แชร์กระหึ่ม! เจ้าหน้าที่ “วินนี่” ตำรวจสายหวานหัวใจบริการดีเยี่ยม (คลิป)

เป็นคลิปที่ได้รับการแชร์จากเพจ youlike โดยระบุว่า “ตำรวจดีและสวย #แชร์ก่อนชม เจอได้ที่นี่ค่ะ ไม่ว่าจะคดีอะไรเจอใบสั่งเท่าไหร่ คุณจะผ่อนคลาย เพราะ วินนี่ คนสวย รักนาง ชอบนาง โหวตนางค่ะ #ขออนุญาตินะค่ะ วินนี่” ซึ่งเจ้าหน้าที่นายนี้ กำลังทำหน้าที่ให้บริการประชาชนรับแจ้งความด้วยใจบริการ ได้รับเสียงชื่นชมจำนวนมาก

ที่มา>>>ข่าวสด

ประชาชนแห่แลกธนบัตรที่ระลึกเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 9 มิถุนายน 2559 ที่ธนาคารกรุงไทย สาขาตราด และธนาคารออมสิน สาขาตราด ประชาชนชาวจังหวัดตราด แห่แลกธนบัตรที่ระลึกเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติครบ 70 ปี กันจำนวนมาก โดยเฉพาะธนาคารออมสิน จังหวัดตราด ได้โควตามาเพียง 1,000 ชุด ซึ่งได้กระจายธนบัตรไปอีก 4 สาขา เพื่อให้ประชาชนได้ซื้อ โดยจำกัดได้เพียง 1 คนต่อ 1 ชุด ขณะที่ธนาคารกรุงไทย สาขาตราด สามารถซื้อ คนละ 2 ชุดต่อ 1 คนนายประเสริฐ เรืองศิลป์ ประชาชนบ้านสวนใน ต.วังกระแจะ อ.เมือง จ.ตราด  กล่าวว่า  เป็นธนบัตร ครบรอบของในหลวง ที่ควรเก็บสะสมไว้ ในฐานะเป็นประชาชนคนหนึ่ง เราควรจะแลกเก็บสะสมไว้เป็นอย่างยิ่ง ซึ่งที่ผ่านมาตนเองจะเก็บสะสมธนบัตร เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทุกรุ่น ที่ออกมาให้แลก รู้สึกภาคภูมิใจที่มีในหลวงของประชาชนคนไทยและขอบคุณที่ในหลวงมีความเมตตาต่อประชาชนคนไทยมาด้วยตลอดด้านนางฉัตรพร พรเกษม ประชาชนที่เดินทางมาแลกธนบัตรที่ระลึกเฉลิมพระเกียรติ กล่าวว่า เป็นครั้งแรกที่มาแลกธนบัตรที่ระลึกเฉลิมพระเกียรติ ซึ่งรู้สึกปราบปลื้มที่ได้มาครอบครองและเก็บรักษาไว้อย่างดี และอยากบอกรักในหลวง ขอให้ในหลวงอยู่กับคนไทยนาน ๆ

ที่มา>>>ข่าวสด

สาวกเหล่ามอดเดอร์เตรียมระเบิดความมันส์อีกครั้ง กับ The Modder Season II

ประสบความสำเร็จอย่างท่วมท้นในก้าวแรกไปแล้วเมื่อปีที่ผ่านมาสำหรับ The Modderรายการเรียลลิตี้โมดิฟายคอมพิวเตอร์ ซีซั่น 1 ที่ทำให้เยาวชนและประชาชนทั่วไปได้รู้จักกับการโมดิฟายเคสคอมพิวเตอร์อย่างกว้างขวาง จนกลายเป็นเทรนด์เซตเตอร์ที่จุดกระแสของการโมดิฟายคอมฯ ให้เป็นเทรนด์ที่กำลังมาแรงสุดๆ ในขณะนี้

กี้ อุทัยเดช แซ่จัง ผู้สร้างสรรค์รายการ THE MODDER THAILAND เปิดเผยว่า “มอดเดอร์ คือ ชื่อเรียกของกลุ่มคนที่โมดิฟายเคสคอมพิวเตอร์ ซึ่งในต่างประเทศเป็นงานอดิเรกของคนรักคอมพิวเตอร์ และกลายเป็นการแข่งขันระดับโลกอย่างจริงจังมาหลายปี ซึ่งคนไทยเอง ก็มีกลุ่มคนที่รักการโมดิฟายเคสคอมพิวเตอร์อยู่บ้าง และไปสร้างชื่อเสียงระดับนานาชาติ โดยการคว้าแชมป์อันดับหนึ่งของโลก จากรายการแข่งขันระดับโลกทั้ง 2 เวที คือ รายการ Cooler Master – CASE MOD | World series 2015 และ 2015 Thermaltake CaseMOD Invitational Season มาแล้วด้วย จากตรงนี้ เราอยากให้งานอดิเรกประเภทนี้แพร่หลายไปในวงกว้าง ให้คนรู้จักมากขึ้น จึงทำรายการ THE MODDER THAILAND เป็นรายการกึ่งเรียลลิตี้ ที่นำเสนอชีวิตของนักสร้างคอมพิวเตอร์แต่ละคน ตั้งแต่เริ่มต้นสร้างโปรเจกต์ ไปจนถึงปัญหา อุปสรรคต่างๆ รวมถึงวิธีการในการทำ เพื่อนำเสนอให้ประชาชนทั่วไป และนักเรียน นักศึกษา เกิดความสนใจและมีแรงบันดาลใจ จนจบซีซั่นแรกไปเมื่อต้นปีที่ผ่านมา และได้ผลตอบรับที่ดีมากๆ โดยรายการ THE MODDER THAILAND ที่ออกอากาศทาง CAT Channel ได้รับความนิยมสูงมากในระยะเวลาอันรวดเร็ว ซึ่งรูปแบบรายการเป็นการแข่งขันเพื่อสร้างสีสันและความสนุกสนาน

ผู้เข้าแข่งขันในซีซั่นนี้ มีทั้งนักศึกษา พ่อค้า และประชาชนทั่วไป ซึ่งไฮไลต์ของรายการ ในปีนี้ มีทั้ง Scratch Build หรือเครื่องที่สร้างเคสใหม่ขึ้นมาเองถึง 5 เครื่อง รวมถึงการจับคู่แบทเทิลของเหล่ามอดเดอร์ หน้าใหม่ทั้ง 8 โดยมี The Modder จากซีซั่น 1 มาเป็นเมนเทอร์อีกด้วย”

“เรามองรายการ THE MODDER THAILAND กัน ในมุมของ เทรนด์เซตเตอร์ คือ นำเทรนด์นี้เข้ามาในไทย เพื่อให้คนทั่วไปได้รู้จักและอาจจะเกิดความสนใจในงานอดิเรกประเภทนี้ โดยเฉพาะน้องๆนักเรียนนักศึกษา และประชาชน ซึ่งในซีซั่นต่อๆ ไป คนเหล่านี้จะเข้ามามีส่วนร่วมในรายการเพิ่มมากขึ้น และในปีนี้ก็จะมีรายการไปแข่งขันที่ต่างประเทศด้วย ซึ่งผมมองว่าฝีมือคนไทยยังไงก็ต้องติดอันดับต้นๆ ของโลก ตัวแทนคนไทยอาจมีลุ้นในการคว้าตำแหน่งระดับโลกอย่างแน่นอน”

รายการ เดอะ มอดเดอร์ ซีซั่นสองจะเริ่มออกอากาศในเดือนมิถุนายนนี้ รายละเอียดต่างๆ สามารถติดตามได้ที่ www.facebook.com/completeproduction

สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถรับชมรายการ THE MODDER THAILAND ได้ทาง ช่อง CAT Channel หรือออนไลน์แบบสดๆ ได้ทาง http://www.cattelecom.tv/ และแบบย้อนหลังได้ทาง Youtube ช่อง Complete Television Channel

ที่มา>>>Thairath

หนุ่มเจ้าของโต๊ะสนุ๊ก แจกข้าวสาร-ควักเงินให้เด็ก ทำบุญวันเกิด

วันเกิดแจกข้าวสาร หนุ่มใหญ่บางปะกง วัย 50 เจ้าของกิจการโต๊ะสนุ๊กเกอร์ในอำเภอบางปะกง ทำบุญวันเกิดด้วยการแจกข้าวสาร 100 ถุง แจกเงินให้เด็กจำนวน 3,000 บาท และจะทำทุกวันที่ 29 ทุกเดือน

เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 28 เมษายน 2559 นายมนตรี ทับจันทร์ อายุ 50 ปี เจ้าของโต๊ะสนุ๊กเกอร์จิ๊กโก๋ ภายในตลาดจตุจักรรุ่งเรือง เลขที่ 162/15 หมู่ 2 ต.บางสมัคร อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา ได้จัดงานทำบุญเนื่องในวันเกิดตัวเองวันที่ 29 เมษายน โดยการแจกข้าวสาร น้ำดื่ม จำนวน 20 ชุด ข้าวสาร 5 กิโล 100 ถุง อาหารแห้งอีก 20 ชุดทั้งนี้ ประชาชนที่เดินไปมาในตลาดทราบข่าว ได้มายืนรอต่อแถวกว่า 200 คน เนื่องจากของมีจำนวนจำกัด ทำให้บางคนไม่ได้ข้าวสารติดมือกลับบ้าน ส่วนเด็กๆ ที่มาเข้าแถวได้รับเงินจำนวน 100 บาท จำนวน 30 คน

ด้านนายมนตรี ระบุเหตุที่แจกวันที่ 28 เมษายน เนื่องจากต้องไปเที่ยวกับครอบครัวในวันเกิดของตัวเองในวันที่ 29 เมษายน ซึ่งชาวบ้านบางส่วนที่ขอทำเรื่องยื่นชื่อคนพิการที่ไม่สามารถเดินทางมารับข้าวสารได้ ก็จะนำข้าวสารไปแจกเองที่บ้านของผู้พิการ สำหรับการทำบุญแบบนี้ทำให้ตัวเองและครอบครัวรู้สึกมีความสุขทั้งกายและใจ อีกทั้งอยากจะเป็นผู้ให้มากกว่าผู้รับ เพราะเชื่อว่ายังมีคนที่เดือดร้อนมากกว่าที่รอรับความช่วยเหลือ.

ที่มา>>>Thairath

ดอนตะเคียน ขาดน้ำเกือบทั้งหมู่บ้าน อบต.ผันให้ใช้ วอนประหยัด

(ภาพจาก จนท.อบต.บางสะพาน)

ดอนตะเคียน จ.ประจวบฯ ขาดน้ำเกือบทั้งหมู่บ้าน อบต.เร่งช่วยผันน้ำหมู่บ้านข้างเคียงให้ใช้ วอนประหยัด ใช้น้ำบริโภคอุปโภคเท่านั้น ขณะที่ชาวบ้านเชื่อ หากฝนไม่ตกภายใน 1 เดือน ก็จะไม่มีน้ำใช้แน่นอน …

วันที่ 20 เมษายน 2559 นายสุโย ปลอดภัย นายกองค์การบริหารส่วนตำบล อบต.บางสะพาน อำเภอบางสะพานน้อย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้พื้นที่ อบต.บางสะพา‪น กำลังประสบปัญหาภัยแล้ง ทำให้แหล่งน้ำผลิตน้ำประปาหลายจุดไม่เพียงพอ ‪โดยเฉพาะหมู่ 6 บ้านดอนตะเคียน ประสบปัญหาขาดน้ำประปาใช้ภายในครัวเรือนเกือบทั้งหมู่บ้านเบื้องต้น นำเจ้าหน้าที่พร้อมทีมงาน เร่งในการช่วยเหลือโดยการผันน้ำจากแหล่งน้ำที่ใช้ผลิตประปาหมู่บ้านใกล้เคียง ซึ่งมีอยู่จำนวนจำกัดมาช่วยเหลือหมู่ที่ 6 องค์การบริหารส่วนตำบลบางสะพาน ขอความร่วมมือประชาชนทุกหมู่บ้านใช้น้ำอย่างประหยัด ‪‎เน้นเพื่อการอุปโภคบริโภคในครัวเรือนเท่านั้น เพื่อให้มีน้ำประปาใช้อย่างเพียงพอและทั่วถึงนายพะเนิน สินทรัพย์ ชาวบ้านหมู่ 8 บ้านทุ่งจันทร์ ตำบลบางสะพาน กล่าวว่า ในขณะนี้แหล่งน้ำที่ผลิตประปาหมู่บ้านเริ่มแห้งลง คาดว่าหากฝนไม่ตกลงมาอีกประมาณ 1 เดือน ชาวบ้านที่ใช้น้ำประปาหมู่บ้านน่าจะขาดน้ำใช้ในครัวเรือนอย่างแน่นอน ส่วนน้ำใช้ในขณะนี้ หากไม่เพียงพอจะร้องขอไปที่ อบต.บางสะพาน จะมีเจ้าหน้าที่นำรถบรรทุกน้ำของ อบต.มาแจกจ่ายให้.

ที่มา>>>Thairath

สยอง! พลุระเบิดกลางงานปีใหม่ฮินดูในอินเดีย ดับแล้ว 100 ศพ เจ็บอื้อ

(ภาพ: AP)

เกิดเหตุพลุไฟระเบิดอย่างรุนแรงในงานฉลองปีใหม่ของชาวฮินดู ในรัฐทางใต้ของประเทศอินเดีย เมื่อช่วงเช้ามืดวันอาทิตย์ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 100 ราย และมีผู้บาดเจ็บอีกหลายร้อยคน…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุพลุไฟระเบิดที่วัดปุตติงกัล เทวี ที่เมืองปาราวูระ ในเขตคอลลาม บริเวณชายฝั่งทะเลทางใต้ของรัฐเกรละ ในขณะที่ประชาชนหลายพันคนมารวมตัวกันเพื่อร่วมเฉลิมฉลองการเริ่มต้นเทศกาลปีใหม่ของชาวฮินดูท้องถิ่น เมื่อวันอาทิตย์ที่ 10 เม.ย. ทำให้ไฟไหม้วัดจนอาคารพังถล่ม เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 100 ราย และบาดเจ็บอีกกว่า 380 คนอาคารในบริเวณวัดปุตติงกัล เทวี ได้รับความเสียหายจากแรงระเบิด (ภาพ: AP)

พยานผู้เห็นเหตุการณ์ระบุว่า เหตุระเบิดเกิดขึ้นในเวลาประมาณ 03.30 น. วันอาทิตย์ตามเวลาท้องถิ่น หลายชั่วโมงหลังงานเริ่ม หลังจากพลุลูกหนึ่งตกลงบนเพิงเก็บพลุไฟ ทำให้เกิดการระเบิดอย่างรุนแรง จนหลังคาวัดได้รับความเสียหาย และอาคารอีกหลังพังถล่ม

ด้านนายทีพี เซนกุมาร ผู้บัญชาการตำรวจรัฐเกรละ ระบุว่า ผู้เสียชีวิตหลายคนถูกไฟคลอกจนไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นใคร และต้องใช้วิธีการระบุตัวตนด้วยการตรวจดีเอ็นเอกระบอกพลุไฟ (ภาพ: AP)

ล่าสุด รัฐบาลรัฐเกรละออกคำสั่งให้มีการสืบสวนข้อเท็จจริงของเหตุโศกนาฏกรรมครั้งนี้แล้ว ขณะที่ตำรวจเตรียมดำเนินคดีกับกรรมการบริหารของวัดและผู้จัดการแสดงพลุ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองปฏิเสธคำร้องขออนุญาตจัดแสดงพลุในงานฉลองปีใหม่ฮินดูปีนี้ไปแล้ว เพราะกังวลเรื่องปัญหาความปลอดภัย

อนึ่ง เหตุสลดครั้งนี้เกิดขึ้นในระหว่างที่เจ้าชายวิลเลียม ดยุคแห่งเคมบริดจ์ และเจ้าหญิงเคท ดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ เสด็จเยือนประเทศอินเดียและภูฏานเป็นเวลา 7 วัน โดยสำนักพระราชวังเคนซิงตัน ระบุว่า ทั้ง 2 พระองค์ได้รับรายงานเรื่องเหตุพลุไฟระเบิดแล้ว และพระองค์ขอส่งกำลังใจแก่ผู้ที่กำลังช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้ด้วย.ดยุคและดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ เสด็จเยือนอินเดีย (ภาพ: AP)

ที่มา>>>Thairath

เอกสารเก๊ว่อนเน็ต!! วันหยุดพิเศษสงกรานต์ 12 เมษา รบ.เตือนอย่าหลงเชื่อ

โฆษกรัฐบาล เตือนอย่าหลงเชื่อพวกป่วนทำเอกสารปลอมว่อนเน็ต อ้างมีวันหยุดพิเศษสงกรานต์ 12 เม.ย. สร้างความสับสนให้ประชาชน ยันหยุดปกติ 13-17 เม.ย.เท่านั้น…

เมื่อวันที่ 4 เม.ย. พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยถึงกรณีการเผยแพร่เอกสารที่อ้างว่า เป็นของสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเสนอให้มีวันหยุดสงกรานต์เพิ่มเป็นกรณีพิเศษในวันที่ 12 เม.ย. ว่า ได้มีการตรวจสอบแล้วพบว่าเอกสารดังกล่าวเป็นเอกสารปลอม ที่มีผู้ไม่หวังดีทำขึ้นมาโดยนำเอกสารราชการในปี 2556 ซึ่งประกาศให้มีวันหยุดพิเศษ มาปรับแก้เป็นปี พ.ศ. 2559

ทั้งนี้ ช่วงวันหยุดสงกรานต์ในปีนี้เป็นไปตามปฏิทินปกติ คือ หยุดระหว่างวันที่ 13-17 เม.ย. อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าผู้ทำเอกสารจะมีเจตนาใด ก็ถือว่าได้ก่อความวุ่นวายปั่นป่วนโดยขาดจิตสำนึก เชื่อว่าพี่น้องประชาชนจะไม่หลงเชื่อ และหากเป็นไปได้ก็ไม่ควรเผยแพร่เอกสารไร้สาระและสร้างความสับสนเช่นนี้ เพราะอาจจะไปช่วยขยายผลและสนับสนุนเจตนาก่อความวุ่นวายของกลุ่มผู้จัดทำ.อย่าเชื่อ เอกสารปลอม วันหยุดพิเศษสงกรานต์ 12 เม.ย.

ที่มา>>>Thairath

เรือด่วนเจ้าพระยาขึ้นค่าโดยสารวันแรก

เรือด่วน

ประชาชน ยังใช้บริการเรือด่วนเจ้าพระยา คึกคัก แม้ปรับขึ้นราคาค่าโดยสารวันนี้วันแรก

บรรยากาศการเดินทางของประชาชนโดยเรือด่วนเจ้าพระยา บริเวณท่าเรือมหาราช เช้าวันนี้ ยังเป็นไปอย่างคึกคัก ประชาชนจำนวนมากยังคงทยอยเดินทางโดยเรือด่วนเจ้าพระยา ในช่วงเวลาเร่งด่วน แม้ว่าได้มีการประกาศปรับขึ้นราคาค่าเรือโดยสาร 1 บาท ทุกประเภท เนื่องจากราคาน้ำมันดีเซล ได้ปรับราคามากกว่า 21 บาทต่อลิตร มีผลตั้งแต่วันนี้เป็นวันแรก โดยเรือประจำทางทุกท่า จากราคา 7 บาท 9 บาท และ 11 บาท ปรับขึ้นเป็นราคา 8 บาท 10 บาท และ 12 บาท เรือด่วนธงส้ม จากราคา 13 บาท เป็นราคา 14 บาท เรือด่วนธงเหลือง จากราคา 18 บาท เป็น ราคา 19 บาท และเรือด่วนธงเขียว จากราคา 18 บาท 30 บาท เป็นราคา 19 บาท และ 31 บาท พร้อมกันนี้ บริเวณท่าเรือมหาราช ได้มีการติดป้ายแสดงราคาและประกาศอย่างชัดเจน เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบถึงการปรับขึ้นราคาในครั้งนี้

ทั้งนี้จากการสอบถามประชาชนบางส่วน ได้กล่าวว่า การปรับขึ้นค่าโดยสารในครั้งนี้มองว่าเป็นไปตามราคาน้ำมันที่ขยับขึ้น ซึ่งอาจจะกระทบต่อค่าครองชีพบ้าง แต่เชื่อว่าจะกระทบเพียงเล็กน้อยเท่านั้น และจะยังเลือกใช้บริการ เนื่องจากสามารถช่วยประหยัดเวลาเดินทาง โดยเฉพาะเวลาชั่วโมงเร่งด่วน

ที่มา>>>sanook