(คลิป)ชนโครม! พ่วง18ล้ออัดหกล้อจั๋งหนับกลางแยก-พังยับเยิน รถติดระนาว

เมื่อเวลา 23.30 น. วันที่ 31 ส.ค. พ.ต.ท.ไพจิตร โคตรกล่ำ สารวัตรเวรสอบสวน สภ.สวนพริกไทย จ.ปทุมธานี รับแจ้งเหตุรถพ่วง 18 ล้อชนรถ 6 ล้อ บาดเจ็บ 2 ราย ที่บริเวณกลางแยกไฟแดงเทคโน หน้ามหาวิทยาลัยปทุมธานี ต.บ้านกลาง อ.เมือง จ.ปทุมธานี รุดไปตรวจสอบพร้อมมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง  ที่เกิดเหตุพบรถพ่วง 18 ล้อ ทะเบียน 70-4195 ราชบุรี ลูกพ่วงทะเบียน 70-4196 ราชบุรี บรรทุกม้วนกระดาษขนาดใหญ่ 12 ม้วน สภาพรถด้านหน้าเสียหายยับ คนขับชื่อนายภาสกร วงษ์พัฒน์ อายุ 26 ปี บ้านเลขที่ 17/4 หมู่ 6 ต.วังศาลา อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี บาดเจ็บที่หน้าอกอัดกับพวงมาลัย เนื่องจากชนกับรถหกล้อ ทะเบียน 70-8709 เพชรบุรี คนขับชื่อนายเดชณรงค์ ดามะหาด อายุ 36 ปี บ้านเลขที่ 29 หมู่ 10 ต.ดอนกลาง อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม บาดเจ็บจากแรงกระแทก เจ้าหน้าที่นำตัวทั้งสองคนส่งโรงพยาบาลกรุงสยามเซนต์คาร์ลอสไปก่อนแล้ว ด.ต.วีรภัทร ใจงาม ผบ.หมู่งานจราจร สภ.สวนพริกไทย กล่าวว่า ตนนั่งอยู่ในป้อมแยกเทคโน ช่วงนั้นมีฝนตก ได้ยินเสียงดังโครม จึงเดินออกมาดู พบรถพ่วงชนกับรถหกล้อ ทั้งนี้ ดูภาพกล้องวงจรปิด รถหกล้อวิ่งมาจากถนน 347 มุ่งหน้าปทุมธานี ส่วนรถพ่วงวิ่งจากสะพานปทุมธานี 1 มุ่งหน้ารังสิต เมื่อถึงที่เกิดเหตุเป็นบริเวณแยกไฟแดงเทคโนจึงชนกัน มีผู้บาดเจ็บเล็กน้อย 2 ราย  ด้านพ.ต.ท.ไพจิตร มาตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมประสานจราจรระบายรถติด เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาประมาทร่วม เนื่องจากขณะเกิดเหตุเป็นช่วงหลัง 22.00 น. บริเวณแยกเทคโนจากสัญญาณไฟเขียวไฟแดง จะเปลี่ยนเป็นไฟเหลืองกระพริบ ฉะนั้นผู้ที่ใช้เส้นทางต้องใช้ด้วยความระมัดระวัง

ที่มา>>>ข่าวสด

โกงความตาย! รถบัสพุ่งชนป้ายรถเมล์พังเละ สาวยืนรออยู่…รอดปาฏิหาริย์ (คลิป)

 เว็บไซต์ เร็นทีวี ของรัสเซียนำเสนอภาพกล้องวงจรปิดวินาทีเฉียดตาย ขณะที่รถเมล์วิ่งมาด้วยความเร็วสูง พุ่งชนป้ายรถเมล์พังเสียหายยับเยิน และเฉียดผู้หญิงที่รอป้ายเพียงนิดเดียว โดยได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ในเมืองนิจนีนอฟโกรอดของรัสเซีย เมื่อวันที่ 2 ส.ค. ข่าวระบุว่า รถเมล์คันดังกล่าวยังวิ่งไปชนรถเก๋งที่จอดรถสัญญาณไฟข้างหน้า จนเป็นเหตุให้มีผู้บาดเจ็บทั้งหมด 10 ราย โดย 1 ราย เสียชีวิตหลังนำส่งโรงพยาบาลแล้ว

ที่มา>>>ข่าวสด

พายุถล่ม! ผบก.อุดรฯ สั่ง ตร.จราจร บริการ ปชช. หลังไฟดับทั่วเมือง

ผบก.อุดรฯ สั่ง ตร.จราจร ประจำสี่แยกบริการ ปชช. หลังไฟดับทั่วเมือง จากฤทธิ์พายุฤดูร้อนพัดถล่มช่วงหัวค่ำ สร้างความเสียหายจำนวนมาก รวมทั้งเพื่อป้องกันความปลอดภัยในการใช้ถนน และป้องกันแก๊งโจรกรรมอาละวาด

เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 6 พฤษภาคม หลังจากเกิดเหตุพายุฤดูร้อนพัดถล่มเมืองอุดรธานีเสาไฟฟ้าหักโค่นหลายจุด ทำให้ในเขตเทศบาลนครอุดรธานีมืดมิด ไม่มีไฟฟ้าใช้ พล.ต.ต.พีระพงศ์ วงษ์สมาน ผบก.ภ.จ.อุดรธานี จึงสั่งการให้ตำรวจจราจร สภ.เมืองอุดรธานี ออกให้บริการประชาชนบริเวณทางร่วมทางแยก ในเขตเทศบาลนครอุดรธานี เพื่อป้องกันอุบัติเหตุรถชนกัน เนื่องจากไฟฟ้าดับทั้งเมือง ทำให้ไม่มีสัญญาณไฟจราจรตามสี่แยกต่างๆ โดยเฉพาะบริเวณสี่แยกรวมทวี ถนนโพศรีตัดกับ ถนนโภคานุสรณ์ เป็นทางไปศูนย์การค้าเซนทรัลพลาซ่า กับศูนย์การค้ายูดีทาวน์ และ บขส.แห่งที่ 1 ซึ่งมีรถติดสะสมจำนวนมาก อีกทั้งเป็นวันหยุดยาว จึงมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากด้วยตร.จราจร เมืองอุดรฯ บริการประชาชน ตรงสี่แยก หลังฝนถล่มไฟดับทั่วเมือง

นอกจากนี้ พล.ต.ต.พีระพงศ์ ยังได้ออกประกาศแจ้งทางวิทยุ 191 ภ.จ.อุดรธานี และส่งไปทางไลน์กลุ่มต่างๆ ว่า “ในเขตตัวเมืองจังหวัดอุดรธานี เนื่องจากขณะนี้ไฟฟ้าดับทั่วเมืองเป็นเวลานาน เกิดต้นไม้ล้มทับเสาไฟฟ้าทั่วไปจำนวนหลายจุด สัญญาณไฟทางแยกดับหลายจุด ศูนย์สั่งการของตำรวจ 191 ใช้ไฟสำรอง การบริการไม่เต็มที่ จนท.ไฟฟ้ากำลังแก้ไข แต่คงต้องใช้เวลาอีกนาน บางจุดคงภายใน 24.00 น. บางจุดอาจถึง 18.00 น. ของวันพรุ่งนี้ สิ่งที่ตามมากับไฟฟ้าดับเป็นเวลานาน คือ โจรผู้ร้ายออกทำงานทันที ต้องใช้ความระมัดระวังอย่างสูงสุดในการดูแลชีวิต และทรัพย์สินของท่านกับบุตรหลานท่าน ไม่จำเป็นไม่ต้องออกนอกเคหะสถาน นอกจากนั้น ยังต้องระมัดระวังฟืนไฟ จุดตะเกียง เทียนไขกันให้ใช้ความระมัดระวัง หากเกิดอะไรขึ้น สามารถติดต่อโทรศัพท์ 191 หรือหากติดขัดจริงๆ 089-444-3838 พล.ต.ต.พีระพงศ์ วงษ์สมาน ผู้การตำรวจอุดรครับ”ไฟยังดับทั่วเมือง ตร. เมืองอุดรธานี จึงต้องบริการประชาชน เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า พายุที่พัดอย่างรุนแรง ทำให้สังกะสีพัดขึ้นไปถูกสายไฟฟ้าแรงสูงชำรุดหลายจุด ขณะต้นไม้หักโค่นไปทับสายไฟฟ้าแรงต่ำชำรุดจำนวนมาก ทำให้กระแสไฟฟ้าดับกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ ขณะนี้ รพ.ค่ายประจักษ์ศิลปาคม แก้ไขได้แล้ว คาดว่าไฟฟ้าจะต้องซ่อมไฟฟ้าตลอดคืน นอกจากพายุจะพัดถล่มอำเภอเมืองอุดรธานี แล้ว ล่าสุด ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.อุดรธานี ได้รายงานความเสียหายเบื้องต้น อำเภอเมืองอุดรธานี บ้านเรือนเสียหาย ประมาณ 500 หลัง อ.หนองหาน 90 หลัง, อ.ทุ่งฝน 75 หลัง, อ.น้ำโสม 25 หลัง, อ.ไชยวาน 5 หลัง, อ.หนองวัวซอ 23 หลัง, อ. กู่แก้ว 3 หลัง และ อ.บ้านดุง 1 หลัง

ที่มา>>>Thairath