วอนช่วยพ่อเฒ่าวัย 71 อาศัยกระท่อมพังๆ กับน้องชาย แถมลูกก็ไม่ค่อยมาดูแล ปีนต้นตาลหาเลี้ยงชีพ

วันที่ 18 ม.ค. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากทหารรับผิดชอบพื้นที่อำเภอสรรคบุรี จ.ชัยนาท ว่า มีผู้อาศัยอยู่ในบ้านที่ห่างไกล ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีน้ำประปาใช้ อาศัยกระท่อมเก่าผุๆ ข้างฝาปิดด้วยใบตาล หลังคาสังกะสีเก่า หุงหาอาหารด้วยฟืน ไม่มีห้องน้ำต้องใช้วิธีขุดหลุมถ่ายบริเวณทุ่งนา มานานกว่า 10 ปีผู้สื่อข่าวจึงเดินทางลงพื้นที่บ้านเลขที่ 166 หมู่ 6 ต.ห้วยกรดพัฒนา อ.สรรคบุรี จ.ชัยนาท พร้อมด้วยจ.ส.อ.สำเริง กองวัสกุลณี ทหารจากกองพันทหารปืนใหญ่ที่ 721 ลพบุรี และนายประทวน บัวเพชร นายกเทศมนตรีตำบลห้วยกรดพัฒนา พบกับนายเฉลียว ดวงยี่หวา อายุ 71 ปี กับน้องชายชื่อนายสุรัตน์ ดวงยี่หวา อายุ 55 ปี อาศัยในกระท่อมที่มีสภาพเก่า ข้างฝาปิดด้วยใบตาล อาศัยกินนอน และเคี่ยวน้ำตาลขายเลี้ยงชีพ อดมื้อกินมื้อนายเฉลียว เล่าว่า ภรรยาเสียชีวิตไปตั้งแต่ลูกยังเล็ก มีลูกชายด้วยกัน 2 คน แต่ทั้งสองได้แยกย้ายไปมีครอบครัวและทำมาหากินไม่ค่อยได้กลับมาดูแล ตอนนี้อาศัยอยู่กับน้องชายซึ่งมีอาการทางประสาท ไม่ได้ประกอบอาชีพอะไร ส่วนตนนั้นประกอบอาชีพทำน้ำตาลขาย สมัยหนุ่มๆ ปีนต้นตาลวันละ 10 ต้น แต่ตอนนี้อายุมากแล้วปีนได้วันละ 3 ต้น ทำน้ำตาลได้วันละ 1-2 กิโลกรัม ขายส่งกิโลกรัมละ 60 บาท บางวันก็ไม่ได้น้ำตาลเพราะไม่ใช่ฤดูกาลที่ตาลออกดอก จึงทำให้มีรายได้ไม่แน่นอน แต่ยังมีเบี้ยผู้สูงอายุเดือนละ 700 บาท ไว้กินใช้ประทังสองชีวิตพี่น้องด้านนายประทวน กล่าวว่า กรณีของนายเฉลียว มีความเดือดร้อนเรื่องที่อยู่อาศัย ไม่มีเงินใช้จ่าย ห้องน้ำไม่มี การช่วยเหลือเบื้องต้นได้มาก่อสร้างห้องน้ำให้แล้ว ขณะนี้กำลังขอรับบริจาคเงินและสิ่งของเพื่อก่อสร้างบ้านให้ทั้งสองคนอยู่อาศัยได้ดีกว่าเดิม ผู้ใจบุญประสงค์จะช่วยเหลือสามารถติดต่อได้ที่ นายประทวน นายกเทศบาลตำบลห้วยกรดพัฒนา โทร. 085-877-7989

ที่มา>>>ข่าวสด

บุกช่วยสุนัขหลังพบถูกเลี้ยงแออัด 32 ตัว ลุงยันเก็บมาเลี้ยง ไม่เคยเอาไปกินอย่างที่ชาวบ้านนินทา

เมื่อกลางดึกวันที่ 9 ต.ค. 59 พ.ต.ท.ปัญญา เหล็กดี สารวัตรสอบสวน สภ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี ได้รับแจ้งว่ามีผู้เลี้ยงสุนัขอย่างแออัดร้องเสียงโหยหวนเป็นที่น่าเวทนาจำนวน 32 ตัวอยู่ภายในบ้านเลขที่ 19/5 หมู่ 12 ต.ระแหง อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี จึงไปตรวจสอบพร้อม ร.ท.มนตรี ภมรพล นยน.ปตอ.พัน1 รอ. ทหารชุดรักษาความสงบในพื้นที่อ.ลาดหลุมแก้ว และอาสาสมัครศูนย์เหยี่ยวเวหาปทุมธานี

เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึงบ้านหลังดังกล่าว พบเป็นบ้านชั้นเดียวบนพื้นที่ 60 ตารางวา ตัวบ้านขนาด 4 x 6 เมตร สภาพภายในบ้านมีกลิ่นเหม็นจากฉี่และมูลสุนัข มีรั่วกั้น ไม่มีไฟฟ้าและน้ำประปา ข้างบ้านมีกองขยะกองใหญ่ สภาพรอบบ้านมีกลิ่นเหม็นรุนแรงและมีเสียงสุนัขเห่าหอนตลอดเวลา เจ้าของบ้านชื่อนายเจริญชัย พวงศรี อายุ 65 ปี ไม่ยินยอมให้ตรวจค้นเจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลาในการเจรจากว่า 3 ชั่วโมง โดยอาศัยอำนาจตาม ม.44 ของ คสช.นำโดยทหารชุดรักษาความสงบในพื้นที่ อ.ลาดหลุมแก้ว ได้เข้าตรวจค้นภายในบ้านหลังดังกล่าว พบภายในบ้านสุนัขเพศเมียจำนวน 22 ตัว และลูกสุนัขเพศผู้จำนวน 4 ตัว และลูกสุนัขเพศเมียจำนวน 3 ตัว รวมมีสุนัข 32 ตัว มีบางตัวบาดเจ็บและป่วย เจ้าหน้าที่จึงช่วยกันจับสุนัขใส่กรงเพื่อขนย้ายไปที่วัดบ่อทองก่อนที่จะนำสุนัขไปรักษาต่อ

 จากการสอบถามนางกวินทิพย์ ชมธวัช อายุ 49 ปี กล่าวว่า ตนเองพึ่งจะย้ายมาอยู่ จ.ปทุมธานี และพบลุงเจริญชัย ได้เลี้ยงสุนัขจรจัดไว้หลายตัวภายในบ้าน ตนเห็นว่ามีดีกับสุนัขเพราะแออัดเกินไป จึงอยากช่วยเหลือและได้ระดมทุนจากเพื่อนๆ เพื่อที่จะสร้างรั้วรอบบ้านให้ลุง โดยสามารถรวมเงินมาได้จำนวน 40,000 บาท จากนั้นก็นำเงินมาสร้างรั้วให้แล้วเสร็จ แต่ลุงกลับไม่ปล่อยสุนัขออกมาจากบ้านตามที่ตกลงกันไว้ โดยอ้างว่ากลัวถูกคนวางยาสุนัข ต่อมาถูกชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียงต่อว่า ว่าลุงคนนี้เลี้ยงสุนัขเพื่อที่จะค้าเนื้อสุนัข เมื่อทราบดังนั้น จึงได้ประสานของความช่วยเหลือจากเครือข่ายวอทช์ด็อก ไทยแลนด์ เพื่อที่จะเข้าแจ้งความและนำมาซึ่งการช่วยเหลือสุนัขออกมาจากบ้านหลังดังกล่าว

201610100311464-20050222192603ด้านนายพีระบุญ เจริญวัย เครือข่ายวอทช์ด็อก ไทยแลนด์ กล่าวว่า เมื่อช่วยสุนัขออกมาแล้วเราจะฉีดวัคซีนให้กับสุนัขทุกตัว ในส่วนตัวที่บาดเจ็บจะพาไปรักษา และจะหาบ้านให้สุนัขอยู่ในลำดับต่อไป ซึ่งเมื่อนำสุนัขออกมาแล้วได้สำรวจดูภายในบ้านเบื้องต้นยังไม่พบว่ามีสิ่งที่ส่อไปในทางทุจริต

ส่วนนายเจริญชัย พวงศรี กล่าวว่า สุนัขที่ตนเองเลี้ยงนั้นตนเองนำมาจากข้างถนนเป็นสุนัขจรจัดทั้งนั้น ส่วนที่ต้องเอามาเลี้ยงไว้ภายในบ้านเพราะว่าเกรงว่าจะมีคนที่ไม่ชอบสุนัขหรือรำคาญจะมาวางยาให้สุนัขตาย ซึ่งตนเองได้เลี้ยงภายในบ้านแบบนี้มากว่า 10 ปี ไม่เคยมีปัญหาอะไร เพียงแต่ที่ผ่านมาจะมีบางคนได้นินทาว่าร้ายตนว่ากินเนื้อสุนัขหรือแม้แต่นำเนื้อสุนัขไปขาย ซึ่งถ้าหากเป็นจริง ตำรวจ สภ.ลาดหลุมแก้ว ก็ต้องมาจับตนเองเพื่อดำเนินคดีที่ทารุณสัตว์นานแล้ว ทั้งนี้ตนเองยินดีที่จะให้สุนัขไปเลี้ยงต่อ แต่ที่ไม่ยอมในตอนแรกนั้นเพราะว่าตนเองไม่ไว้ใจว่าจะเอาสุนัขของตนไปทำร้ายหรือเปล่า

ที่มา>>>ข่าวสด

ชาวบ้านร้องพรุเฉวงน้ำเน่าส่งกลิ่นเหม็น จี้หน่วยงานเกี่ยวข้องแก้ไข

 เมื่อวันที่ 2 ส.ค. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากประชาชนว่าที่พรุเฉวง อยู่ในพื้นที่ ม.2 ต.บ่อผุด อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี มีเนื้อที่ทั้งหมด 443 ไร่ พบว่าน้ำในพรุมีสีเขียวเข้มทั่วทั้งหมด และส่งกลิ่นเหม็นฟุ้งกระจาย ปลาในน้ำต้องลอยคอขึ้นมาหายใจ ขณะที่เครื่องตีน้ำที่มีอยู่ 2 เครื่อง ไม่เพียงพอต่อการเพิ่มออกซิเจนในน้ำ และยังพบเศษขยะ ขวดแก้ว เศษขวดที่แตก ก้นบุหรี่ เป็นจำนวนมากจึงเดินทางไปตรวจสอบ สอบถามพ่อค้าขายก๋วยเตี๋ยว ทราบว่า นำในพรุเฉวงเริ่มมีสีเขียวและมีกลิ่มมาได้ประมาณ 1 สัปดาห์แล้ว เครื่องตีน้ำที่มีอยู่ 2 เครื่องก็ไม่ช่วยอะไรไม่ได้ และน้ำยังไม่ระบายด้วยจึงทำให้เน่าเสีย สำหรับพรุเฉวงเป็นอ่างเก็บน้ำสำรองในช่วงฤดูแล้งไว้สำหรับผลิตน้ำประปา และยังเป็นที่พักผ่อน ออกกำลังกาย ลานกีฬาเต้นแอโรบิค และใช้เป็นสถานที่จัดกิจกรรมต่างๆ

ที่มา>>>ข่าวสด

รันทด เด็กหญิง 2 พี่น้องยอดกตัญญู ดูแลยาย จูงมือขอข้าวชาวบ้านประทังชีวิต

เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดพิจิตรว่า ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้าน ตำบลหนองพระ อำเภอวังทรายพูน จังหวัดพิจิตรว่า มีเด็กหญิง 2 พี่น้องฐานะ ยากจนซึ่ง อยู่โรงเรียน ชุมชุนวัดหนองละฆ้อน ตำบลหนองพระ อำเภอวังทรายพูน จังหวัดพิจิตร ทั้งคู่ อยู่ชั้นอนุบาล แต่เป็น เด็กยอดกตัญญู ช่วยยายที่ชราทำงานล้างจานและ บางวันยายป่วย ไม่มีเงินซื้อข้าว 2 พี่น้องเด็กหญิงจูงมือกันไปขอข้าวชาวบ้านมาให้ยาย และตนเองกินประทังชีวิตหลังจากที่ได้รับแจ้ง จึงได้เดินทางไปยังบ้านดังกล่าวซึ่ง อยู่บ้านเลขที่ 83 หมูที่ 7 ตำบลหนองพระ อำเภอวังทรายพูน  จังหวัดพิจิตร ซึ่ง เป็นบ้านของ ด.ญ.กรรณิการ์   หรือ น้องเนย  จันทร์ดี  อายุ 4 ปี และ ดญ. จารุวรรณ หรือนิว จันทร์ดี อายุ 3 ปี อาศัยอยู่กับนาง นางโสม อยู่จาร์ต อายุ 67 ปี เนื่องจากแม่ของเด็กหญิงทั้ง 2  นำ เด็กมาทิ้งให้เลี้ยง และไม่เคยส่งเงินมา ดูแล ซึ่งยายที่ชรา ซึ่งมีอาชีพรับจ้าง ก็ไปทำงานไม่ได้เนื่องจากไม่มีใคร ดูแลเด็กๆ

โดยสภาพบ้านดังกล่าว เป็นกระต๊อบ ผุพัง มุงด้วยสังกระสี เป็นรูรั่วทั้งหลัง พื้นบ้านใช้ฟากไม้ไผ่ ตี เป็นแผ่น ส่วน ข้างฝาผุพัง ไม่มีประตูบ้าน ห้องน้ำก็ไม่มี ไฟฟ้า ก็ไม่มี ต้องใช้ตะเกียงจุด เพื่อให้แสงสว่าง น้ำประปา ก็ไม่มี กิน  ซึ่งบ้านหลังเล็กไม่มีประตูบ้าน เวลาฝนตก ไม่คุ้มฝน ยิ่งกลางคืน นอนกันไม่ได้ทั้งคืน  เพราะบ้าน มีแต่รูรั่ว น่าเวทนาอย่างยิ่งนอกจากนี้ ในบ้านของ ดญ .ทั้ง 2 ไม่มีเครื่องสาธาณูปโภคใดๆ ทั้งสิ้น เวลากลางคืนจุดตะเกียง เวลาหุงข้าวต้องก่อไฟถ่านหุงข้าว บางวัน แทบไม่ได้กินข้าว เนื่องจากฐานะยากจนไม่มีเงินซื้อข้าวสารกิน บางวันกินข้าวกับน้ำปลา และเกลือ หากยายไปรับจ้างทำงานไม่ไหว หรือล้มป่วย 2 เด็กหญิงจะจูงมือกันไปขอข้าวเพื่อนบ้าน มาให้ยายและ ตัวเองกิน เพื่อประทังชีวิต  ซึ่งชาวบ้านแถวนั้น  เห็นในความยากลำบากเวทนาก็ให้อาหารมากินบ้าง

โดยนางโสม อยู่จาร์ต ผู้เป็นยาย กล่าวว่า พ่อแม่ของ เด็กหญิงทั้ง 2 แยกทางกัน ลูกสาว ได้นำ หลานทั้ง 2 มาทิ้งให้ตนเลี้ยง ไม่เคยส่งเสีย เงินทองทุกวันนี้ตนเองไปรับจ้างทำงานไม่ค่อยได้เนื่องจาก เป็นหวงหลานไม่มีใครดูแล หากไปทำงานก็จะต้องเอาหลานไปด้วย ซึ่งบางครั้งเด็กก็ไม่ได้ไปโรงเรียน เนื่องจาก ไม่มีเงินให้ไปกินขนม บางวัน หากไปรับจ้างไม่ไหว ต้องกินข้าวกับน้ำปลา หรือ เกลือ บางครั้งตนเองล้มป่วยเพราะอายุมากแล้ว หลานทั้ง 2 จะจูงมือพากินไปขออาหาร เพื่อนบ้าน มาให้ตนเองตัวหลานกินซึ่งทุกวันนี้ ยอมรับว่า สงสารหลานทั้ง 2 มาก ทุกวันนี้ครอบครัวตนเองมีรายได้เพียงแค่เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเดือนละ 600 บาท จึงไม่พอที่จะใช้ โชคดีที่มีเพื่อนบ้านบางส่วนแบ่งปันอาหารให้เพื่อประทังชีวิตซึ่งตนเองยอมรับในความกตัญญูของหลานมาก ถึงแม้ตัวจะเล็กอายุน้อย แต่ก็ยังมีความกตัญญูต่อยายกลับมาจากโรงเรียนช่วยล้างจานเอี่ยมบ้างไม่เอี่ยมบ้าง เพราะเด็กตัวแค่นี้ สิ่งที่อยากได้คือ เรื่องบ้านเพราะไม่มีที่อยู่ อาศัยที่ว่างเปล่าซึ่งวัดธรรมกายมาซื้อทิ้งไว้แต่ไม่ได้ทำอะไรอาศัยอยู่ เวลาฝนตก ตนเองและหลานอีก 2 คนหลับฝนไม่ได้นอนทั้งคืนที่หลับที่นอนเปียกหมด อีกทั้งไฟฟ้าไม่มี ใช้ตะเกียงจุดเพื่อให้สว่าง ห้องน้ำก็ไม่มี

ด้านนายวิทยา เอี้ยงหมี ผอ. โรงเรียนชุมชนวัดหนองละค้อน กล่าวว่า น้องเป็นเด็กน่ารัก แต่ ฐานะครอบครัว น้องทั้ง 2 ยากจนมากน่าสงสาร  ซึ่งตนได้ติดตาม และให้ความช่วยเหลือ โดยมีรถรับส่งทางโรงเรียนไปรับไปส่งทุกวัน  ส่วนอาหารกลางวัน ทางโรงเรียนเรามี ให้อยู่แล้ว.น้องเรียนอยู่ชั้นอนุบาล อยากให้ผู้ที่ใจบุญช่วยสงเคราะห์น้องน้อง อีกทางหนึ่ง

ทางด้านนางสนอง ช้างคุ้ม อายุ 78 ปี กล่าวว่า  เด็กทั้ง2 น่าสงสารมาก บางวันไม่มีข้าวกิน  เนื่องจาก มีฐานะยากจนมาก  อีกทั้งยาย ก็ชราแล้ว ซึ่งเด็ก 2 พี่น้องหากยายไม่มีข้าวให้กินจะจูงมือกัน เดินมาขอข้าว หรือขนมกิน  ซึ่งชาวบ้านก็ ให้กันเพราะความสงสาร

หากมีผู้จิตศรัธาจะร่วมบริจาก ช่วยเหลือน้องเนยและน้องนิวบริจากได้ กองทุนเพื่อการศึกษา ของ ดญ.กรรณิการ์  จันทร์ดี กรุงไทย สาขาสาเหล็ก หมายเลขบัญชี  6360288214

ที่มา>>>ข่าวสด

ดอนตะเคียน ขาดน้ำเกือบทั้งหมู่บ้าน อบต.ผันให้ใช้ วอนประหยัด

(ภาพจาก จนท.อบต.บางสะพาน)

ดอนตะเคียน จ.ประจวบฯ ขาดน้ำเกือบทั้งหมู่บ้าน อบต.เร่งช่วยผันน้ำหมู่บ้านข้างเคียงให้ใช้ วอนประหยัด ใช้น้ำบริโภคอุปโภคเท่านั้น ขณะที่ชาวบ้านเชื่อ หากฝนไม่ตกภายใน 1 เดือน ก็จะไม่มีน้ำใช้แน่นอน …

วันที่ 20 เมษายน 2559 นายสุโย ปลอดภัย นายกองค์การบริหารส่วนตำบล อบต.บางสะพาน อำเภอบางสะพานน้อย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้พื้นที่ อบต.บางสะพา‪น กำลังประสบปัญหาภัยแล้ง ทำให้แหล่งน้ำผลิตน้ำประปาหลายจุดไม่เพียงพอ ‪โดยเฉพาะหมู่ 6 บ้านดอนตะเคียน ประสบปัญหาขาดน้ำประปาใช้ภายในครัวเรือนเกือบทั้งหมู่บ้านเบื้องต้น นำเจ้าหน้าที่พร้อมทีมงาน เร่งในการช่วยเหลือโดยการผันน้ำจากแหล่งน้ำที่ใช้ผลิตประปาหมู่บ้านใกล้เคียง ซึ่งมีอยู่จำนวนจำกัดมาช่วยเหลือหมู่ที่ 6 องค์การบริหารส่วนตำบลบางสะพาน ขอความร่วมมือประชาชนทุกหมู่บ้านใช้น้ำอย่างประหยัด ‪‎เน้นเพื่อการอุปโภคบริโภคในครัวเรือนเท่านั้น เพื่อให้มีน้ำประปาใช้อย่างเพียงพอและทั่วถึงนายพะเนิน สินทรัพย์ ชาวบ้านหมู่ 8 บ้านทุ่งจันทร์ ตำบลบางสะพาน กล่าวว่า ในขณะนี้แหล่งน้ำที่ผลิตประปาหมู่บ้านเริ่มแห้งลง คาดว่าหากฝนไม่ตกลงมาอีกประมาณ 1 เดือน ชาวบ้านที่ใช้น้ำประปาหมู่บ้านน่าจะขาดน้ำใช้ในครัวเรือนอย่างแน่นอน ส่วนน้ำใช้ในขณะนี้ หากไม่เพียงพอจะร้องขอไปที่ อบต.บางสะพาน จะมีเจ้าหน้าที่นำรถบรรทุกน้ำของ อบต.มาแจกจ่ายให้.

ที่มา>>>Thairath