ระทึก! สาวขับกระบะหลับใน รถเหินฟ้าตีลังกาตกข้างทับร่างเจ็บสาหัส

เมื่อเวลา 00.00 น. วันที่ 23 ส.ค. ศูนย์วิทยุหน่วยกู้ภัยสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยา จ.ชลบุรี รับแจ้งเหตุรถยนต์เสียหลักพลิกคว่ำมีผู้ได้รับบาดเจ็บ บนทางหลวงแผนดินหมายเลข 331 สัตหีบ-เขาหินซ้อน ฝั่งขาเข้าสัตหีบ ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง หลังรับแจ้งจึงนำกำลังรีบไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบรถกระบะ ยี่ห้อมิสซูบิชิ ไทรทัน สีดำ ทะเบียน บห6588 ระยอง เสียหลักตกข้างทาง สภาพพลิกคว่ำตีลังกา โดยตัวรถทับร่างของผู้บาดเจ็บ เป็นหญิงไทย ไม่ทราบชื่อ อายุ 35-40 ปี เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงใช้อุปกรณ์ตัดถ่างและกำลังคนช่วยดันรถขึ้น ก่อนนำร่างผู้บาดเจ็บออกจากซากรถแล้วเคลื่อนย้ายส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน

เบื้องต้นผู้บาดเจ็บยังรักษาตัวอยู่ในห้องฉุกเฉิน ยังไม่สามารถให้การได้ ส่วนสาเหตุคาดว่าน่าจะเกิดอาการง่วงเพลียจากการขับรถจึงเปิดกระจกรถทั้งหมดไว้ ระหว่างนั้นเกิดวูบหลับในประกอบกับเส้นทางดังกล่าวมีแสงไฟไม่เพียงพอ จึงเสียหลักตกไหลทางแล้วพลิกคว่ำหลายตลบทำให้ผู้บาดเจ็บกระเด็นออกมานอกห้องผู้โดยสาร แล้วถูกตัวรถทับร่างดังกล่าว

ที่มา:ข่าวสด


สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำ เว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO ด้วยทีมงานมืออาชีพ

รถกระบะรับส่งนักเรียนวิ่งสวนทางพุ่งชนจยย.-หนุ่มใหญ่ดับคาที่ คนขับทิ้งรถวิ่งหลบหนี

เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 28 ธ.ค. ร.ต.อ.พรศักดิ์ ขวัญเมือง รองสว.(สอบสวน) สภ.ถ้ำพรรณนา จ.นครศรีธรรมราช รับแจ้งเหตุรถกระบะรับส่งนักเรียนชนรถจยย. บนถนนสายถ้ำพรรณรา-ทานพอ ม.5 ต.ถ้ำถรรณรา อ.ถ้ำพรรณรา มีผู้เสียชีวิต 1 ศพ รับแจ้งแล้วจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ จากนั้นจึงพร้อมด้วยแพทย์และเจ้าหน้าที่มูลนิธิใต้เต็กตึ้งถ้ำพรรณรา รีบรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุเมื่อไปถึงพบศพนายสุชล สิทธา อายุ 51 ปี นอนเสียชีวิตอยู่กลางถนน สภาพคอหักศีรษะเป็นแผลฉกรรจ์ตายคาที่ ห่างกันประมาณ 30 เมตร พบรถจยย.ยี่ห้อซูซูกิ สีฟ้า ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนล้มอยู่ในสภาพพังยับเยิน ใกล้กันพบรถกระบะรับส่งนักเรียนติดหลังคาที่กระบะท้าย ยี่ห้ออีซูซุ สีแดง ทะเบียน บพ-8623 นครศรีธรรมราช ส่วนคนขับไม่อยู่ในที่เกิดเหตุแล้ว

จากการสอบสวนทราบว่าก่อนเกิดเหตุผู้ตายได้ขี่รถจยย.มาตามถนนดังกล่าว เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุมีรถกระบะรับส่งนักเรียนวิ่งสวนทางมา ก่อนเสียหลักพุ่งชนกันอย่างจังจนเป็นเหตุให้นายสุชลเสียชีวิตคาที่ ก่อนคนขับรถกระบะจะทิ้งรถไว้ในที่เกิดเหตุแล้วหลบหนีไป

ที่มา>>>ข่าวสด

ไม่ระคายผิว!! รถพ่วงเทกระจาดขวางถนน-กระบะตามหลังคว่ำยับ เชื่อบารมีพระเกจิดังคุ้มครอง

เมื่อเวลา 05.00 น. วันที่ 5 ต.ค. ด.ต.นที ชูอรรถ ผบ.หมู่ ส.ทล.3 กก.2 บก.ทล ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า เกิดอุบัติเหตุรถบรรทุกปุ๋ยและรถกระบะเสียหลักตกข้างทาง บริเวณถนนเพชรเกษม ฝั่งขาล่องใต้ หมู่ 1 หน้าวัดบ้านทุ่งมะเม่า ตำบลอ่าวน้อย อำเภอเมืองประจวบฯ จึงพร้อมด้วย ด.ต.วสันต์ นุ่มพรม ผบ.หมู่ ส.ทล.3กก.2 บก.ทล ด.ต.จักรพงษ์ อินทนพ ผบ.หมู่ ป.สภ.เมืองประจวบฯ นำกำลังอาสาสมัครกู้ภัยตำรวจทางหลวง เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองประจวบฯ รุดตรวจสอบเข้าให้ความช่วยเหลือในที่เกิดเหตุJpegพบว่าที่เกิดเหตุมีสภาพมืดไร้แสงไฟส่องสว่างข้างทางและมีต้นไม้ใหญ่ปกคลุมบนถนน จากการตรวจสอบพบรถบรรทุกปุ๋ยพ่วง 18 ล้อ ยี่ห้อ ฮีโน่ สีน้ำเงิน-ขาว ทะเบียน 70-2170 ชุมพร ตัวพ่วงหมายเลข 70-2183 ชุมพร เสียหลักตกร่องกลางถนนพลิกเทกระจาด ทำให้ปุ๋ยที่บรรทุกมาหล่นกระจัดกระจายเกลื่อน จนต้นไม้หัก 1 ต้น และป้ายบอกทางของกรมทางหลวงเสียหายหลายจุด ส่วนตัวรถได้เหวี่ยงต้นไม้ขึ้นมากีดขวางทางจราจรเลนขวา 1 ช่องทาง ทำให้รถสัญจรได้รับความลำบาก คนขับ คือ นายจำเริญ จีนท่าจันทร์ อายุ 34 ปี อยู่หมู่ 7 ตำบลลำเลียง อำเภอกระบุรี จังหวัดระนอง ไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด เบื้องต้นทราบว่าได้บรรทุกปุ๋ยมาจาก กทม. และกำลังจะนำไปส่งที่ อ.หลังสวน จังหวัดชุมพรJpegJpegส่วนรถคู่กรณีอีกคันเป็นรถยนต์กระบะตอนเดียว ยี่ห้อโตโยต้าวีโก้ สีบรอนซ์-ทอง ทะเบียน บบ 8208 เพชรบุรี ซึ่งได้บรรทุกผ้ามาเต็มคันรถ พลิกคว่ำเทกระจาดข้างทาง ทำให้ผ้าที่บรรทุกมาหล่นกระจัดกระจาย ตัวรถได้รับความเสียหายพังยับเยินทั้งคัน กระจกหน้าแตกและตัวรถยุบ คนขับ คือ นายวิชิต เปี่ยมพร้อม อายุ 43 ปี อยู่ ม.9 ต.ศิลาลอย อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบฯ ไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด ด้านเจ้าตัวเผยได้บรรทุกผ้ามาจาก กทม. และกำลังจะไปส่งที่ จ.สงขลา ระหว่างทางถึงจุดเกิดเหตุ ได้ขับตามรถบรรทุกปุ๋ยมาJpegระหว่างนั้นรถบรรทุกปุ๋ยได้เกิดเสียหลักตกร่องกลางถนนพลิกคว่ำเทกระจาด และกีดขวางถนน จึงได้หักหลบจนเป็นเหตุทำให้เสียหลักตกข้างทางพลิกคว่ำเทกระจาดตาม ส่วนตนเองเชื่อที่รอดชีวิตมาได้และไม่ได้รับบาดเจ็บ เกิดจากบารมีของหลวงพ่อทวดวัดห้วยมงคล และหลวงพ่อเงินวัดบางคลาน ที่ห้อยคอพกติดตัวได้ช่วยเอาไว้

ที่มา>>>ข่าวสด

สกัดจับวุ่นกระบะพาคนเจ็บหนีหลังจยย.ซิ่งมาชนท้ายร่างกระเด็น ที่แท้จะพาไปหาหมอ

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 25 ก.ย. สมาคมนักวิทยุสมัครเล่นกู้ภัยจังหวัดอ่างทอง รับการประสานเหตุจากทางศูนย์วิทยุ 191 ตำรวจภูธรจังหวัดอ่างทอง ให้ช่วยกันสังเกตและสกัดจับรถกระบะยี่ห้อมิตซูบิชิ ไทรทัน สีดำ หมายเลขทะเบียน บจย884 กำแพงเพชร ซึ่งเกิดเหตุชนกับรถจักรยานยนต์บนถนนสายเอเซีย ช่วงหลักกิโลเมตรที่ 45 ต.บ้านใหม่ อ.มหาราช จ.พระนครศรีอยุธยา และมีผู้ได้รับบาดเจ็บกระเด็นติดกระบะรถมาด้วย201609251651092-20110111132303ซึ่งหลังเกิดเหตุรถคันดังกล่าวได้ขับด้วยความเร็วเข้ามาในเขตจังหวัดอ่างทอง ทางถนนสายเอเชีย (ขาขึ้นนครสรรค์) หลังรับแจ้งจึงสมาคมนักวิทยุสมัครเล่นกู้ภัยจังหวัดอ่างทอง จึงประสานลูกข่ายโซนเอเชียและลูกข่ายจุดไชโย ให้ช่วยกันสังเกตและติดตาม จนกระทั่งมาพบว่ารถคันดังกล่าวขับมาจากเขตเมืองกำลังจะเข้าเขตอำเภอไชโย จึงขับรถตามและสามารถช่วยกันสกัดรถคันดังกล่าวไว้ได้ ที่บริเวณแยกบางศาลา ต.ชัยฤทธิ์ อ.ไชโย จ.อ่างทอง ก่อนที่จะแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ไชโย จ.อ่างทอง มาตรวจสอบ201609251651091-20110111132303จากการตรวจสอบพบว่า บริเวณหลังกระบะรถคันดังกล่าวนั้น มีร่องรอยการถูกชนที่บริเวณด้านท้ายรถจนไฟท้ายหลังด้านซ้ายแตก ที่กระบะท้ายรถพบร่างของนายธนาสันต์ ขันทองชัย อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 69/3 หมู่ที่ 1 ต.หนองบัวใต้ อ.เมืองตาก จ.ตาก นอนบาดเจ็บอยู่ เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงเข้าไปตรวจสอบพบว่า ได้รับบาดเจ็บที่บริเวณใบหน้า และคางแตก จึงเรียกให้รู้สึกตัว และทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลอ่างทอง201609251651095-20110111132303จากการสอบถามนายสมพงษ์ หงส์เวียงจันทร์ อายุ 48 ปี ชาวจังหวัดนครสวรรค์ คนขับรถกระบะ กล่าวว่า ระหว่างที่ตนขับรถพาครอบครัวและญาติๆ มาตามถนนสายเอเชียมุ่งหน้าจะกลับบ้านที่จังหวัดนครสวรรค์ เมื่อขับมาถึงที่เกิดเหตุจู่ๆ นายธนาสันต์ขี่รถจักรยานยนต์มาชนท้ายรถของตนอย่างแรง จนร่างของนายธนาสันต์นั้นกระเด็นขึ้นมาบนกระบะรถของตน ซึ่งขณะนั้นตนไม่รู้จะทำอย่างไร จึงขับรถต่อมาโดยนำร่างของนายธนาสันต์มาด้วย เพื่อที่จะมาวิ่งหาโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้เคียง เพื่อจะนำตัวนายธนาสันต์ส่งให้ทำการรักษา ตนไม่ได้มีเจตนาที่จะขับรถหนีแต่อย่างที่เข้าใจกัน เพียงแต่ตนเป็นคนต่างถิ่น จึงไม่รู้ว่าโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้เคียงนั้นอยู่ตรงไหน จึงได้แต่ขับรถมาเรื่อยๆ จนกระทั่งมาถูกสกัดไว้ได้

ด้านนายธนาสันต์นั้น หลังถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลยังมีมีอาการมึนงง นึกไม่ออกว่าไปเกิดเหตุได้อย่างไร ซึ่งเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้รอให้นายธนาสันต์นั้นฟื้นตัวเสียก่อน จึงจะได้เข้าไปสอบสวนต่อไป

พ.ต.ท.พลากร สกุลปิยะเทวัญ สารวัตรสอบสวน สภ.มหาราช จ.พระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า หลังเกิดเหตุทางสภ.มหาราช ซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่ได้รับแจ้งว่ามีเหตุรถกระบะคันดังกล่าว เกิดเหตุชนกับรถจักรยานยนต์แล้วหลบหนี มุ่งหน้าไปยังจังหวัดอ่างทองโดยมีคนเจ็บติดไปด้วย ซึ่งหลังรับแจ้งทาง สภ.มหาราช จึงได้ประสานมายังศูนย์วิทยุ 191 ของตำรวจภูธรจังหวัดอ่างทอง ให้ช่วยแจ้งลูกข่ายให้ช่วยกันสกัดจับ

จนกระทั่งมาสกัดจับได้ที่เขต อ.ไชโย จ.อ่างทอง แต่เมื่อเข้าตรวจสอบกลับพบว่า แท้จริงแล้วคนขับรถกระบะไม่ได้มีเจตนาขับรถหนีแต่อย่างใด เพียงแต่ว่าหลังเกิดเหตุคนขับรถจักรยานยนต์ได้กระเด็นขึ้นมาบนรถกระบะและมีอาการบาดเจ็บ ทางคนขับรถกระบะซึ่งเป็นคนต่างพื้นที่ ไม่ทราบว่าจะทำอย่างไร จึงตัดสินใจขับรถแล้วพาคนเจ็บมาด้วย เพื่อจะขับมาหาโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้เคียง ส่งตัวให้แพทย์รักษา แต่ยังไม่ทันเจอโรงพยาบาล ก็มาถูกสกัดไว้ก่อน ส่วนผู้บาดเจ็บ ซึ่งเป็นคนขี่รถจักรยานยนต์นั้นได้รับบาดเจ็บ และยังคงอยู่ในอาการมึนงง ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้รอให้อาการดีขึ้น ก่อนที่จะเข้าสอบสวนต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

โลมาถูกซัดเกยชายหาด เกาะลันตา มีแผลที่ครีบ อ่อนแรง คาดหลงฝูง

14681655221468165636lวันที่ 10 ก.ค.59 นาวาตรี พีรภัทร พัฒนโสภณ ผู้บังคับหน่วยรักษาความปลอดภัยทางทะเลกองทัพเรือ เกาะลันตาน้อย ทัพเรือภาคที่ 3 ได้รับแจ้งจากชาวประมงบ้านหลังสอด ต.เกาะลันตาน้อย อ.เกาะลันตา จ.กระบี่ ว่า พบปลาโลมาเกยตื้นบริเวณชายหาดหลังสอด ม.1 ต.เกาะลันตาน้อย จึงได้สั่งการจัดกำลังพลจำนวน 7 นาย ร่วมกับนายศักดิ์ดา ทวีเมือง ประมงอำเภอเกาะลันตา เข้าไปตรวจสอบที่เกิดเหตุอยู่บริเวณชายหาดพบปลาโลมาสีดำเพศเมียอายุประมาณ 10-15 ปี ขนาดความยาว 1.5 เมตรน้ำหนักประมาณ 70 กิโลกรัม ได้ถูกคลื่นซัดลอยขึ้นมาเกยตื้นและมีบาดแผลบริเวณครีบด้านซ้าย สภาพอ่อนแรง เบื้องต้นคาดว่าน่าจะเกิดจากคลื่นลมแรงประกอบกับน้ำขึ้นสูงช่วงเวลาตี 2 เมื่อคืนที่ผ่านมา แต่สภาพอ่อนเพลียไม่สามารถว่ายกลับลงสู่ทะเลได้ ต่อมาเจ้าหน้าที่หน่วยรักษาความปลอดภัยทางทะเลได้ช่วยกันนำปลาโลมาตัวดังกล่าวขึ้นรถกระบะแล้วนำไปปล่อยที่บริเวณชายหาดหน้าหน่วย นรภ.เกาะลันตา แต่เนื่องจากสภาพของปลาโลมานั้นมีอาการอ่อนเพลียจึงไม่สามารถที่จะว่ายน้ำได้

ด้านนายศักดิ์ดา ทวีเมือง ประมงอำเภอเกาะลันตา กล่าวว่า จากการตรวจสอบ พบว่าเป็นโลมาลายแถบ ซึ่งปัจจุบันพบน้อยคาดว่าหลงฝูงเข้ามาหากินในบริเวณทะเลเกาะลันตา แต่ถูกคลื่นซัดไปกระแทกโขดหินบาดเจ็บ ประกอบกับอ่อนเพลียจึงไม่สามารถหนีลงน้ำได้ เจ้าหน้าที่จึงได้มอบให้ทางประมงอำเภอเกาะลันตา นำไปอนุบาลไว้ที่กระชังหลังอำเภอเกาะลันตา เพื่อรอเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งจังหวัดภูเก็ต ซึ่งมีความชำนาญมารับไปอนุบาลรักษาและปล่อยสู่ธรรมชาติและเพื่อศึกษาต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

สลด!กระบะซิ่งชนจยย. 2 พ่อลูกดับขับหลบหนี ตร.เช็กวงจรปิดล่าตัว

 เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 7 ก.ค. พ.ต.ท.สุรจิต ตะกรุดเดิม รอง ผกก.ป.สภ.บางขัน จ.นครศรีธรรมราช ร่วมกับ ร.ต.อ.วีรยุทธ แซ่ลิ้ม ได้สำรวจภาพจากกล้องวงจรปิดจากกรณีรถกระบะ ชนกับรถ จักรยานยนต์มีสองพ่อลูกเสียชีวิต ที่ถนนสายบ้านแพน-บางขัน ม.6 ต.บางขัน อ.บางขัน เมื่อช่วงเย็นวันที่ 6 ก.ค. แล้วขับหลบหนีไป โดยผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุคือนายพงศ์ศักดิ์ สุดชู อายุ 43 ปี และ ด.ญ.พรระวีย์ สุดชู อายุ 10 ขวบ อยู่บ้านเลขที่ 36 ม.7 ต.บ้านลำนาว อ.บางขัน จ.นครรีธรรมราช และด.ญ.ไก่ (นามสมมติ) วัย 6 ขวบ ได้รับบาดเจ็บ จากการสอบสวน ของเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบว่า ก่อนเกิดเหตุนายพงศ์ศักดิ์ขับรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อห้อฮอนด้า โซนิค สีเทา ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ไปรับด.ญ.พรระวีย์ที่โรงเรียน เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุมีรถกระบะสี่ประตู สีบรอนซ์เงิน ไม่ทราบยี่ห้อและหมายเลขทะเบียน ขับมาด้วยความเร็วเสียหลักพุ่งชนอย่างจัง จนร่างสองพ่อลูกกระเด็นพลัดตกลงมาเสียชีวิตคาที่ จากนั้นรถกระบะก็ขับหลบหนีไปด้วยความเร็ว เจ้าหน้าที่จึงเร่งทำการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด เพื่อติดตามคนขับรถกระบะคันดังกล่าว มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

ชาวนาสุดช้ำ! โจรขโมยเครื่องคูโบต้า เหลือแต่โครงรถไถ

ชาวนาหนองบัวลำภู สุดช้ำ! ถูกโจรขโมยรถไถนา คูโบต้า 2 คัน หลังยืมญาติมาไถนาเหลืออีก 2 วันจะแล้วเสร็จ เผย เดินกลับบ้านไปอาบน้ำกินข้าวเพียง 1 ชม. ห่างจากจุดขโมย 100 เมตร คาด ขโมยมี ไม่ต่ำกว่า 3 คน นำรถกระบะจอดเทียบยกหนี …

เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 30 พ.ค.59 ผู้สื่อข่าวพร้อมด้วย พ.ต.ท.พงษ์ศักดิ์ ชัยชนะกุล รอง ผกก.ปป.สภ.ศรีบุญเรือง นายประสิทธิ์ มหาวงศ์ ปลัดป้องกัน อ.ศรีบุญเรือง ได้เดินทางไปพบกับ นายถวิล จิตรโก อายุ 70 ปี อาชีพชาวนา บ้านเลขที่ 120 หมู่ 7 บ้านดอนเกล็ด ต.ยางหล่อ อ.ศรีบุญเรือง จ.หนองบัวลำภู หลังทราบข่าวว่ามีโจรมาขโมยเครื่องยนต์คูโบต้าที่ติดตั้งอยู่กับรถไถนาเดินตาม ถึง 2 เครื่อง หลบหนีไปอย่างลอยนวล

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายถวิล เจ้าของรถไถนา ได้พาเจ้าหน้าที่ ไปดูร่องรอยคนร้าย ซึ่งห่างจากบ้านประมาณ 200 เมตร ซึ่งอยู่ห่างจากถนนประมาณ 50 เมตร มีต้นอ้อยกำลังแตกใบปลูกอยู่รายรอบกระท่อม ที่ข้างกระท่อมนามีโครงตัวถังรถไถนาเดินตาม 2 คัน ยี่ห้อคูโบต้า รุ่นทะเลทอง และรุ่นบิ๊กจิ๋ว ที่ถูกถอดน็อตยกเอาเครื่องยนต์ไป มูลค่ารวมประมาณ 90,000 บาท เหลือเพียงน็อตที่ทิ้งไว้ให้ดูต่างหน้า

นายถวิล เล่าด้วยน้ำเสียงสุดช้ำว่า เมื่อเย็น วันที่ 29 พ.ค.59 เวลาประมาณ 18.00 น. ตนเอง และญาติที่มาช่วยกันไถนาเตรียมการเพาะปลูก ได้นำรถไถนา 3 คัน ลงไถนาใกล้กับกระท่อมนาตั้งแต่เช้าตรู่ กระทั่งเวลาเลิกงานก็พากันกลับเข้าบ้านอาบน้ำกินข้าว เพื่อที่จะกลับมานอนที่กระท่อมนา 19.00 น. กระทั่งกินข้าว อาบน้ำอาบท่าเสร็จ พากันกลับมาที่กระท่อมนา พบว่ารถไถนา 2 ใน 3 คันถูกคนร้ายถอดเอาเครื่องยนต์ไปแล้วเหลือไว้แต่โครงรถไถ

นายถวิล กล่าวต่อว่า อีกคันเป็นของตนเอง ที่ไม่ได้โดนขโมย เพราะเป็นเครื่องยนต์รุ่นเก่า ใช้งานไม่ได้ดีนัก ส่วนคันที่ถูกถอดเครื่องยนต์ออกเป็นของญาติที่ผมขอยืมมาใช้ไถนา เหลืออีกวันสองวันก็จะไถเสร็จ รู้ตัวว่าโดนขโมย รีบโทรศัพท์มาแจ้งตำรวจ มาตรวจสอบที่เกิดเหตุ ตามหาคนร้าย แต่ไร้วี่แวว คาดว่าคนร้ายมีด้วยกันไม่น้อยกว่า 3 คน ขับรถปิกอัพมาจอดใกล้ๆ แล้วพากันมาถอดเอาเครื่องยนต์รถไถนาก่อนหลบหนีไป หมู่บ้านนี้ไม่เคยมีเหตุการณ์อย่างนี้มาก่อน แต่ไม่นานมานี้ มีโจรโขมยไก่ชนราคาแพงของคนอื่นไป ไม่นึกว่าตัวเองจะโดน

ด้านปลัดป้องกัน อำเภอศรีบุญเรือง เปิดเผยว่า ในช่วงฤดูทำนามักจะมีเหตุการณ์ ลักเล็กขโมยน้อยเกิดขึ้นประจำ นอกจากจะมีเหตุลักเครื่องยนต์คูโบต้าสองเครื่องนี้แล้ว ยังเคยมีวัยรุ่นงัดเข้าไปขโมยของในร้านค้าพื้นที่นี้อีกด้วย สำหรับการป้องกันที่ดีก็ต้องอาศัยชาวบ้านร่วมมือกันสอดส่องดูแล และในวันประชุมประจำเดือน นายระพิสิทธิ์ พิมพ์พัฒน์ นอภ.ศรีบุญเรือง จะนำเรื่องนี้เข้าไปแจ้งแก่กำนัน ผู้ใหญ่บ้านให้ทราบปัญหาและหาทางป้องกันไม่ให้เกิดเหตุขึ้นซ้ำอีก

ขณะที่ พ.ต.ท.พงษ์ศักดิ์ ชัยชนะกุล กล่าวว่า การขโมยเครื่องมือทำการเกษตร เป็นเรื่องที่ซ้ำเติมเกษตรกรเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งตำรวจจะได้สืบสวนหาข่าวและติดตามจับกุมคนร้ายรายนี้ให้ได้โดยเร็วกันต่อไป.

ที่มา>>>Thairath

กระบะชนท้ายสิบล้อบรรทุกฟาง รถพังยับ หนุ่มขอนแก่นดับคาซาก

หนุ่มขอนแก่น ขับกระบะชนท้ายสิบล้อบรรทุกฟางอย่างแรง รถพังยับเยินอัดก๊อบปี้ร่างคนขับเสียชีวิตคาซาก ส่วนสิบล้อพลิกคว่ำกลางถนน ด้าน ตร.วิเศษชัยชาญ เร่งสอบละเอียด ยันให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย

เมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 26 เม.ย. 59 ร.ต.ท.บรรจบ จ้อยศรีเกตุ รอง สว.สส.สภ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง ได้รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถกระบะชนท้ายสิบล้อบรรทุกฟาง มีผู้เสียชีวิตติดอยู่ภายในรถกระบะ บริเวณถนนสายโพธิ์พระยา-ท่าเรือ หมู่ 6 ต.หัวตะพาน อ.วิเศษชัยชาญ จึงรุดไปตรวจสอบ พร้อมด้วยแพทย์พยาบาล รพ.วิเศษชัยชาญ เจ้าหน้าที่วีอาร์กู้ภัยอ่างทอง และเจ้าหน้าที่กุศลวิเศษชัยชาญ

ที่เกิดเหตุ พบรถกระบะอีซูซุ ดีแมคซ์ ทะเบียน 1ฒฐ 4617 กรุงเทพมหานคร สภาพเสียหายอย่างหนัก มีผู้เสียชีวิตติดอยู่ภายใน 1 ราย เจ้าหน้าที่ใช้เครื่องมือตัดถ่างนำร่างออกมาจากซากรถ ทราบชื่อ นายศาสตรา พลมาตร อายุ 31 ปี บ้านเลขที่ 4 หมู่ 7 ต.ห้วยเตย อ.ชำสูง จ.ขอนแก่น ก่อนส่งชันสูตรเพิ่มเติมที่ รพ.วิเศษชัยชาญ ห่างกันเล็กน้อยพบรถสิบล้อบรรทุกฟาง ทะเบียน 83-9083 สุพรรณบุรี พลิกคว่ำอยู่กลางถนน ผู้ขับขี่คือ นายสมเคียน บุญผาด อายุ 51 ปี

เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ

นายสมเคียน ให้การเบื้องต้นว่า ขับรถบรรทุกฟางออกจาก จ.สุพรรณบุรี มุ่งหน้าสู่ อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง เมื่อถึงที่เกิดเหตุมีรถกระบะพุ่งชนท้าย ทำให้รถสิบล้อบรรทุกฟางพลิกคว่ำกลางถนน และรถกระบะมีผู้เสียชีวิตดังกล่าว

ด้าน ร.ต.ท.บรรจบ เปิดเผยว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการตรวจสอบพยานหลักฐานแวดล้อมในที่เกิดเหตุและพยานบุคคล เพื่อทำการสอบสวนถึงสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุ ให้เกิดความถูกต้องและเป็นธรรมต่อคู่กรณีทั้ง 2 ฝ่ายต่อไป.

ที่มา>>>Thairath