โกรธเพื่อนคนงานเมาโดดถีบหน้า คว้ามีดแทงสวนดับคาที่

เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 19 ส.ค.2559 พ.ต.ท.บำรุง วสุนธรานิติกุล รองผู้กำกับ(สอบสวน) สภ.เมืองกาญจนบุรี ได้รับแจ้งเหตุจากศูนย์วิทยุ 191 ภ.จว.กาญจนบุรี ว่ามีคนถูกอาวุธมีดแทงเสียชีวิตที่แคมป์พักคนงาน หมู่ 7 ต.เกาะสำโรง อ.เมือง จ.กาญจนบุรี ส่วนคนร้ายอยู่ระหว่างการหลบหนี  หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ จากนั้นจึงรีบรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พ.ต.อ.ทศพร ปทุมยา ผกก.สภ.เมืองกาญจนบุรี พ.ต.ท.ภุชงค์ ณรงค์อินทร์ รอง ผกก.สส.สภ.เมืองกาญจนบุรี พ.ต.ต.พิษณุ เฉิดโฉม สวป.สภ.เมืองกาญจนบุรีพ.ต.ต.วิทวัช น้อยพานิช สว.สส.สภ.เมืองกาญจนบุรี พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.เมืองกาญจนบุรี เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ภ.จว.กาญจนบุรี แพทย์เวรโรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา และมูลเจ้าหน้าที่นิธิพิทักษ์กาญจน์

ที่เกิดเหตุ มีศพนายสมพงษ์ ผึ้งนุ่ม อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 42 ซอย 2 ต.ตาคลี อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ ถูกแทงด้วยของมีคมเข้าที่ซี่โครงด้านซ้าย 4 แผล นอนหงายเสียชีวิตจมกองเลือดอยู่หน้าห้อง

ส่วนผู้ต้องสงสัยคือนายสมชาย สุตะวงศ์ อายุ 45 ปี ชาวต.จันจว้า อ.แม่ริม จ.เชียงราย หลบหนีไปกับความมืด พ.ต.อ.ทศพรสั่งการให้เจ้าหน้าที่ไล่ล่าเพื่อจับกุม โดยใช้เวลาไม่นานนักก็จับได้ขณะซุกซ่อนตัวอยู่ในป่าละเมาะข่างทางห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 200 เมตร จึงคุมตัวไปสอบสวนเพื่อหาสาเหตุที่ สภ.เมืองกาญจนบุรีจากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ผู้เสียชีวิตและผู้ต้องหาเป็นเพื่อนสนิทกัน และทำงานที่บริษัทรับเหมาทาสีแห่งหนึ่ง ซึ่งทางบริษัทเพิ่งส่งทั้งสองมาพักที่ห้องพักคนงาน เมื่อวันที่ 18 ส.ค. เพื่อรอให้ทางบริษัทเดินทางมารับในวันที่ 20 ส.ค. เพื่อไปทาสีให้กับรีสอร์ต

ก่อนเกิดเหตุขณะที่ทั้งสองนั่งดื่มกันอยู่ภายในห้อง ก็เกิดทะเลาะกันโดยที่ยังไม่รู้สาเหตุ คนงานที่พักอยู่ห้องข้างๆ ก็เห็นนายสมชาย วิ่งหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว ส่วนผู้เสียชีวิตตะเกียกตะกายออกมาจากห้องก่อนที่จะเสียชีวิตในเวลาต่อมา

ผู้ต้องสงสัยให้การในเบื้องต้นว่า พักอยู่คนละห้องกับผู้เสียชีวิต ก่อนเกิดเหตุขณะที่ตนกำลังกินข้าวพร้อมกับนั่งดื่มเหล้าขาวอยู่ภายในห้อง ผู้ตายได้เดินมาหาเพื่อขอดื่มเหล้าด้วย ตนก็ให้กิน พอผู้ตายเมาได้ที่ก็ส่งเสียงดังเอะอะโวยวาย ตนจึงไล่ให้ออกไปจากห้อง ซึ่งผู้ตายก็กลับไปด้วยดี

แต่จู่ๆ ขณะที่ตนกำลังกินข้าว ผู้ตายก็เดินกลับมาแล้วผลักประตูห้องเข้าห้องแล้วใช้เท้าถีบเข้ามี่ใบหน้าตน ด้วยความโมโห ตนจึงคว้ามีดแทงเข้าตามร่างกายจนเสียชีวิต หลังก่อเหตุจึงรีบวิ่งหนี แต่ไม่รู้จะหลบหนีไปทางไหนเพราะไม่รู้เส้นทาง สุดท้ายกูมาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมได้ในที่สุด

ที่มา>>>ข่าวสด

ด่วน! รีสอร์ตเกาะช้างถล่ม ตายแล้ว 1 เร่งช่วยคนติดใต้ซาก

(ภาพจาก : ศปภ.มท.-สมาคมกู้ภัยบุญช่วยเหลือจ.ตราด)

เกิดเหตุสลดอาคารรีสอร์ตในเกาะช้าง จ.ตราด พังถล่ม เบื้องต้นมีนักท่องเที่ยวเสียชีวิตแล้ว 1 คน และยังมีติดอยู่ใต้ซากอาคารร้องขอความช่วยเหลือ…

เมื่อเวลาประมาณ 07.30 น. วันที่ 4 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุอาคารรีสอร์ตแห่งหนึ่งในเกาะช้าง อ.เกาะช้าง จ.ตราด พังถล่ม เบื้องต้นมีนักท่องเที่ยวเสียชีวิต 1 คน และได้รับบาดเจ็บ โดยติดค้างอยู่ภายในอีกจำนวนหนึ่ง ล่าสุด เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายอยู่ระหว่างเร่งช่วยเหลือและตรวจสอบที่เกิดเหตุ

นายชาญนะ เอี่ยมแสง ผู้ว่าราชการ จ.ตราด เปิดเผยว่า ช่วงเช้าวันที่ 4 มิ.ย. อาคารโรงแรมสยามบีช รีสอร์ต ทรุดตัว ทำให้นักท่องเที่ยวชาวไทยที่พักอยู่ในอาคารเสียชีวิต 1 คน ติดอยู่ในอาคารส่งเสียงขอความช่วยเหลือ 3 คน เจ้าหน้าที่ระดมกำลังเข้าช่วยเหลือเต็มที่ด้าน นายกำธร เวหน นายอำเภอเกาะช้าง กล่าวว่า หลังรับแจ้งเหตุได้ลงไปตรวจสอบ เบื้องต้นโรงแรมดังกล่าว มี 2 ชั้น 4 ห้อง ติดทะเลและภูเขา ก่อนเกิดเหตุฝนตกและดินทรุด ทำให้อาคารทรุดตัวทั้งหมด ซึ่งสาเหตุน่าจะก่อสร้างไม่มั่นคง อย่างไรก็ตาม ต้องตรวจสอบรายละเอียดอีกครั้ง ล่าสุด ได้ระดมกำลังเข้าช่วยเหลือนักท่องเที่ยวแล้ว

ขณะที่ สมาคมกู้ภัยบุญช่วยเหลือตราด หลังได้รับแจ้งเมื่อเวลา 07.05 น. (4 มิ.ย.) ว่า มีเหตุ ที่พักเป็นรีสอร์ต 2 ชั้นถล่มลงมา มีผู้ติดภายในจำนวน 8 คน เสียชีวิต 1 เหตุเกิดที่สยามบีช รีสอร์ต หมู่ 1 ต.เกาะช้าง อ.เกาะช้าง จ.ตราดแล้ว เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องใช้เครื่องตัดถ่าง แต่ก็ไม่สามารถช่วยได้ เนื่องจากเป็นคานปูน ต้องใช้รถแบ็กโฮยกคานออก เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ติดภายในเบื้องต้น ยังไม่สามารถช่วยได้ จึงใช้เครื่องช่วยหายใจช่วยผู้ที่มีชีวิตอยู่ โดยผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09.00 น. ได้ช่วยเหลือนักท่องเที่ยวชายได้แล้ว 2 ราย โดยจนท.กู้ภัยบุญช่วยเหลือตราด นำส่ง รพ.เกาะช้างอย่างเร่งด่วน

ส่วนสาเหตุเบื้องต้นที่ทำให้อาคาร 2 ชั้นถล่มลงมา สันนิษฐานว่า ก่อนหน้านี้ พื้นที่เกาะช้างมีฝนตกลงมาติดต่อกันหลายวัน ทำให้ดินอ่อนตัวและยุบลงจนเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น.

ที่มา>>>Thairath

อช.ทับลานบุกปิดป้ายให้รื้อถอน รีสอร์ตอิมภูฮิลล์ หลังคดีถึงที่สุด

หน.อุทยานทับลาน พร้อมคณะบุกปิดป้ายประกาศคำสั่งให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างรีสอร์ตอิมภูฮิลล์ อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา หลังคดีถึงที่สุด ในการรุกพื้นที่ ส.ป.ก.และได้ปิดประกาศครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 ก่อนให้รื้อภายในวันที่ 30 พ.ค.นี้

เมื่อเวลา 13.30 น. วันนี้ 26 พ.ค.59 นายวิชัย พรลีแสงสุวรรณ์ ผู้อำนวยการส่วนอุทยานแห่งชาติ นายวิโรจน์ โรจนจินดา หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทับลาน นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าชุดพญาเสือ พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ เดินทางไปที่รีสอร์ต อิมภูฮิลล์ ต.ไทยสามัคคี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา เพื่อติดป้ายประกาศหัวหน้าอุทยานแห่งชาติทับลาน ในฐานะพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 เรื่องให้นายอัศวนนท์ นิรันดร หรือผู้ครอบครอง (รีสอร์ตอิมภูฮิลล์) ทำลายหรือรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง พืชผลอาสิน หรือสิ่งอื่นใดที่ผิดไปจากสภาพเดิมออกไปให้พ้นอุทยานแห่งชาติทับลานหรือทำสิ่งนั้นๆ กลับคืนสู่สภาพแล้วแต่กรณี ตั้งแต่ วันที่ 30 มิ.ย.59 เป็นต้นไป ประกาศ ณ วันที่ 26 พ.ค.59

รีสอร์ต อิมภูฮิลล์ ถูกเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติทับลานจับกุมดำเนินคดี ตั้งแต่วันที่ 24 เม.ย.51 มีสิ่งปลูกสร้าง จำนวน 36 รายการ บนเนื้อที่ 17 ไร่ 3 งาน 40 ตารางวา และคดีได้ถึงที่สุดแล้ว แต่ทางผู้ประกอบการยังไม่ยอมรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง ทางอุทยานแห่งชาติทับลานจึงได้นำป้ายมาติดประกาศให้ดำเนินการภายใน 30 วัน ก่อนที่จะถูกเจ้าหน้าที่รื้อถอนเอง ซึ่งทางผู้ประกอบการต้องชำระเงินคดีแพ่ง ที่ทางอุทยานแห่งชาติทับลานฟ้องเป็นเงิน 1,218,159.32 บาท และยังต้องจ่ายเงินเป็นค่ารื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง จากนายอัศวนนท์ นิรันดร อีกเป็น จำนวนเงิน 2,200,000 บาท ให้กับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืชจนท.เข้าปิดป้ายรื้อ อิมภูฮิลล์ อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา

เมื่อกำลังของเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึง รีสอร์ต อิมภูฮิลล์ น.ส.เสาวรส สหโชค รองผู้จัดการ ได้เดินออกมาต้อนรับ นายวิชัย พรลีแสงสุวรรณ์ ผู้อำนวยการส่วนอุทยานแห่งชาติ พร้อมคณะ จึงได้แจ้งให้ทราบว่า ทางเจ้าหน้าที่ที่เดินทางมาครั้งนี้ เพื่อติดประกาศครั้งที่ 3 หลังจากคดีถึงที่สุดหมดแล้ว และไม่ยื่นหนังสือของอุทยานแห่งชาติทับลาน ที่ ทส 0911.601/1370 ลงวันที่ 26 พ.ค. 59 เรื่อง ให้นายอัศวนนท์ นิรันดร หรือผู้ประกอบการ รีสอร์ต อิมภูฮิลล์ ทำลายหรือรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างพืชผลอาสิน ภายใน 30 มิ.ย.59 หลังจากนั้นทางเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบ ได้เดินตรวจสถานที่ที่มีการก่อสร้างอาคาร พบว่า ทางรีสอร์ต อิมภูฮิลล์ มีการก่อสร้างอาคารถาวรเป็นจำนวนมาก รวมทั้งสิ้น 36 รายการ นายกฤษณะพร ล็งไทยสรง รองนายก อบต.ไทยสามัคคีได้นำแผนที่ ส.ป.ก.มาแสดงว่า สิ่งปลูกสร้างของรีสอร์ตนี้ อยู่ในพื้นที่ ส.ป.ก. ซึ่งทางเจ้าหน้าที่อุทยานได้ชี้แจงว่า หลักฐานที่นำมานี้ ได้มีการนำไปต่อสู้ในกระบวนการยุติธรรมแล้ว และคดีถึงที่สุดแล้ว ต่อมาให้ทางเจ้าหน้าที่ได้ปักป้ายประกาศของอุทยานแห่งชาติทับลาน ที่บริเวณที่ทางเข้ารีสอร์ต ซึ่งได้รับความร่วมมือจากการผู้ประกอบการเป็นอย่างดีจนท. เข้าเตรียมรื้อถอน รีสอร์ต รุกพื้นที่ ส.ป.ก.

นายวิชัย พรลีแสงสุวรรณ์ ผู้อำนวยการส่วนอุทยานแห่งชาติ ให้สัมภาษณ์ว่า ในการเดินทางมาครั้งนี้ เพื่อปิดประกาศครั้งที่ 3 เป็นครั้งสุดท้าย พร้อมยื่นหนังสือให้ผู้ประกอบการรับทราบว่า ให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง ภายในวันที่ 30 มิ.ย. 59 หากไม่ดำเนินการทางอุทยานจะเข้ารื้อถอนเอง พร้อมเรียกค่ารื้อถอนเป็นจำนวนเงิน 2,200,000 บาทเดินสำรวจ…

ด้านรองผู้จัดการรีสอร์ต อิมภูฮิลล์ กล่าวว่า หลังจากหนังสือของทางอุทยานแห่งชาติทับลานแล้ว จะนำเสนอผู้บริหารเพื่อดำเนินการต่อไป ส่วนจะดำเนินการอย่างไรเป็นเรื่องของผู้บริหารจะพิจารณาและดำเนินการเอง.

ที่มา>>>Thairath