับบ้านเกิด

“ครอบครัวมีที่ดินรวม 6 ไร่ อยู่ติดริมถนนหลวง 2 ไร่ ริมฝั่งโขง 2 ไร่และในหมู่บ้านอีก 2 ไร่ จึงไปตระเวนซื้อกิ่งพันธุ์แก้วมังกร กิ่งละ 50 บาท สายพันธุ์เนื้อขาวเวียดนามจาก จ.ระยอง และแดงไต้หวัน รวม 30 กิ่งมาปลูกหน้าบ้านก่อน เริ่มลงมือปลูกมาแต่ปี 2545 คนข้างบ้านบอกว่าผมบ้าไปแล้วเช้า-เย็น นำน้ำมารดเสาไม้ทุกวันที่ทำค้างให้กิ่งเลื้อย เพราะกิ่งพันธุ์ขณะนั้นยังเล็กอยู่ จึงต่อท่อหันมาใช้ระบบน้ำหยด จนต้นเติบโตให้ผลผลิต จึงเริ่มขยายกิ่งพันธุ์มาปลูกจนเต็มพื้นที่ดังกล่าว”

อดีตมนุษย์เงินเดือน กล่าวด้วยว่า ปีที่แล้วได้ผลผลิต 9.5 ตัน ปีนี้คาดว่าจะได้ผลผลิตมากถึง 15 ตัน ขายปลีกหน้าเพิงร้านลูกเล็กกิโลกรัมละ 35 บาท ตก 3 กิโลกรัม 100 บาท ลูกใหญ่กิโลกรัมละ 40 บาท ที่ผ่านมามีพ่อค้าจาก อ.ท่าอุเทน อ.นาแก และในตัวเมือง เหมารับซื้อราคาส่งถึงหน้าร้านและในสวนครั้งละ 200-400 กิโลกรัม ขายกิ่งพันธุ์มีรากกิ่งละ 50 บาทด้วย แต่ละเดือนจะสร้างรายได้หน้าร้านวันละ 10,000 บาท ต่อปีมีรายได้เฉลี่ย 500,000 บาท แต่ทั้งนี้ต้องขยันและอดทนมุ่งมั่นมานานนับ 10 ปีถึงจะมีวันนี้ได้ สนใจสอบถามข้อมูลเยี่ยมชมสวน โทร. 09-3239-0836

ที่มา>>>ข่าวสด

สกลนคร อ่วมพายุ! เสาไฟฟ้าหักโค่นนับ 10 ต้น บ้านเสียหายกว่าร้อย

พายุฤดูร้อนพัดกระหน่ำสกลนคร ส่งผลให้เสาไฟฟ้าแรงสูงริมถนนนิตโย หักโค่นกว่า 10 ต้น ล้มทับถนนจนต้องปิดการจราจรฝั่งขาเข้าเมือง จนท.เร่งดำเนินการแก้ไข ส่วนบ้านเรือนเสียหายจำนวนมาก ขณะควายถูกฟ้าผ่าตาย 2 ตัว

เมื่อวันที่ 12 พ.ค. 59 เกิดพายุฤดูร้อนพัดกระหน่ำ จ.สกลนคร ช่วงเย็นที่ผ่านมา ส่งผลให้เสาไฟฟ้าแรงสูง 12 ต้น ริมถนนนิตโย ซึ่งเป็นถนนสายหลักเชื่อมระหว่าง จ.สกลนคร กับ จ.อุดรธานี บริเวณหน้าปั๊มน้ำมันบางจาก ตรงข้ามบริษัท ศรีสกลเพียวไรซ์ ถูกแรงพายุพัดหักโค่นลงทับถนนฝั่งขาเข้าเมือง ส่งผลให้ไฟฟ้าดับเป็นบริเวณกว้าง เนื่องจากเป็นเสาไฟฟ้าแรงสูงเส้นหลักที่จ่ายไฟฟ้าไปหลายตำบล และยังส่งผลให้การจราจรขาเข้าเมืองเกิดติดขัดฤทธิ์พายุฤดูร้อน ที่จ.นครพนม เสาไฟฟ้าล้ม บ้านเสียหายนับ 100หลัง

เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสกลนคร ต้องระดมกำลังเข้าดำเนินการแก้ไข โดยใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง จึงสามารถจ่ายกระแสไฟให้ประชาชนใช้ได้เป็นการชั่วคราว โดยจะดำเนินการเปลี่ยนเสาไฟใหม่ในวันพรุ่งนี้ เนื่องจากเสาไฟฟ้าทั้ง 12 ต้น ถูกพายุพัดหักพังเสียหายจนใช้การไม่ได้

นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า มีพายุฝนตกหนัก พายุลูกเห็บ และมีลมพัดแรงในหลายพื้นที่ สร้างความเสียหายให้กับบ้านเรือนที่อยู่อาศัยของประชาชนใน อ.อากาศอำนวย อ.พรรณานิคม อ.กุสุมาลย์ อ.เมืองสกลนคร ส่งผลให้เกิดความเสียหายเป็นจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นหลังคาบ้านที่ถูกแรงลมพัดพังเสียหาย บางหลังพายุพัดหลังคาปลิวว่อนกระจายไปตามทุ่งนาไกลกว่า 100 เมตร ทำให้ข้าวเปลือกของชาวบ้านที่เก็บไว้ในยุ้งข้าวเปียกน้ำ เครื่องใช้ไฟฟ้า เสื้อผ้า ที่นอน เปียกเสียหาย และยังมีต้นไม้หักทับรถยนต์ ขณะที่บ้านนาสาวนาน ต.นาหัวบ่อ อ.พรรณานิคม มีควายของชาวบ้านถูกฟ้าผ่าตาย 2 ตัวเอียงจนล้ม! สภาพเสาไฟฟ้าที่ล้มกีดขวางการจราจร ที่นครพนม หลังฝนตก ลมแรง

ด้าน ปภ.สกลนคร รายงานความเสียหายในเบื้องต้น มีบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายกว่า 300 หลังคาเรือนแล้ว แต่ยังไม่สามารถสรุปตัวเลขความเสียหายได้ เนื่องจากเป็นเวลากลางคืน โดยในเช้าวันพรุ่งนี้จะมีการสำรวจความเสียหายโดยละเอียดอีกครั้ง.

ที่มา>>>Thairath