แชร์กระหึ่ม! เจ้าหน้าที่ “วินนี่” ตำรวจสายหวานหัวใจบริการดีเยี่ยม (คลิป)

เป็นคลิปที่ได้รับการแชร์จากเพจ youlike โดยระบุว่า “ตำรวจดีและสวย #แชร์ก่อนชม เจอได้ที่นี่ค่ะ ไม่ว่าจะคดีอะไรเจอใบสั่งเท่าไหร่ คุณจะผ่อนคลาย เพราะ วินนี่ คนสวย รักนาง ชอบนาง โหวตนางค่ะ #ขออนุญาตินะค่ะ วินนี่” ซึ่งเจ้าหน้าที่นายนี้ กำลังทำหน้าที่ให้บริการประชาชนรับแจ้งความด้วยใจบริการ ได้รับเสียงชื่นชมจำนวนมาก

ที่มา>>>ข่าวสด

จับแล้วเพื่อนร่วมงานแม่ ข่มขืนเด็กหญิงวัย 9 ขวบ คุมตัวทำแผน-ชาวบ้านรุมสาปแช่ง

จากกรณีที่เจ้าหน้าที่ทหารนำตัวเด็กหญิงเชอร์รี่ (นามสมมุติ) วัย 9 ขวบ พร้อมด้วยมารดาและญาติเข้าแจ้งศูนย์ดำรงธรรม หลังเด็กหญิงเชอร์รี่ ถูกนายเล็ก อายุ 30 ปี เพื่อนร่วมงานของมารดากระทำชำเราหลายครั้ง ตั้งแต่ช่วงปิดเทอมเมื่อเดือนเม.ย. ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน รวมระยะเวลานานนับ 3 เดือน โดยก่อนที่มาแจ้งศูนย์ดำรงธรรมได้ไปแจ้งความไว้ที่ สภ.ไชโย ก่อนแล้ว รายละเอียดตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น ความคืบหน้าเมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 14 มิ.ย. เจ้าหน้าที่ทหารตำรวจประกอบด้วย พ.ต.อ.นที สิริวรวัชร์ ผกก.สภ.ไชโย ร.อ.อาทิตย์ บุสทิพย์ ผบ.ชุดประสานงานพื้นที่ที่ 2 จังหวัดอ่างทอง (ร.31 พัน 3 รอ.) จ.ส.อ.ประชากร กล้าหาญ ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมตัวนายฮูสซัน หรือเล็ก รุ่งโรจน์ อายุ 37 ปี ผู้ต้องหาข่มขืนกระทำชำเราเด็กหญิงเชอร์รี่วัย 9 ขวบ หลังหนีไปอยู่ที่จังหวัดเพชรบูรณ์ จากการสอบถาม พ.ต.อ.นที กล่าวว่า เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 9 มิ.ย. ที่ผ่านมา นางนวล (นามสมมติ) พาเด็กหญิงเชอร์รี่ บุตรสาว เข้าแจ้งความร้องทุกข์ว่าได้ถูกนายเล็ก ข่มขืนกระทำชำเราหลายครั้ง ซึ่งตัวนางนวล (นามสมมุติ) ผู้เป็นแม่ไม่เคยทราบมาก่อน ซึ่งหลังจากรับแจ้ง ตนจึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.ไชโย ลงพื้นที่สืบสวน จนทราบว่าคนร้ายคือนายเล็ก ซึ่งปกติพักอยู่ที่บ้านในพื้นที่หมู่ที่ 1 ต.ชะไว อ.ไชโย จ.อ่างทอง เป็นเพื่อนร่วมงานของนางนวล ซึ่งตอนนี้หนีไปหลบอยู่ที่บ้านญาติในจังหวัดเพชรบูรณ์ หลังทราบดังกล่าวจึงขออนุมัติหมายจับ นายเล็กไว้ตามหมายจับของศาลจังหวัดอ่างทองที่ จ.180/2559 ลงวันที่ 14 มิ.ย.2559 จากนั้นได้โทรศัพท์ติดต่อหลอกล่อให้นายเล็กกลับมาพบที่จังหวัดอ่างทอง ก่อนจะทำจับกุมตัว ซึ่งในชั้นจับกุมผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีในข้อหา กระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปี ซึ่งมิใช่ภริยาหรือสามีของตน โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตามฯ และพาบุคคลอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากบิดามารดา หรือผู้ปกครองหรือผู้ดูแลไปเพื่อการอนาจาร นายเล็ก กล่าวว่า ตนยอมรับว่ากระทำการข่มขืนเด็กหญิงเชอร์รี่จริง โดยใช้จังหวะที่นางนวล แม่ของเด็ก ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมงานของตน ออกไปทำงาน ตนแอบหลอกล่อเด็กหญิงเชอร์รี่ มาข่มขืนกระทำชำเราดังกล่าว

ในเวลาต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ทหาร นำตัวนายเล็กไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพยังที่เกิดเหตุ ซึ่งในการออกไปทำแผนครั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้แจ้งให้ใครทราบ ตอนแรกการทำแผนประกอบคำรับสารภาพยังดำเนินไปได้ด้วยดี แต่ไม่นานเมื่อชาวบ้านรู้ว่า ตำรวจพาผู้ต้องหามาทำแผน ชาวบ้านต่างบอกต่อกันและพากันมาดูเป็นจำนวนมาก โดยบางคนต่างวิพากวิจารณ์ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น บางคนก็ตะโกนด่าทอด้วยถ้อยคำที่ไม่สุภาพ เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเห็น ดังนั้นจึงรีบทำแผนให้เสร็จก่อนรีบนำตัวผู้ต้องหากลับมายัง สภ.ไชโย ทันที

ที่มา>>>ข่าวสด

ช่วยเอาไปเลี้ยงที!! หมาวัดยกพวกกัดลูกหมูตาย 26 ตัว ไม่รวมเป็ดไก่โดนขย้ำ

ภาพจาก นายขวัญชัย จอมสวรรค์ นอภ.เวียงเชียงรุ้ง

ไปกัดสัตว์เลี้ยงชาวบ้านบ่อยมาก ต้องประกาศหาผู้ใจบุญ ช่วยรับหมาวัดร่องหวาย ในอ.เชียงรุ้ง จ.เชียงราย ไปเลี้ยง หลังล่าสุดยกพวกไปกัดลูกหมูในคอกตายไป 26 ตัว เกือบหมดเล้า จนเจ้าของโอดครวญไม่รู้ทำยังไง ครั้งที่แล้วเป็ดไก่ ก็โดนขย้ำตายไปกว่า 100 ตัว…เมื่อวันที่ 17 เม.ย.59 นายอนันต์ สมุทรารินทร์ นายอำเภอเวียงเชียงรุ้ง จ.เชียงราย เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งจากนายขวัญชัย จอมสวรรค์ อายุ 44 ปี บ้านเลขที่ 441 บ้านร่องหวาย ม.11 ต.ดงมหาวัน ว่า เมื่อกลางดึกวันที่ 16 เม.ย. ได้มีสุนัขไม่ทราบเจ้าของ เข้าไปกัดลูกหมูอายุ 2 เดือนที่ซื้อมาเลี้ยงไว้ในคอกตายไป 26 ตัว จากทั้งหมด 31 ตัว เสียหายกว่า 100,000 บาท โดยนายขวัญชัย สงสัยว่าจะเป็นสุนัขของวัดร่องหวาย ที่อยู่ห่างกันไม่มาก เจ้าหน้าที่จึงร่วมกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และตำรวจ สภ.เวียงเชียงรุ้ง ไปตรวจสอบที่วัดร่องหาย ได้พบสุนัข 4 ตัว มีรอยคราบเลือดเปรอะเปื้อนที่ปากและตามลำตัว มีคราบและกลิ่นขี้หมูติดตัวทั้งนี้ เมื่อผู้เสียหาย ทราบว่าเป็นสุนัขจรจัดของชาวบ้านที่มาทิ้งไว้ในวัด เข้ามากัดหมูของตนเองตายเกือบยกเล้า จึงไม่ติดใจเอาความ แต่โอดครวญว่าก่อนหน้านี้ ได้มีสุนัขจรจัดเข้ามากัดเป็ดและไก่ที่เลี้ยงไว้ตายมาหลายครั้ง รวมกว่า 100 ตัว และจากปัญหาที่เกิดขึ้นจะมีการประชุมกรรมการวัดร่องหวาย เพื่อหาทางป้องกันไม่ให้สุนัขไปกัดสัตว์เลี้ยงชาวบ้าน โดยเฉพาะจะต้องเร่งฉีดโรคพิษสุนัขบ้า หรือประกาศหาผู้มีใจบุญช่วยรับสุนัขไปเลี้ยง แบ่งเบาภาระทางวัดและเพื่อไม่ให้สร้างความเดือดร้อนแก่ชาวบ้านต่อไป.

ที่มา>>>Thairath

หนุ่มสงขลาขับกระบะเสียหลักพลิกคว่ำพังยับตาย 2 ศพ เจ็บสาหัส 11 ราย

ภาพจาก จนท.หน่วยกู้ภัยฯ

หนุ่มสงขลาขับกระบะไปเยี่ยมญาติที่พัทลุง พยายามเร่งเครื่องจะแซงรถคันหน้าให้พ้น เกิดเสียหลักพุ่งชนต้นไม้ริมถนนสายควนขนุน-บ้านระหว่างควน คนนั่งท้ายกระบะกระเด็นตกรถ บาดเจ็บสาหัส 11 คน เสียชีวิต 2 …

เมื่อเวลาประมาณ 16.30 น. พ.ต.ต.ไพฑูรย์ ทองพูน สว.(สอบสวน) สภ.ควนขนุน ได้รับแจ้งว่า มีเหตุรถพลิกคว่ำ บนถนนสายควนขนุน-บ้านระหว่างควน ท้องที่หมู่ 5 ต.มะกอกเหนือ อ.ควนขนุน จ.พัทลุง จึงไปที่เกิดเหตุ พร้อมเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิพัทลุงการกุศล และเจ้าหน้าที่พยาบาลจากโรงพยาบาลควนขนุน ในที่เกิดเหตุ พบรถกระบะ ยี่ห้ออีซูซุ สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน ณง 5012 กทม. เสียหลักพลิกคว่ำลงข้างทางเสียหายยับเยิน มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 1 ราย ทราบชื่อ นางอารี บุญเกษม อายุ 56 ปี ชาวบ้าน ม.2 ต.บ้านใหม่ อ.ระโนด จ.สงขลา ส่วนผู้บาดเจ็บ เจ้าหน้าที่รีบนำส่ง โรงพยาบาลควนขนุน และส่งต่อไปยังโรงพยาบาลพัทลุง จากนั้นหนึ่งในผู้บาดเจ็บสาหัส คือ นางลำไย จันดำ อายุ 48 ปี ชาวอำเภอระโนด จ.สงขลา เสียชีวิตในเวลาต่อมาจากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบว่า รถคนดังกล่าวมีนายประเทือง กิจทองมาก อายุ 35 ปี ชาวจังหวัด สงขลา เป็นผู้ขับขี่ เดินทางมาจาก อ.ระโนด จ.สงขลา เพื่อไปเยี่ยมญาติ ในพื้นที่ อ.ควนขนุน จ.พัทลุง ก่อนจะถึงบ้านญาติ ประมาณ 10 กิโลเมตร นายประเทือง ได้เร่งเครื่องยนต์ เพื่อจะแซงรถคันหน้า รถเกิดเสียหลักพลิกลงข้างทางไปชนต้นไม้ดังสนั่น จนทำให้มีผู้เสียชีวิต และบาดเจ็บดังกล่าว

สำหรับผู้บาดเจ็บในครั้งนี้ รวม 11 คนประกอบด้วย 1.น.ส.ศศิธร กิจทองมาก อายุ 15 ปี 2. นางลัดดาวัลย์ น้ำมิตร อายุ 36 ปี 3. นางพิมพร กิจทองมาก อายุ 34 ปี 4. นายประเทือง กิจทองมาก อายุ 35 ปี 5.นายมณี จันดำ อายุ 49 ปี 6. นางชาลี สังข์ทอง อายุ 49 ปี 7.นายณรงค์พร บุญเกษม อายุ 16 ปี 8. นางอารี บุญเกษม อายุ 56 ปี และเยาวชนชาย 2 คน หญิง 1 คน คาดว่าอายุไม่เกิน 12 ปี.

ที่มา>>>Thairath

สามีพาภรรยาแจ้งความ ถูกเจ้าอาวาสวัดดังข่มขืน-ชาวบ้านไม่พอใจหาว่าใส่ร้าย

สามีภรรยา

สาวลูก 2 เข้าแจ้งความตำรวจ อ้างถูกเจ้าอาวาสวัดดังบังคับข่มขืน ขณะที่นายอำเภอ-ผู้กำกับ เข้าไกล่เกลี่ย หลังชาวบ้านปกป้องเจ้าอาวาส ระบุถูกใส่ร้ายเพราะขัดผลประโยชน์

(11 มี.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าหลังจาก น.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 27 ปี และนายดำ (นามสมมติ) อายุ 42 ปี สามี-ภรรยา ชาว จ.นครราชสีมา แจ้งความกับตำรวจ สภ.ประทาย วานนี้ (10 มี.ค.)

โดย น.ส.เอ ระบุว่า ถูกเจ้าอาวาสวัดชื่อดังแห่งหนึ่งข่มขืนกระทำชำเรามาแล้วถึง 5 ครั้ง ตั้งแต่ปี 2557 ถึงปลายปี 2558 และหลังเกิดเหตุไม่กล้าเล่าเรื่องให้สามีทราบตั้งแต่แรก เพราะกลัวว่าจะถูกเจ้าอาวาสไล่ออกจากงาน ฐานะทางบ้านก็ยากจน ซ้ำยังต้องมีภาระเลี้ยงดูลูกอีก 2 คนที่ยังเล็ก ถ้าถูกไล่ออกจะไม่มีข้าวกิน สุดท้ายเจ้าอาวาสพยายามหาทางข่มขืนอีก จนทนไม่ไหวขอลาออกจากงาน สามีเกิดสงสัยและคาดคั้น ตนจึงยอมเล่าเรื่องให้ฟังแล้วพากันมาแจ้งดำเนินคดีกับเจ้าอาวาสดังกล่าว

ด้าน พ.ต.อ.กิตติภพ จงอุตส่าห์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรประทาย เปิดเผยว่า เจ้าอาวาสให้การว่าหญิงคนดังกล่าวมีสามีเป็นลูกศิษย์วัดของเจ้าอาวาสรูปก่อน ต่อมาเมื่อเจ้าเจ้าอาวาสรูปก่อนมรณภาพลง เจ้าอาวาสรูปปัจจุบันได้มีเมตตาให้หญิงคนนี้เข้ามาทำงานฝ่ายพัสดุโรงเรียน โดยให้เงินเดือนๆ ละ 6,000 บาท แต่ไม่นานมานี้ทางกรรมการวัดได้ทำการตรวจเงินเบิกจ่ายค่าพัสดุ พบว่ามีการแจ้งหลักฐานเบิกจ่ายเงินเท็จหลายรายการ เจ้าอาวาสจึงเรียกมาสอบถาม แต่หญิงคนดังกล่าวได้ขว้างสมุดบัญชีพัสดุใส่ต่อหน้า โดยไม่ยอมชี้แจงข้อมูลใดๆ ต่อเจ้าอาวาส หลังจากนั้นก็กลับไปบ้านด้วยความไม่พอใจ ก่อนที่เมื่อคืนที่ผ่านมา หญิงคนดังกล่าวก็ได้พาสามีเข้ามาแจ้งความ

ทั้งนี้ ขณะที่ทางนายอำเภอประทายได้มารับเรื่องนี้ด้วยตนเอง เพื่อไกล่เกลี่ยไม่ให้เป็นเรื่องใหญ่โต เนื่องจากท่านเจ้าอาวาสรูปนี้ เป็นพระผู้ใหญ่ที่มีวัตปฏิบัติดีมาโดยตลอด ซึ่งประชาชนชาวอำเภอประทายให้ความเคารพศรัทธาเป็นอย่างมาก เมื่อมีข่าวออกไปในทำนองที่ทำให้ท่านเสื่อมเสีย จึงทำให้เกิดกระแสความไม่พอใจของชาวบ้านอย่างกว้างขวาง ซึ่งตนไม่อยากให้กลายเป็นเรื่องใหญ่โต จนต้องมีการฟ้องร้องกลับกันอีก จึงขอให้เรื่องยุติไว้เพียงเท่านี้

ที่มา>>>sanook new