รันทด เด็กหญิง 2 พี่น้องยอดกตัญญู ดูแลยาย จูงมือขอข้าวชาวบ้านประทังชีวิต

เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดพิจิตรว่า ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้าน ตำบลหนองพระ อำเภอวังทรายพูน จังหวัดพิจิตรว่า มีเด็กหญิง 2 พี่น้องฐานะ ยากจนซึ่ง อยู่โรงเรียน ชุมชุนวัดหนองละฆ้อน ตำบลหนองพระ อำเภอวังทรายพูน จังหวัดพิจิตร ทั้งคู่ อยู่ชั้นอนุบาล แต่เป็น เด็กยอดกตัญญู ช่วยยายที่ชราทำงานล้างจานและ บางวันยายป่วย ไม่มีเงินซื้อข้าว 2 พี่น้องเด็กหญิงจูงมือกันไปขอข้าวชาวบ้านมาให้ยาย และตนเองกินประทังชีวิตหลังจากที่ได้รับแจ้ง จึงได้เดินทางไปยังบ้านดังกล่าวซึ่ง อยู่บ้านเลขที่ 83 หมูที่ 7 ตำบลหนองพระ อำเภอวังทรายพูน  จังหวัดพิจิตร ซึ่ง เป็นบ้านของ ด.ญ.กรรณิการ์   หรือ น้องเนย  จันทร์ดี  อายุ 4 ปี และ ดญ. จารุวรรณ หรือนิว จันทร์ดี อายุ 3 ปี อาศัยอยู่กับนาง นางโสม อยู่จาร์ต อายุ 67 ปี เนื่องจากแม่ของเด็กหญิงทั้ง 2  นำ เด็กมาทิ้งให้เลี้ยง และไม่เคยส่งเงินมา ดูแล ซึ่งยายที่ชรา ซึ่งมีอาชีพรับจ้าง ก็ไปทำงานไม่ได้เนื่องจากไม่มีใคร ดูแลเด็กๆ

โดยสภาพบ้านดังกล่าว เป็นกระต๊อบ ผุพัง มุงด้วยสังกระสี เป็นรูรั่วทั้งหลัง พื้นบ้านใช้ฟากไม้ไผ่ ตี เป็นแผ่น ส่วน ข้างฝาผุพัง ไม่มีประตูบ้าน ห้องน้ำก็ไม่มี ไฟฟ้า ก็ไม่มี ต้องใช้ตะเกียงจุด เพื่อให้แสงสว่าง น้ำประปา ก็ไม่มี กิน  ซึ่งบ้านหลังเล็กไม่มีประตูบ้าน เวลาฝนตก ไม่คุ้มฝน ยิ่งกลางคืน นอนกันไม่ได้ทั้งคืน  เพราะบ้าน มีแต่รูรั่ว น่าเวทนาอย่างยิ่งนอกจากนี้ ในบ้านของ ดญ .ทั้ง 2 ไม่มีเครื่องสาธาณูปโภคใดๆ ทั้งสิ้น เวลากลางคืนจุดตะเกียง เวลาหุงข้าวต้องก่อไฟถ่านหุงข้าว บางวัน แทบไม่ได้กินข้าว เนื่องจากฐานะยากจนไม่มีเงินซื้อข้าวสารกิน บางวันกินข้าวกับน้ำปลา และเกลือ หากยายไปรับจ้างทำงานไม่ไหว หรือล้มป่วย 2 เด็กหญิงจะจูงมือกันไปขอข้าวเพื่อนบ้าน มาให้ยายและ ตัวเองกิน เพื่อประทังชีวิต  ซึ่งชาวบ้านแถวนั้น  เห็นในความยากลำบากเวทนาก็ให้อาหารมากินบ้าง

โดยนางโสม อยู่จาร์ต ผู้เป็นยาย กล่าวว่า พ่อแม่ของ เด็กหญิงทั้ง 2 แยกทางกัน ลูกสาว ได้นำ หลานทั้ง 2 มาทิ้งให้ตนเลี้ยง ไม่เคยส่งเสีย เงินทองทุกวันนี้ตนเองไปรับจ้างทำงานไม่ค่อยได้เนื่องจาก เป็นหวงหลานไม่มีใครดูแล หากไปทำงานก็จะต้องเอาหลานไปด้วย ซึ่งบางครั้งเด็กก็ไม่ได้ไปโรงเรียน เนื่องจาก ไม่มีเงินให้ไปกินขนม บางวัน หากไปรับจ้างไม่ไหว ต้องกินข้าวกับน้ำปลา หรือ เกลือ บางครั้งตนเองล้มป่วยเพราะอายุมากแล้ว หลานทั้ง 2 จะจูงมือพากินไปขออาหาร เพื่อนบ้าน มาให้ตนเองตัวหลานกินซึ่งทุกวันนี้ ยอมรับว่า สงสารหลานทั้ง 2 มาก ทุกวันนี้ครอบครัวตนเองมีรายได้เพียงแค่เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเดือนละ 600 บาท จึงไม่พอที่จะใช้ โชคดีที่มีเพื่อนบ้านบางส่วนแบ่งปันอาหารให้เพื่อประทังชีวิตซึ่งตนเองยอมรับในความกตัญญูของหลานมาก ถึงแม้ตัวจะเล็กอายุน้อย แต่ก็ยังมีความกตัญญูต่อยายกลับมาจากโรงเรียนช่วยล้างจานเอี่ยมบ้างไม่เอี่ยมบ้าง เพราะเด็กตัวแค่นี้ สิ่งที่อยากได้คือ เรื่องบ้านเพราะไม่มีที่อยู่ อาศัยที่ว่างเปล่าซึ่งวัดธรรมกายมาซื้อทิ้งไว้แต่ไม่ได้ทำอะไรอาศัยอยู่ เวลาฝนตก ตนเองและหลานอีก 2 คนหลับฝนไม่ได้นอนทั้งคืนที่หลับที่นอนเปียกหมด อีกทั้งไฟฟ้าไม่มี ใช้ตะเกียงจุดเพื่อให้สว่าง ห้องน้ำก็ไม่มี

ด้านนายวิทยา เอี้ยงหมี ผอ. โรงเรียนชุมชนวัดหนองละค้อน กล่าวว่า น้องเป็นเด็กน่ารัก แต่ ฐานะครอบครัว น้องทั้ง 2 ยากจนมากน่าสงสาร  ซึ่งตนได้ติดตาม และให้ความช่วยเหลือ โดยมีรถรับส่งทางโรงเรียนไปรับไปส่งทุกวัน  ส่วนอาหารกลางวัน ทางโรงเรียนเรามี ให้อยู่แล้ว.น้องเรียนอยู่ชั้นอนุบาล อยากให้ผู้ที่ใจบุญช่วยสงเคราะห์น้องน้อง อีกทางหนึ่ง

ทางด้านนางสนอง ช้างคุ้ม อายุ 78 ปี กล่าวว่า  เด็กทั้ง2 น่าสงสารมาก บางวันไม่มีข้าวกิน  เนื่องจาก มีฐานะยากจนมาก  อีกทั้งยาย ก็ชราแล้ว ซึ่งเด็ก 2 พี่น้องหากยายไม่มีข้าวให้กินจะจูงมือกัน เดินมาขอข้าว หรือขนมกิน  ซึ่งชาวบ้านก็ ให้กันเพราะความสงสาร

หากมีผู้จิตศรัธาจะร่วมบริจาก ช่วยเหลือน้องเนยและน้องนิวบริจากได้ กองทุนเพื่อการศึกษา ของ ดญ.กรรณิการ์  จันทร์ดี กรุงไทย สาขาสาเหล็ก หมายเลขบัญชี  6360288214

ที่มา>>>ข่าวสด

ทลายแหล่งผลิตแชมพูปลอม รวบสาวใหญ่ ทำมานาน 2 ปี ขายตลาดนัด

ทหาร-ตำรวจ บุกทลายแหล่งผลิตยาสระผม ครีมนวด ครีมอาบน้ำปลอม ย่านพุทธมณฑล สาวใหญ่ลอบทำมานานกว่า 2 ปี ซื้อขวดเก่านำมาล้างแล้วกรอกใส่ขายตามตลาดนัด ติดสลากยี่ห้อต่างๆ จนเนียน ได้วิชาจากญาติที่ถูกจับ…

เมื่อวันที่ 8 พ.ค. พ.ต.อ.วรพล ยิ่งเจริญ ผกก.สภ.พุทธมณฑล พ.ต.ท.ธงชัย เนตรสขาวัฒน์ รอง ผกก.ป. ร.ท.ภิญโญ ธวัชสุนทร หัวหน้าชุดรักษาความสงบ ช.พัน 9 พร้อมเจ้าหน้าที่ทหารชุด ช.พัน 9 และนายนัฐพล มณีทิพย์ ตัวแทนบริษัทยูนิลีเวอร์ไทยเทรดดิ้ง จำกัด ร่วมกันแถลงผลการจับกุมนางเสียงสังข์ หมื่นวงษ์ อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 87 หมู่ 7 ต.อ่างแก้ว อ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง ซึ่งมาเปิดห้องเช่า เลขที่ 44/46 ม.2 ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม ลักลอบผลิต และจำหน่ายแชมพูยาสระผม ครีมนวด ครีมอาบน้ำปลอม ยึดของกลางผลิตภัณฑ์ขนาด 550 ml และ 600 ml ยี่ห้อต่างๆ กว่า 30 ยี่ห้อ จำนวน 800 ขวด สารเคมีที่ใช้ในการผลิต สีผสม หัวน้ำหอม อุปกรณ์ ขวดเปล่า ถังพลาสติกขนาด 50 ลิตร 4 ถัง และไดร์ร้อน 1 อัน มูลค่ารวมกว่า 6 หมื่นบาท

สำหรับการจับกุมดังกล่าว ภายหลังนายนัฐพล ประสานเจ้าหน้าที่ว่ามีผู้ลักลอบปลอมสินค้าของบริษัท เจ้าหน้าที่จึงสืบสวนจนพบว่าบ้านเช่าหลังดังกล่าวมีการลักลอบผลิต และจำหน่าย มีการนำขวดเก่าแชมพูสระผม มาล้างทำความสะอาด รวมถึงขวดที่ยังไม่ได้ล้างทำความสะอาด และสลากปิดขวดหลายยี่ห้อจำนวนมาก จึงตรวจยึดไว้เป็นหลักฐาน
นางเสียงสังข์ ให้การรับสารภาพว่า ลักลอบผลิตมาเกือบ 2 ปี โดยผสมจากหัวสบู่ ผงฟอง เกลือ หัวน้ำหอม และสีผสมอาหาร ซึ่งซื้อมาจากตลาดสำเพ็ง สำหรับขวดที่ใช้บรรจุจะไปรับซื้อมาจากร้านขายของเก่าอีกที แล้วนำมาล้างทำความสะอาด ก่อนจะแยกประเภทของสินค้าแต่ละชนิด เพื่อแยกสีแยกกลิ่นของแชมพู ครีมนวด ครีมอาบน้ำที่ผสมนำไปบรรจุใส่ขวดยี่ห้อต่างๆ แล้วติดสลาก ทำเป็นแพ็กเหมือนผลิตในโรงงาน นำไปขายตามตลาดนัดในจังหวัดนครปฐม ราชบุรี สุพรรณบุรี และร้านค้าบางร้านที่มารับสินค้า โดยขายขวดละ 59 บาท และ 79 บาท ส่วนสูตรการผสมเรียนมาจากญาติซึ่งถูกจับไปแล้ว

จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาความผิดปลอมเครื่องหมายการค้า เครื่องหมายบริการ เครื่องหมายรับรองหรือเครื่องหมายร่วมของบุคคลอื่นที่ได้จดทะเบียนแล้วในราชอาณาจักร นำตัวส่งพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

ที่มา>>>Thairath