2นร.เมืองตรัง เปิดเฟซบุ๊กท้าคู่อริดวลกันแบบลูกผู้ชาย เจอยกพวกไล่จ้วงแทงเจ็บทั้งคู่!!

เมื่อวันที่ 3 ม.ค. ร.ต.อ.โสภา มีเจ้ย รองสารวัตร(สอบสวน) สภ.เมืองตรัง จ.ตรัง รับแจ้งเหตุกลุ่มเยาวชนก่อเหตุทะเลาะวิวาทแล้วใช้มีดไล่แทงกัน มีผู้บาดเจ็บ 2 คน ภายในซอยควนขนุน ถนนพัทลุง เขตเทศบาลตรัง จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ สีเทา-ดำ ทะเบียน ขตล 403 ตรัง ล้มคว่ำอยู่ใกล้ปากซอย ส่วนเยาวชนที่ได้รับบาดเจ็บถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลศูนย์ตรังไปก่อนแล้วจากการสอบสวนชาวบ้าน ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุมีกลุ่มวัยรุ่นขับขี่รถจักรยานยนต์มาจำนวนหลายคัน จากนั้นรถจักรยานยนต์ของผู้บาดเจ็บพยายามขับหนีเข้าไปในซอย แต่หนีเข้าไปได้ไม่ไกลรถก็เสียหลักล้มแล้วมีเสียงดังเอะอะโวยวายดังลั่น เมื่อออกมาดูก็เห็นกลุ่มวัยรุ่น 4 คนกำลังวิ่งขึ้นรถจักรยานยนต์แล้วหลบหนีออกจากซอยไป ส่วนเยาวชน 2 คนถูกแทงตามรางกายหลายแห่งได้รับบาดเจ็บ นอนร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวด จึงพาตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลศูนย์ตรังจากนั้นเจ้าหน้าที่เดินทางไปตรวจสอบที่โรงพยาบาลศูนย์ตรัง พบแพทย์กำลังให้การรักษา ด.ช.ต้า (นามสมมติ) และ ด.ช.ต้อย (นามสมมติ) อายุ 14 ปี นักเรียนชั่นม.2 ในพื้นที่โดยอาการปลอดภัยแล้ว สอบสวนเบื้องต้นให้การว่า ขณะที่พวกตนกำลังเล่นเฟซบุ๊กกันอยู่ ได้เกิดความไม่พอใจกลุ่มคู่อริต่างถิ่น จึงส่งข้อความท้าทายกันและนัดออกมาดวลกันแบบลูกผู้ชาย แต่ปรากฏว่าฝ่ายคู่อริมีมากกว่า จึงยกพวกขับขี่รถจักรยานยนต์ไล่แทงจนบาดเจ็บดังกล่าว ซึ่งเจ้าหน้าตำรวจจะได้ติดตามจับกุมกลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

ลักตัวดญ.วัย 11!! หายจากบ้าน เปิดหน้าคนพาตัวเด็ก ใช้จยย.พ่วงข้าง วอนช่วยแจ้งเบาะแส

วันที่ 28 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศูนย์ข้อมูลคนหาย มูลนิธิกระจกเงา โพสต์ภาพและข้อความ ขอความช่วยเหลือตามหาเด็กหญิงถูกลักพาตัวว่า

“เด็กถูกลักพาตัว!!! ด.ญ. บุญคุ้ม ไม้มีแก่น อายุ 11 ปี ชื่อเล่นน้องน้ำหวาน หายไปจากหมู่บ้านเกาะตะคอง ตำบลท่าโรง อำเภอวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2559 เวลาประมาณ 08:00 น. โดยน้องน้ำหวาน สูง 136 ซม. น้ำหนักประมาณ 35 กก. ผมบ๊อบสั้น

วันที่หายใส่เสื้อคอกลมสีเหลือง กางเกงยีนส์ขาสั้นสีน้ำเงิน รองเท้าแตะสีชมพู

 **น้องน้ำหวานมีตำหนิรอยแผลเป็นใต้ตาข้างซ้าย**
***น้องน้ำหวานถูกพาตัวไปโดยสองสามีภรรยา ชื่อนายพงษ์ อายุประมาณ 52 ปี และภรรยาชื่อนางพัฒน์ อายุประมาณ 34 ปี ทั้งสองคนใช้รถจักรยานยนต์พ่วงข้างเป็นพาหนะ***

ผู้ใดพบเห็นเด็กลักษณะดังกล่าว โปรดแจ้ง มูลนิธิกระจกเงา โทร 0807752673
ศูนย์ข้อมูลคนหาย มูลนิธิกระจกเงา 28 พฤศจิกายน 2559”15192790_1406275296052380_6380484721189438171_n

ที่มา>>>ข่าวสด

เร่งรีบกันขนาดนี้เลยหรอ! สาวจีนซ้อนจยย.ไป-ให้น้ำเกลือไปด้วย

ชาวเน็ตจีนแชร์ว่อนภาพชายหนุ่มขี่รถจักรยานยนต์ให้หญิงสาวซ้อนท้ายแล่นไปบนถนนในมณฑลเหอหนาน แต่ที่แปลกประหลาดก็ตรงที่ด้านหน้ารถมอเตอร์ไซค์ติดกิ่งไม้ไว้ ซึ่งบนกิ่งไม้ห้อยขวดน้ำเกลือแล้วมีสายโยงไปที่ข้อมือของหญิงสาวที่ซ้อนท้าย18031410_980x1200_0จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันกระหึ่ม ล้มป่วยขนาดต้องให้น้ำเกลือยังต้องซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ออกจากโรงพยาบาลแบบนี้อีก

ที่มา>>>ข่าวสด

สกัดจับวุ่นกระบะพาคนเจ็บหนีหลังจยย.ซิ่งมาชนท้ายร่างกระเด็น ที่แท้จะพาไปหาหมอ

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 25 ก.ย. สมาคมนักวิทยุสมัครเล่นกู้ภัยจังหวัดอ่างทอง รับการประสานเหตุจากทางศูนย์วิทยุ 191 ตำรวจภูธรจังหวัดอ่างทอง ให้ช่วยกันสังเกตและสกัดจับรถกระบะยี่ห้อมิตซูบิชิ ไทรทัน สีดำ หมายเลขทะเบียน บจย884 กำแพงเพชร ซึ่งเกิดเหตุชนกับรถจักรยานยนต์บนถนนสายเอเซีย ช่วงหลักกิโลเมตรที่ 45 ต.บ้านใหม่ อ.มหาราช จ.พระนครศรีอยุธยา และมีผู้ได้รับบาดเจ็บกระเด็นติดกระบะรถมาด้วย201609251651092-20110111132303ซึ่งหลังเกิดเหตุรถคันดังกล่าวได้ขับด้วยความเร็วเข้ามาในเขตจังหวัดอ่างทอง ทางถนนสายเอเชีย (ขาขึ้นนครสรรค์) หลังรับแจ้งจึงสมาคมนักวิทยุสมัครเล่นกู้ภัยจังหวัดอ่างทอง จึงประสานลูกข่ายโซนเอเชียและลูกข่ายจุดไชโย ให้ช่วยกันสังเกตและติดตาม จนกระทั่งมาพบว่ารถคันดังกล่าวขับมาจากเขตเมืองกำลังจะเข้าเขตอำเภอไชโย จึงขับรถตามและสามารถช่วยกันสกัดรถคันดังกล่าวไว้ได้ ที่บริเวณแยกบางศาลา ต.ชัยฤทธิ์ อ.ไชโย จ.อ่างทอง ก่อนที่จะแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ไชโย จ.อ่างทอง มาตรวจสอบ201609251651091-20110111132303จากการตรวจสอบพบว่า บริเวณหลังกระบะรถคันดังกล่าวนั้น มีร่องรอยการถูกชนที่บริเวณด้านท้ายรถจนไฟท้ายหลังด้านซ้ายแตก ที่กระบะท้ายรถพบร่างของนายธนาสันต์ ขันทองชัย อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 69/3 หมู่ที่ 1 ต.หนองบัวใต้ อ.เมืองตาก จ.ตาก นอนบาดเจ็บอยู่ เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงเข้าไปตรวจสอบพบว่า ได้รับบาดเจ็บที่บริเวณใบหน้า และคางแตก จึงเรียกให้รู้สึกตัว และทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลอ่างทอง201609251651095-20110111132303จากการสอบถามนายสมพงษ์ หงส์เวียงจันทร์ อายุ 48 ปี ชาวจังหวัดนครสวรรค์ คนขับรถกระบะ กล่าวว่า ระหว่างที่ตนขับรถพาครอบครัวและญาติๆ มาตามถนนสายเอเชียมุ่งหน้าจะกลับบ้านที่จังหวัดนครสวรรค์ เมื่อขับมาถึงที่เกิดเหตุจู่ๆ นายธนาสันต์ขี่รถจักรยานยนต์มาชนท้ายรถของตนอย่างแรง จนร่างของนายธนาสันต์นั้นกระเด็นขึ้นมาบนกระบะรถของตน ซึ่งขณะนั้นตนไม่รู้จะทำอย่างไร จึงขับรถต่อมาโดยนำร่างของนายธนาสันต์มาด้วย เพื่อที่จะมาวิ่งหาโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้เคียง เพื่อจะนำตัวนายธนาสันต์ส่งให้ทำการรักษา ตนไม่ได้มีเจตนาที่จะขับรถหนีแต่อย่างที่เข้าใจกัน เพียงแต่ตนเป็นคนต่างถิ่น จึงไม่รู้ว่าโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้เคียงนั้นอยู่ตรงไหน จึงได้แต่ขับรถมาเรื่อยๆ จนกระทั่งมาถูกสกัดไว้ได้

ด้านนายธนาสันต์นั้น หลังถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลยังมีมีอาการมึนงง นึกไม่ออกว่าไปเกิดเหตุได้อย่างไร ซึ่งเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้รอให้นายธนาสันต์นั้นฟื้นตัวเสียก่อน จึงจะได้เข้าไปสอบสวนต่อไป

พ.ต.ท.พลากร สกุลปิยะเทวัญ สารวัตรสอบสวน สภ.มหาราช จ.พระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า หลังเกิดเหตุทางสภ.มหาราช ซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่ได้รับแจ้งว่ามีเหตุรถกระบะคันดังกล่าว เกิดเหตุชนกับรถจักรยานยนต์แล้วหลบหนี มุ่งหน้าไปยังจังหวัดอ่างทองโดยมีคนเจ็บติดไปด้วย ซึ่งหลังรับแจ้งทาง สภ.มหาราช จึงได้ประสานมายังศูนย์วิทยุ 191 ของตำรวจภูธรจังหวัดอ่างทอง ให้ช่วยแจ้งลูกข่ายให้ช่วยกันสกัดจับ

จนกระทั่งมาสกัดจับได้ที่เขต อ.ไชโย จ.อ่างทอง แต่เมื่อเข้าตรวจสอบกลับพบว่า แท้จริงแล้วคนขับรถกระบะไม่ได้มีเจตนาขับรถหนีแต่อย่างใด เพียงแต่ว่าหลังเกิดเหตุคนขับรถจักรยานยนต์ได้กระเด็นขึ้นมาบนรถกระบะและมีอาการบาดเจ็บ ทางคนขับรถกระบะซึ่งเป็นคนต่างพื้นที่ ไม่ทราบว่าจะทำอย่างไร จึงตัดสินใจขับรถแล้วพาคนเจ็บมาด้วย เพื่อจะขับมาหาโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้เคียง ส่งตัวให้แพทย์รักษา แต่ยังไม่ทันเจอโรงพยาบาล ก็มาถูกสกัดไว้ก่อน ส่วนผู้บาดเจ็บ ซึ่งเป็นคนขี่รถจักรยานยนต์นั้นได้รับบาดเจ็บ และยังคงอยู่ในอาการมึนงง ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้รอให้อาการดีขึ้น ก่อนที่จะเข้าสอบสวนต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

บอกเพื่อนครั้งสุดท้าย!! จะไปซื้อของ ทหารหนุ่มดับสยองคาจยย.-เร่งสอบกล้องวงจรปิด

 เมื่อเวลา 02.45 น. วันที่ 31 ส.ค. ร.ต.อ.นิติพงษ์ มีคำ รอง.สว.สอบสวน สภ.สวนพริกไทย ได้รับแจ้งมีรถจักรยานยนต์ถูกชน เหตุเกิดบริเวณใต้ทางด่วนถนนรังสิตปทุมฯ มุ่งหน้ารังสิต หมู่ 1 ตำบลบ้านกลาง อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี จึงรุดตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ ร่วมกับแพทย์เวรจากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู ที่เกิดเหตุพบผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 ราย ทราบชื่อ คือ สิบเอกแสงสุรีย์ เหลืองการ อายุ 31 ปี อยู่ ต.ท่าหลวง อ.พิมาย จ.นครราชสีมา เสียชีวิตขณะอยู่บนรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า สีฟ้า หมายเลข ทะเบียน ฬฉว-448 กรุงเทพฯ สภาพศพศีรษะมีแผลฉกรรจ์ แขนและขาด้านซ้ายหัก จากการสอบสวนทราบว่าเป็นเจ้าหน้าที่ทหาร ที่มาประจำในพื้นที่ปทุมธานี ใกล้กับจุดเกิดเหตุ โดยเพื่อนๆ บอกว่าผู้ตาย ได้ออกมาซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อ และกำลังจะกลับเข้าที่พัก แต่ไม่ทราบว่าผู้ตายขับรถไปชนกับรถชนิดใด เนื่องจากไม่พบคู่กรณี เบื้องต้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ อยู่ระหว่างสอบสวน หาสาเหตุและติดตามหาภาพจากกล้องวงจรปิดในเส้นทาง เพื่อติดตามคู่กรณี เจ้าหน้าที่จึงมอบศพผู้เสียชีวิตให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูนำส่งชันสูตร ยังสถาบันนิติวิทยาศาสตร์โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิตเพื่อหาสาเหตุการตาย ก่อนให้ญาติมารับศพไปบำเพ็ญกุศลต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

ช็อกกลางสี่แยก!! ผัวทะเลาะเมียนั่งซ้อนท้าย โมโหเร่งเครื่องฝ่าไฟแดงชนยับรถบรรทุก

 เมื่อเวลา 05.30 น. วันที่ 19 ส.ค. ศูนย์วิทยุหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างบริบูรณ์เมืองพัทยา จ.ชลบุรี รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถบรรทุกพุ่งชนรถจักรยานยนต์ มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส จำนวน 2 ราย เหตุเกิดขึ้นบนถนนสุขุมวิท ฝั่งขาเข้าชลบุรี บริเวณสี่แยกสัญญาณไฟแดง พัทยาใต้ ม.10 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้ง จึงสั่งให้การ อาสาสมัครกู้ภัยฯ พร้อมด้วยทีมแพทย์ฉุกเฉิน เดินทางไปช่วยเหลือ ที่เกิดเหตุ พบผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 2 ราย รายแรกเป็นชายไทย อายุประมาณ 20-25 ปี และอีกรายเป็นหญิงสาวชาวไทย อายุประมาณ 25 ปี ทั้งคู่นอนหมดสติอยู่กลางพื้นถนน ได้รับบาดเจ็บอาการสาหัส เจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ จึงปฐมพยาบาล ก่อนช่วยเหลือนำส่ง รพ.บางละมุง และ รพ.พัทยาเมโมเรียล ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ผู้บาดเจ็บ ยี่ห้อ ยามาฮ่า ฟีโน่ สีดำ ทะเบียน 1กฬ 8367 ชลบุรี ถูกรถบรรทุก 6 ล้อ ของโรงงานราชา น้ำแข็งหลอด พุ่งชนอย่างจังจนสภาพพังยับเยิน สอบถาม ผู้เห็นเหตุการณ์ ทราบว่า ขณะที่กำลังจอดติดสัญญาณไฟแดง สังเกตเห็นผู้บาดเจ็บ 2 คน เป็นสามี-ภรรยากัน ซึ่งฝ่ายชายเป็นผู้ขับขี่รถ โดยมีหญิงสาวนั่งซ้อนท้าย มีปากเสียงกันอย่างรุนแรง จากนั้นฝ่ายชายเกิดความโมโห ได้เร่งเครื่องฝ่าไฟสัญญาณไฟแดง ลักษณะจงใจให้รถบรรทุกพุ่งชน ท่ามกลางสายตาผู้สัญจรจอดติดไฟแดงจำนวนมาก ทำเอาผู้เห็นเหตุการณ์ช็อกไปตามๆกัน เบื้องต้น นายบุญธรรม นิ่มมาศ อายุ 51 ปี คนขับรถบรรทุก ไม่ได้หลบหนีไปไหน โดยยืนยันว่า รถจักรยานยนต์ฝ่าฝืนสัญญาณไฟแดง ในระยะกระชั้นชิดเลยทำให้เบรกไม่ทัน จึงพุ่งชนอย่างจังดังกล่าว อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงควบคุมตัวมายัง สภ.เมืองพัทยา เพื่อสอบปากคำเพิ่มเติม ก่อนลงบันทึกประจำวันและดำเนินตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

คลิปพ่อค้าลาบตามจับโจ๋ที่ขโมยจยย.ได้ ประเคนทั้งหมัดทั้งเข่า งานนี้ชาวเน็ตมีดราม่า

แชร์ว่อนคลิปพ่อค้าลาบจับโจรโจ๋ขโมยรถจักรยานยนต์ซ้อมจนน่วมที่อุดรธานี โดยคลิปนี้โพสต์โดย รัก กะทิสด ระบุว่า ว่า “รถหายไม่ต้องแจ้งความตามหามันเหมือนโปเกม่อนเลย โลกสวยพวกมึงไม่เข้าใจกูหลอก กูให้โอกาสมึงไห้เอารถมาคืน 2 วันแร้ว แต่มึงก็ยังท้าทายกู” โดยในคลิปจะเห็นชายสวมหมวกแก๊ป สวมเสื้อแดง เดินเข้าไปในร้านเกม ตบหัวเด็กวัยรุ่นอายุ 16-17 ปีคนหนึ่งแล้วบอกกับคนข้างๆว่า “ขอโทษครับพี่ เด็กมันขโมยรถมา” ก่อนกระชากออกจากร้านแล้วมาซ้อมกลางถนน ประเคนทั้งหมัดทั้งศอกทั้งเข่าจนชายวัยรุ่นลงไปกองกับพื้น แล้วบอกว่า “มึงจะให้กูแจ้งความมั้ยว่ามึงขโมยรถมา”

อย่างไรก็ตาม มีคนเข้าไปแสดงความเห็นกันจำนวนมาก มีทั้งเห็นด้วยและสะใจกับวิธีการจัดการขโมยของพ่อค้าลาบรานี้ แต่ก็มีบางส่วนเห็นว่าควรแจ้งตำรวจเพื่อดำเนินคดีกันตามกฏหมาย จะดีกว่าลงมือซ้อมแบบนี้ นอกจากนี้ยังมีคนถามกันเยอะมากว่าพี่ในคลิปเป็นพ่อค้าขายลาบหรือนักมวยกันแน่

ที่มา>>>ข่าวสด

ลุงลงซื้อข้าวเสียบกุญแจคารถกลับมาจยย.ถูกฉกกลางรพ. วงจรปิดจับภาพคนร้ายชายขาเป๋ (คลิป)

คนร้ายลักทรัพย์รถจักรยานยนต์ ภายในลานจอดรถโรงพยาบาลระนอง โดยมีภาพกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพคนร้ายในขณะก่อเหตุลักทรัพย์ไว้ได้ จนท.ตำรวจระบุ คนร้ายลักษณะการเดินคล้ายคนขาเป๋ และขณะขับรถจักรยานยนต์ออกทางประตูหน้าโรงพยาบาล ซึ่งคนร้ายน่าจะทราบว่ามีกล้องวงจรปิด จึงเอาเสื้อคลุมที่พาดบ่ามา ทำการคลุมศีรษะ เพื่อไม่ให้กล้องจับภาพใบหน้า เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 25 ก.ค. พ.ต.ต.ธนกฤต ศรีนาค ร้อยเวร พงส.สภ.เมืองระนอง รับแจ้งเหตุ คนร้ายลักทรัพย์รถจักรยานยนต์ ฮอนด้าดรีม สีแดง ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ภายในลานจอดรถ โรงพยาบาลระนอง โดยมีภาพกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพคนร้ายในขณะก่อเหตุลักทรัพย์ไว้ได้ โดยผู้เสียหาย คือนายบุญโชติ รุจิกาญจนพิสุทธิ์ อายุ 61 ปี อยู่บ้านเลขที่ 204/9  ถ.ท่าเมือง ต.เขานิเวศน์ อ.เมืองระนอง จ.ระนอง ได้นำรถจักรยานยนต์เข้าจอดระหว่างทางลงอาคารผู้ป่วย ตึกธนาชีวิต เพื่อเดินไปซื้อแกงถุงภายในร้านค้าสวัสดิการของโรงพยาบาล และจอดไว้เพียง 10 นาที โดยเสียบกุญแจรถจักรยานยนต์ทิ้งไว้ เมื่อกลับมาที่จอดรถ จึงทราบว่ารถจักรยานยนต์ได้หายไปเสียแล้ว

เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิด ที่สามารถบันทึกลักษณะและรูปพรรณคนร้ายในขณะก่อเหตุไว้ได้ โดยคนร้ายสวมกางเกงยีนส์ขายาว เสื้อยืดคอกลมสีฟ้า และทำท่าคล้ายลักษณะเดินโทรศัพท์ลงมาที่รถจักรยานยนต์ ก่อนจะเข้าลักทรัพย์สตาร์ทรถจักรยานยนต์ออกไปทันที ซึ่งท่าทางการเดินเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนระบุ คนร้ายลักษณะการเดินคล้ายคนขาเป๋ และขณะขับรถจักรยานยนต์ออกทางประตูหน้าโรงพยาบาล ซึ่งคนร้ายน่าจะทราบว่ามีกล้องวงจรปิด จึงเอาเสื้อคลุมที่พาดบ่ามา ทำการคลุมศีรษะ เพื่อไม่ให้กล้องจับภาพใบหน้า

เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองระนอง  เร่งออกติดตามคนร้าย รายนี้ มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

หนุ่มใส่เสื้อลายพรางซิ่งจยย.กลับบ้านชนเสาไฟหัวกระแทกดับคาที่

 เมื่อเวลา 05.20 น. วันที่ 11 ก.ค. ร.ต.อ.เจตพร แก้วบุปผา รอง สว.สภ.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุมีรถจักรยานยนต์ชนกับเสาไฟฟ้า ปากซอยริมถนนกาญจนวนิช 2/3  ฝั่งขาออกจากตัวเมืองหาดใหญ่ ต.คอหงส์ มีผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 ราย จึงไปตรวจสอบ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัยมิตรภาพท่งเซียเซี่ยงตึ้งหาดใหญ่ ที่เกิดเหตุบริเวณข้างเสาไฟฟ้าริมถนนพบศพชาย อายุประมาณ 20-25 ปี สวมเสื้อยืดคอกลมลายพราง นุ่งกางเกงขายาวสีเขียว ขับขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ 110 ไอสีดำ-แดง ทะเบียน คบย 317 นครศรีธรรมราช สภาพหน้ารถพังยับติดกับเสาไฟฟ้า ศีรษะกระแทกกับเสาไฟอย่างรุนแรงเสียชีวิตคาที่ ในตัวไม่พบเอกสารว่าเป็นใครมาจากไหน ตรวจสอบใต้เบาะรถพบใบเสร็จชำระค่างวดรถจักรยานยนต์ 1 ใบ ระบุชื่อน.ส.เฟื่องฟ้า ชูแก้ว

จากการสอบสวนทราบว่า ขณะเกิดเหตุผู้ตายขับขี่รถจักรยานยนต์ กลับจากตัวเมืองหาดใหญ่ และวิ่งมาด้วยความเร็ว เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุรถเกิดเสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้าศีรษะกระแทกกับเสาไฟแตก เป็นเหตุให้เสียชีวิต เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ลงบันทึกไว้เป็นหลักฐาน และจะติดต่อญาติเพื่อมารับศพไปทำพิธีทางศาสนาต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

รถยกเมืองคอนซิ่งไปช่วยรถประสบอุบัติเหตุ! เฉี่ยวท้ายจยย. ชนต้นไม้ ดับ 3

รถยกศูนย์อินทรีทุ่งสง ซิ่งจะไปช่วยเหลือรถที่ประสบอุบัติเหตุ พอถึง ถ.สายทุ่งสง-นครศรีธรรมราช เกิดเฉี่ยวท้ายจยย. ก่อนเสียหลักข้ามคูระบายน้ำ ไปชนตอไม้ขนาดใหญ่ แล้วพลิกคว่ำ รถพังยับทั้งคัน ลูกน้องที่นั่งมา กระเด็นออกจากรถไปคนละทิศละทาง ตายคาที่ 2 ศพ ส่วนคนขับไปตายที่ รพ.

เมื่อคืนวันที่ 3 มิ.ย. ที่ผ่านมา พ.ต.ท.สัมพันธ์ วัมนสงค์ สารวัตร (สอบสวน) สภ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุ รถยกชนรถจักรยานยนต์ มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดบนถนนสายทุ่งสง-นครศรีธรรมราช (สายเก่า) หมู่ที่ 2 ต.ถ้ำใหญ่ อ.ทุ่งสง จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พ.ต.อ.สมชาย ซื่อต่อตระกูล ผกก. พ.ต.ท.โชคดี ศรีเมือง รอง ผกก.ป. แพทย์เวร รพ.ทุ่งสง เจ้าหน้าที่มูลนิธิประชาร่วมใจ

ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อยามาฮ่า สภาพเก่าสีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนสภาพรถมีรอยถูกชนด้านท้ายพังเสียหายตกลงไปอยู่ในคูน้ำริมถนน มีนายภิรมย์ จุฑามาศ อายุ 17 ปี อยู่บ้านเลขที่ 183 ถนนยุทธศาสตร์ ในเขตเทศบาลเมืองทุ่งสง เป็นคนขับ ได้รับบาดเจ็บ พลเมืองดีนำส่ง รพ.ทุ่งสง แล้ว ห่างออกไป 50 เมตร พบรถยก ยี่ห้อโตโยต้า รีโว่ สีขาว หมายเลขทะเบียน ฒม-5210 กรุงเทพมหานคร พลิกคว่ำนอนตะแคงในสภาพพังยับเยินทั้งคัน ใต้ท้องรถด้านหน้าพบศพ นายกฤษฎา บุญคงชู อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 182 หมู่ที่ 8 ต.เขาปู่ อ.ศรีบรรพต จ.พัทลุง ถูกรถทับกลางลำตัว  ห่างออกไป ประมาณ 17 เมตร ในพงหญ้า พบศพ นายณัฐชนนท์ ทองรอด อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 63 หมู่ที่ 2 ต.บ้านตูล อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช สภาพศพคอหัก ซี่โครงหัก เลือดทะลักออกทางจมูกและปากส่วนคนขับรถยก คือ นายวัชรพงศ์ รักษาสัตย์ อายุ 21 ปี อยู่บ้านเลขที่ 192/2 ถนนชัยชุมพล ในเขตเทศบาลเมืองทุ่งสง กระเด็นออกจากตัวรถได้รับบาดเจ็บสาหัส ถูกนำตัวส่ง รพ.ทุ่งสง ก่อนไปเสียชีวิตที่ รพ. รวมมีผู้เสียชีวิต 3 ศพ

จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ นายวัชรพงศ์ ซึ่งเป็นเจ้าของรถยกคันดังกล่าว ได้ขับรถยก เพื่อไปยกรถที่ประสบอุบัติเหตุในพื้นที่ อ.จุฬาภรณ์ โดยมีนายกฤษฎา และนายณัฐชนนท์ ซึ่งเป็นลูกน้องนั่งรถไปด้วย ถึงที่เกิดเหตุ รถยกได้เฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์ของนายภิรมย์ที่วิ่งนำหน้าอยู่

จากนั้นรถยกที่วิ่งมาด้วยความเร็ว เสียหลักวิ่งข้ามคูน้ำริมถนนด้านเดียวกัน ไปชนตอไม้ขนาดใหญ่ริมคูน้ำจนตอไม้ขาดสะบั้น แล้วรถเสียหลักพลิกคว่ำหลายตลบ จนพงหญ้าราบเป็นทางยาว ทำให้รถพังยับเยิน เป็นเหตุให้นายวัชรพงศ์ คนขับ และลูกน้องกระเด็นออกจากตัวรถไปคนละทิศละทาง โดยเฉพาะนายกฤษฎา ถูกรถทับเสียชีวิตอยู่ใต้ท้องรถ ขณะที่ คนขับรถจักรยานยนต์ ล่าสุด อาการปลอดภัยแล้ว

พ.ต.ท.สัมพันธ์ กล่าวว่า นายวัชรพงศ์ คนขับรถยกและลูกน้องทั้งสองคน ทำงานประจำอยู่กับ “ศูนย์อินทรีทุ่งสง” เป็นของเอกชน รับดูแลรักษารถยนต์ รถจักรยานยนต์ของกลางที่ประสบอุบัติเหตุ และรถที่ตำรวจยึดมาไว้เพื่อตรวจสอบ ขณะเดียวกัน ทางศูนย์อินทรีก็ออกบริการช่วยเหลือยกรถให้กับที่ผู้ประสบอุบัติเหตุอีกด้วย.

ที่มา>>>Thairath