ฮือประชาทัณฑ์!! ช่างซ่อมทีวีฆ่าโหดช่างเย็บผ้า 3ลูกน้อยเหยื่อกำพร้าร่ำไห้-เรียกสจ.พี่ชายสอบ

จากกรณีที่ช่างซ่อมโทรทัศน์ ก่อเหตุยิงช่างเย็บผ้าเพื่อนบ้านดับเมื่อคืนนี้ ล่าสุดเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 21 ม.ค. ตำรวจ สภ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ได้นำตัวนายสมพงษ์ นวมมณีรักษ์ ช่างซ่อมโทรทัศน์ ที่ใช้อาวุธปืนยิงยิงนายสมชาย พิมพ์อ่อน เสียชีวิตกลางดึกเมื่อคืนที่ผ่านมา ไปทำแผน ประกอบคำรับสารภาพ

โดยพนักงานสอบสวน พ.ต.ท.เกษม วงศ์ทอง และ ร.ต.ท.ทวิทย์ ประกอบนันท์ ร้อยเวร สภ.อรัญประเทศ ได้ให้กู้ภัยอรัญประเทศ นำเชือกเข้าไปขึง ในที่เกิดเหตุ พร้อมกับให้กำลังตำรวจ ยืนกั้นไม่ให้ชาวบ้านเข้าไปในบริเวณทำแผน เนื่องจากประชาชน มาดูการทำแผนกันจำนวนมาก หลังญาติพี่น้องของคนตายจะเข้ามารุมประชาทัณฑ์ นายสมพงศ์ เนื่องจากมีความโกรธแค้นนายสมพงษ์ อย่างมาก เนื่องจากทำให้ลูกๆ ของนายสมชาย จำนวน 3 คน ที่ยังอยู่ในวัยเด็กต้องกำพร้า หลังกันชาวบ้านออกไปห่างพ้นระยะอันตรายได้แล้ว ตำรวจได้นำตัวนายสมพงษ์ เข้าชี้จุดที่นายสมชายนั่งกินเหล้าอยู่ที่หน้าร้านเย็บผ้าโดยนายสมพงษ์บอกว่า หลังจากตนเองเดินกลับมาจากร้านอาหารที่หน้าปากซอยต้นโพธิ์ เห็นนายสมชายนั่งกินเหล้าอยู่ จึงได้มีปากเสียงกับนายสมชาย ซึ่งเป็นปกติของนายสมพงษ์ อยู่แล้วว่าเวลาเมา มักจะชอบพูดจาด่าทอ ทะเลาะกับคนอื่น หลังมีปากเสียงกับนายสมชายแล้ว นายสมพงษ์ จึงเดินเข้าไปในบ้านของตนเอง ซึ่งเป็นร้านซ่อมวิทยุและโทรทัศน์ ซึ่งอยู่ติดกันกับร้านตัดเย็บเสื้อผ้าของนายสมชาย แล้วเข้าไปเอาปืนขนาด .38 ในบ้าน ออกมากระหน่ำยิงนายสมชาย พอถูกยิง นายสมชายจึงลุกขึ้น เพื่อที่จะวิ่งหนี แต่ถูกนายสมพงษ์ ใช้เท้าถีบล้มลงไป ก่อนที่นายสมพงษ์ จะใช้ปืนกระบอกเดียวกันจ่อยิงซ้ำ จนแน่นิ่ง

หลังทำแผนประกอบคำรับสารภาพเสร็จ ตำรวจได้นำตัวนายสมพงษ์ เดินทางไปฝากขังที่ศาลจังหวัดสระแก้วทันทีด้าน ร.ต.ท.ทวิทย์ ประกอบนันท์ ร้อยเวร เจ้าของคดี บอกว่า จากการสอบสวน นายสมพงษ์ มือยิง รับสารภาพว่า มีเรื่องบาดหมางกับนายสมชายมาก่อนนานแล้ว จึงมีการเก็บกดเอาไว้ในใจ และได้ไปลักปืนพี่ชาย อดีด สจ.ของจังหวัดสระแก้วมา โดยพี่ชายไม่รู้ วันนี้สบโอกาส ที่นายสมชายนั่งกินเหล้าอยู่ที่หน้าบ้านคนเดียว จึงได้เข้าไปเอาปืนออกมายิงนายสมชายดังกล่าว ส่วนพี่ชายนายสมพงษ์ ที่เป็นเจ้าของปืนซึ่งเป็นปืนมีทะเบียน ทางพนักงานสอบจะได้มีหมายเรียก มาทำการสอบสวน ว่า มีส่วนรู้เห็นหรือไม่ นายสมพงษ์ลักปืนมาจริงๆ หรือไม่ หากพบว่าพี่ชายรู้เห็นด้วยก็จะถูกดำเนินคดีด้วยเช่นกัน ส่วนศพของนายสมชาย ทางตำรวจได้ส่งไปผ่าพิสูจน์หาวิถีกระสุนเพื่อนำมาประกอบสำนวนคดี

ที่มา>>>ข่าวสด

ฆ่าโหดแท็กซี่ ยิงเจาะกลางหัว ทิ้งรถลงบ่อปลา พยานแฉคนร้ายปล้นรถไอติมหนี

วันที่ 20 ก.ย. ร.ต.อ.อนันต์ ทองเหลือ รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.บางพลี จ.สมุทรปราการ รับแจ้งมีเหตุรถแท็กซี่จมลงไปในบ่อปลา หลังโรงพยาบาลบางนา 5 ซอยที่ดินไทย ถนนเทพารักษ์ กม.10 หมู่ 23 ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมพ.ต.อโสภณ มงคลโสภณรัตน์ ผกก., พ.ต.ท.รักศักดิ์ เมฆจินดา รองผกก.สส., พ.ต.ท.ธีระยุทธ์ เสรีนนท์ชัย รองผกก.ป., พ.ต.ท.ประมวล ทองภู รองผกก.(สอบสวน) เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน, แพทย์เวรโรงพยาบาลบางพลี และเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู201609201956554-20041020173632ที่เกิดเหตุเป็นบ่อปลาขนาดใหญ่พบรถแท็กซี่โตโยต้าอัลติส สีชมพู ทะเบียน ทส 8947 กรุงเทพมหานคร จมเกือบทั้งคันเห็นเพียงหลังคารถและป้ายไฟแท็กซี่ ส่วนริมบ่อพบศพนายอาคม บุบผาลา อายุ 39 ปี โชเฟอร์แท็กซี่ ตามร่างกายพบบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนเข้าที่กลางศรีษะทะลุออกหางคิ้วขวา นอกจากนี้ยังพบเงินสดในตัวอีก 1,420 บาท จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงประสานรถยกเพื่อลากรถแท็กซี่คันดังกล่าวขึ้นมา พบว่ากระจกประตูด้านข้างคนขับแตกแต่ไม่พบร่องรอยกระสุนหรือคราบเขม่าดินปืน ส่วนภายในรถพบกระเป๋าภายในมีเงินสดอีก 1,120 บาท สร้อยคอทองคำ หนัก 1 บาท 1 เส้น จึงรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน201609201956552-20041020173632จากการสอบสวนนายอภิวัฒน์ เพ็ชรน้อย อายุ 39 ปี เจ้าของบ่อปลา ให้การว่าระหว่างนั่งเลี้ยงปลาอยู่ในที่พักข้างบ่อได้ยิน เสียงมีวัตถุชิ้นใหญ่ตกลงไปในน้ำ จึงวิ่งออกมาดูก็เห็นเป็นรถแท็กซี่ ร่วงลงน้ำ จึงรีบโดดลงไปดู ก็เห็นคนขับติดข้างในจึงรีบช่วยเหลือขึ้นมาแต่พบว่าคนขับเสียชีวิตแล้วจึงโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบ201609201956551-20041020173632ด้านนายชนากี กีรี อายุ 34 ปี ชาวอินเดีย ให้การผ่านล่ามว่า ระหว่างที่ตนขี่รถจยย.ฮอนด้าเวฟ สีแดงดำ หมายเลขทะเบียน 247 ไม่ทราบหมวดจังหวัด ซึ่งมีถังไอศกรีมติดอยู่ ผ่านมาตรงจุดเกิดเหตุ พบชายรูปร่างสันทัด สูงประมาณ 165 ซม. สวมเสื้อยืดแขนสั้นสีดำ สวมกางเกงขายาวสีดำ ยืนขวางถนน พร้อมใช้ปืนจี้บังคับชิงรถจยย.ของตนไป แล้วขับหลบหนีไม่ทราบทิศทาง

พ.ต.อโสภณ กล่าวว่า เบื้องต้นยังไม่สามารถสรุปสาเหตุของการฆ่าแท็กซี่รายนี้ได้ โดยได้แนวทางการสืบสวนไว้คือคนร้ายอาจจะชิงทรัพย์ หรืออาจจะมีเหตุขัดแย้งส่วนตัวก็เป็นได้ ขณะนี้สั่งการให้ชุดสืบสวนออกติดตามตามแนวทางที่วางไว้

ที่มา>>>ข่าวสด

รวบ 2 นร.เทคโนฯ ปืนไล่ยิง นร.อาชีวะเจ็บ ปมแค้นต่างสถาบัน

จากกรณีกลุ่มนักเรียนอาชีวะก่อเหตุใช้อาวุธปืนไล่ยิงใส่กลุ่มคู่อริต่างสถาบัน ทำให้นายเจมส์ (นามสมมุติ) อายุ 16 ปี นักเรียนอาชีวะชื่อดังย่านบางกะปิ ถูกยิงเข้าที่หน้าท้องและข้อมมือ ได้รับบาดเจ็บ นอกจากนี้กระสุนยังพลาดเป้าไปถูกนางทรงศรี แก้วจันทร์ อายุ 61 ปี แม่ค้าขายข้าวเหนียวไก่ทอด เข้าที่น่องขาวได้รับบาดเจ็บอีก 1 คน เหตุเกิดหน้าร้านสะดวกซื้อ 7-11 สาขาร่มเกล้า 7 ปากซอยเคหะร่มเกล้า 29 แยก 7 หรือร่มเกล้าโซน 5 ซอย 33 ถนนเคหะร่มเกล้า แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กทม. ต่อเนื่องหน้าโรงเรียนชุมชนเคหะลาดกระบัง ซอยเคหะร่มเกล้า 42 แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กทม. เหตุช่วงเช้าของวันที่ 14 มิ.ย. ที่ผ่านมา ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้นความคืบหน้าล่าสุดเมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 15 มิ.ย. พ.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผกก.ปพ.บก.ป, พ.ต.ท.ปิยรัช สุภารัตน์ รอง ผกก.ปพ., พ.ต.ท.วชิรา ยาวไทสงค์ รองผกก.ปพ. พร้อมตำรวจคอมมานโด สนธิกำลังกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนสน.ร่มเกล้า ร่วมกันจับกุมนายตั้ม (นามสมมุติ) อายุ 16 ปี และนายโด่ง (นามสมมุติ) อายุ 16 ปี นักเรียนชั้นปีที่ 1 โรงเรียนเทคโนโลยีแห่งหนึ่ง หลังตกเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดมีนบุรี ในข้อหาร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น พกพาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้านทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร โดยสามารถควบคุมตัวนายตั้ม ได้ที่บ้านพักย่านมีนบุรี พร้อมของกลางเป็นรถจยย.ที่ใช้ในการก่อเหตุ และควบคุมตัวนายโด่ง ได้ที่บ้านพักภายในอ.ตาคลี จ.นครสวรรค์จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า เป็นผู้ลงมือก่อเหตุจริง โดยในวันเกิดเหตุนายตั้ม เป็นคนขี่รถจยย.ส่วนนายโด่ง เป็นคนซ้อนท้ายและเป็นผู้ลงมือกราดยิงเข้าใส่กลุ่มผู้บาดเจ็บ ส่วนสาเหตุเกิดจากปมขัดแย้งคู่อริต่างสถาบัน เนื่องจากเพื่อนตนเคยถูกโรงเรียนของผู้บาดเจ็บใช้อาวุธปืนไล่ยิงมาก่อนหน้านี้ สำหรับอาวุธปืนที่ใช้ในการก่อเหตุนั้นเป็นปืนลูกโม่ขนาด .38 หลังก่อเหตุนายโด่ง ได้ขี่รถจยย.นำไปโยนทิ้งที่คลองลาดบัวขาว ภายในซอยเคหะร่มเกล้า 64 ถนนเคหะร่มเกล้า แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กทม. แล้วพากันหลบหนีไป กระทั่งมาถูกจับกุมตัวได้ดังกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากพาตัวผู้ต้องหามาชี้จุดทิ้งปืน เจ้าหน้าที่ก็ได้ประสานนักประดาน้ำจากมูลนิธิกู้ภัยร่มไทร ชุดประจำจุดมีนบุรีและจรเข้น้อย กว่า 10 นาย ร่วมกันงมหาปืนของกลางภายในคลองดังกล่าว ซึ่งใช้เวลากว่า 3 ชั่วโมง ก็ยังไม่พบปืนของกลางแต่อย่างใด

ที่มา>>>ข่าวสด

เพิ่งไปเรียนวันเดียว! โจ๋เจ้าถิ่นรัวกระสุนหนุ่ม กศน. ร่างพรุนดับ!

หนุ่ม กศน. ชั้น ม.3 ขี่จักรยานยนต์เข้าสุขาภิบาล 5 ซอย 16 เจอแก๊งวัยรุ่นมั่วสุมสี่คูณร้อย สาดกระสุนทั่วร่าง วิ่งหนีซ่อนในป่ากกหายใจรวยริน จนท.รุดช่วยปั๊มหัวใจ ยื้อไม่ไหวสุดท้ายเสียชีวิต พ่อแม่เผย เพิ่งไปเรียนได้วันเดียว

เมื่อเวลา 03.00 น. วันที่ 23 เม.ย. 59 ร.ต.อ.เกียรติศักดิ์ โพธิ์พระ รอง สว.สส.สน.คันนายาว รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกทำร้ายด้วยอาวุธปืนเสียชีวิต บริเวณปากซอยสุขาภิบาล 5 ซอย 16 ถนนสุขาภิบาล 5 แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กรุงเทพฯ จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนรุดตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อม พล.ต.ต.เจริญ ศรีศศลักษณ์ ผบก.น.2 พ.ต.อ.ธีระชัย ชำนาญหมอ ผกก.กก.สส.บก.น.2 พ.ต.ท.วีระ งามเลิศ รอง ผกก.สส.สน.คันนายาว พ.ต.ท.พงษ์สิทธิ์ ปาลาพงศ์ สว.สส.สน.คันนายาว เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน แพทย์นิติเวช รพ.ตำรวจ และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูที่เกิดเหตุบริเวณฟุตปาทด้านข้างบริษัท โชติพิพัฒน์ค้าไม้ จำกัด ห่างจากปากซอยดังกล่าวประมาณ 50 เมตร พบร่าง นายภูเบศ บางแดง อายุ 16 ปี นักเรียน กศน. ย่านบางเขน ชั้น ม.3 ถูกอาวุธปืนไม่ทราบขนาดยิงเข้าที่บริเวณใบหน้า ลำคอ หน้าอกซ้าย แผ่นหลัง และตามลำตัวหลายนัด สภาพนอนหงายจมกองเลือดหายใจรวยริน เจ้าหน้าที่พยายามปั๊มหัวใจช่วยเหลือ แต่เนื่องจากผู้ได้รับบาดเจ็บอาการสาหัสทำให้เสียชีวิตในเวลาต่อมา ตรวจสอบพบปลอกกระสุนลูกซองไม่ทราบขนาดอยู่ในกระเป๋าเสื้อแจ็กเก็ตทางด้านขวา 1 นัด เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

สอบสวนชาวบ้านในละแวกดังกล่าวให้การว่า ขณะพักผ่อนอยู่ในบ้านได้ยินเสียงปืนดังขึ้นติดต่อกัน 6-7 นัด จากนั้นได้ยินเสียงรถจักรยานยนต์ออกไปทางปากซอย แต่ไม่กล้าออกมาดู เพราะกลัวถูกลูกหลง และในซอยดังกล่าวมักจะมีกลุ่มวัยรุ่นมามั่วสุมเสพยาอยู่เป็นประจำ จนเป็นที่เอือมระอาของชาวบ้าน

พล.ต.ต.เจริญ กล่าวว่า จากการซักถามบิดามารดาของผู้ตายทราบว่า ผู้ตายเคยอยู่โรงเรียนแห่งหนึ่งย่านบางเขน ชั้น ม.3 แต่ดรอปเรียนไว้ และกำลังศึกษาต่อที่ กศน. โดยเพิ่งไปเรียนได้เพียงวันเดียว ก่อนหน้านี้ผู้ตายมักจะเดินทางเข้ามาหาเพื่อนที่อยู่ภายในซอยดังกล่าวเป็นประจำ โดยวันนี้ขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้า เอ็มเอสเอ็กซ์ สีเหลือง 4กร3866 กรุงเทพมหานคร เข้ามาในซอยเพียงลำพัง เมื่อเข้ามาถึงบริเวณกลางซอยพบกลุ่มวัยรุ่นที่ตั้งโต๊ะมั่วสุมสี่คูณร้อยอยู่หลายคน

ทั้งนี้ สันนิษฐานว่าผู้ตายอาจจะเข้ามั่วสุมด้วย หรืออาจจะเข้ามาทำอะไรสักอย่างแต่เจอกับคู่อริ ก่อนจะถูกระดมยิงด้วยอาวุธปืนขณะนั่งคร่อมรถจักรยานยนต์ จากนั้นวิ่งหนีเข้าไปหลบในป่ากกข้างทาง ก่อนจะโทรศัพท์บอกเพื่อนว่าถูกยิงและให้เดินทางมารับ

ซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งและเดินทางมาถึง เพื่อนผู้ตายเดินทางกลับไปแล้ว ส่วนเจ้าหน้าที่มูลนิธิช่วยเหลือนำผู้ตายออกมาจากจุดที่ถูกยิง ก่อนจะพยายามจะปั๊มหัวใจแต่ไม่สำเร็จ มาเสียชีวิตบริเวณปากซอย โดยอาวุธปืนที่คนร้ายใช้คาดว่าจะมีมากกว่า 2 กระบอก เพราะบาดแผลมีทั้งรอยกระสุนปืนลูกซอง และกระสุนปืนขนาด 9 มม. ที่ด้านหลังผู้ตาย อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ทราบชื่อกลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุแล้ว ซึ่งอยู่ภายในซอยที่เกิดเหตุ และอยู่ระหว่างการติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดี.

ที่มา>>>Thairath