ตะลึง!กองขยะมหึมา10ตัน ทิ้งริมถนนในอุทยานหาดนพรัตน์-เกาะพีพี อยู่ใกล้โรงเรียน-ชุมชน

 วันที่ 5 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรับการร้องเรียนจากชาวบ้านและนักท่องเที่ยวว่า มีการลักลอบทิ้งขยะจำนวนมากที่ริมถนนป่าชายเลน ใกล้กับศูนย์ราชการ ตรงข้ามโรงเก็บเครื่องจักร อบจ.กระบี่ ม.7 ต.ไสไทย อ.เมือง จ.กระบี่ จึงเดินทางไปตรวจสอบ เมื่อไปถึงก็ต้องตะลึงกับกองขยะจำนวนมากที่กองเรียงรายริมถนนภายในป่าชายเลน ซึ่งถนนทางไปท่าเรือของชาวประมง คาดว่ามีไม่ต่ำกว่า 10 ตัน มีทั้งเศษวัสดุก่อสร้าง ซากเฟอร์นิเจอร์ โถส้วม สายไฟฟ้า เศษกระจก ยางรถยนต์และขยะทั่วไปจำนวนมาก สร้างความสกปรกเป็นอย่างมาก ทั้งที่บริเวณดังกล่าวมีป้ายห้ามทิ้งขยะของอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธาราหมู่เกาะพีพี ติดตั้งใกล้บริเวณดังกล่าวแล้วก็ตาม

นอกจากนี้กองขยะก็ยังล้นเข้าไปยังป่าชายเลนริมถนน ซึ่งเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์น้ำ รวมทั้งฝูงลิงที่อาศัยบริเวณดังกล่าว ขณะเดียวกันได้มีการร้องเรียนผ่านสื่อโซเชียล เพื่อเรียกร้องให้หน่วยงานที่ เกี่ยวข้องตรวจสอบ และดำเนินการแก้ไขโดยเร็ว เพราะอยู่ห่างจากโรงเรียนอบจ.กระบี่ และศูนย์ราชการเพียงแค่ 300 เมตร

จากการสอบถามชาวบ้านในพื้นที่ใกล้เคียง ทราบว่า ก่อนนี้บริเวณดังกล่าวเคยมีชาวบ้านและผู้รับเหมานำเศษปูน เศษอิฐ รวมถึงเศษวัสดุก่อสร้างและขยะชนิดต่างๆมาเททิ้งบริเวณดังกล่าว และทางหัวหน้าอุทยานคนก่อน ได้ร่วมกับอบต.ไสไทย ขนย้ายทำความสะอาด และมีการปลูกป่าชายเลน ไปแล้วครั้งหนึ่ง พร้อมมีการปักป้ายห้ามทิ้งขยะ แต่หลังจากที่ท่านย้ายไป ก็ไม่มีใครเข้ามาดูแล ปล่อยให้มีการนำขยะมาทิ้งอีกซึ่งมีทั้งรถบรรทุกทั้งขนาดใหญ่ และขนาดเล็กลักลอบขนมาทิ้งทั้งช่วงกลางคืนและเช้ามืด ก็ไม่มีหน่วยงานใดเข้ามาดูแล

จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขโดยเร็ว เกรงว่าจะกระทบกับระบบนิเวศน์ป่าชายเลน และฝูงลิงหางยาว จำนวนมาก ที่หากินอยู่ในพื้นที่

ด้านนายศรายุทธ ตันเถียร หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี กล่าวว่า ในเบื้องต้นได้สั่งการให้ทางเจ้าหน้าที่ลงไปตรวจสอบแล้ว หากพบผู้กระทำผิดก็จะดำเนินคดีตามกฎหมายทันที

ที่มา>>>ข่าวสด

พรานหนุ่มนครพนมล่องเรือกลางโขงล่าปลาแค้ยักษ์ 20 กิโลขายตัวเดียวฟันเงิน 6 พัน

 เมื่อวันที่ 21 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ฝนที่ตกหนักในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา ชาวประมงพื้นบ้านใน ต.ดงขวาง อ.เมือง จ.นครพนม โดยเฉพาะบ.บัว ซึ่งมีพื้นที่ติดริมฝั่งแม่น้ำโขงและเป็นแหล่งที่มีพันธุ์ปลาน้อยใหญ่ชุกชุม ทำให้ชาวประมงนำเรือหาปลาในช่วงกลางดึกกันอย่างคึกคัก เนื่องจากปลาหลายชนิดจะตื่นน้ำและออกมาแหวกว่าย นายกิติศักดิ์ พุตโต อายุ 20 ปี หนึ่งในชาวประมงพื้นบ้านที่มีอาชีพจับปลา กล่าวว่า หลังนำเรือยาวติดเครื่องยนต์ลากอวนไปที่บริเวณน้ำลึกกลางแม่น้ำโขง ในช่วงตี 3 วันเดียวกัน พบว่ามีปลาขนาดใหญ่มาติดอวน จึงลากขึ้นเรือเป็นปลาแค้ น้ำหนักมากถึง 20 กิโลกรัม ความยาวร่วม 1 เมตร วัดรอบตัวได้ 70 เซนติเมตร หลังจับได้พบว่ามีพ่อค้าแม่ค้ามารับซื้อถึงที่ในราคากิโลกรัมละ 300 บาท รับเงินเข้ากระเป๋าเต็มๆ 6,000 บาท พรานหนุ่มล่าปลาวัย 20 ปี ยังกล่าวด้วยว่า ปลาชนิดนี้มักอาศัยอยู่ในแม่น้ำสาละวิน และแม่น้ำโขง เป็นปลาที่พบเห็นได้ยาก ตัวโตสุดจะมีขนาดยาว 2 เมตร เนื้อมีสีเหลืองรวมถึงหนังและไขมันมีรสชาติอร่อย นิยมนำไปประกอบอาหารเมนู ลาบปลาแค้ ลวกจิ้ม ผัดฉ่า และต้มยำ เป็นที่ต้องการของร้านอาหารและภัตตาคารชื่อดัง เนื่องจากเป็นปลาหนังที่หาได้ยากมากรองลงมาจากปลาบึก มีถิ่นอาศัยในน้ำลึกที่สงบนิ่งเท่านั้น ก่อนนี้เมื่อเดือนที่แล้วชาวประมงใน อ.บ้านแพง เคยจับได้ตัวใหญ่สุดน้ำหนัก 31 กิโลกรัม ขายตัวเดียวได้เงิน 9,000 บาท

ที่มา>>>ข่าวสด

โลมาถูกซัดเกยชายหาด เกาะลันตา มีแผลที่ครีบ อ่อนแรง คาดหลงฝูง

14681655221468165636lวันที่ 10 ก.ค.59 นาวาตรี พีรภัทร พัฒนโสภณ ผู้บังคับหน่วยรักษาความปลอดภัยทางทะเลกองทัพเรือ เกาะลันตาน้อย ทัพเรือภาคที่ 3 ได้รับแจ้งจากชาวประมงบ้านหลังสอด ต.เกาะลันตาน้อย อ.เกาะลันตา จ.กระบี่ ว่า พบปลาโลมาเกยตื้นบริเวณชายหาดหลังสอด ม.1 ต.เกาะลันตาน้อย จึงได้สั่งการจัดกำลังพลจำนวน 7 นาย ร่วมกับนายศักดิ์ดา ทวีเมือง ประมงอำเภอเกาะลันตา เข้าไปตรวจสอบที่เกิดเหตุอยู่บริเวณชายหาดพบปลาโลมาสีดำเพศเมียอายุประมาณ 10-15 ปี ขนาดความยาว 1.5 เมตรน้ำหนักประมาณ 70 กิโลกรัม ได้ถูกคลื่นซัดลอยขึ้นมาเกยตื้นและมีบาดแผลบริเวณครีบด้านซ้าย สภาพอ่อนแรง เบื้องต้นคาดว่าน่าจะเกิดจากคลื่นลมแรงประกอบกับน้ำขึ้นสูงช่วงเวลาตี 2 เมื่อคืนที่ผ่านมา แต่สภาพอ่อนเพลียไม่สามารถว่ายกลับลงสู่ทะเลได้ ต่อมาเจ้าหน้าที่หน่วยรักษาความปลอดภัยทางทะเลได้ช่วยกันนำปลาโลมาตัวดังกล่าวขึ้นรถกระบะแล้วนำไปปล่อยที่บริเวณชายหาดหน้าหน่วย นรภ.เกาะลันตา แต่เนื่องจากสภาพของปลาโลมานั้นมีอาการอ่อนเพลียจึงไม่สามารถที่จะว่ายน้ำได้

ด้านนายศักดิ์ดา ทวีเมือง ประมงอำเภอเกาะลันตา กล่าวว่า จากการตรวจสอบ พบว่าเป็นโลมาลายแถบ ซึ่งปัจจุบันพบน้อยคาดว่าหลงฝูงเข้ามาหากินในบริเวณทะเลเกาะลันตา แต่ถูกคลื่นซัดไปกระแทกโขดหินบาดเจ็บ ประกอบกับอ่อนเพลียจึงไม่สามารถหนีลงน้ำได้ เจ้าหน้าที่จึงได้มอบให้ทางประมงอำเภอเกาะลันตา นำไปอนุบาลไว้ที่กระชังหลังอำเภอเกาะลันตา เพื่อรอเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งจังหวัดภูเก็ต ซึ่งมีความชำนาญมารับไปอนุบาลรักษาและปล่อยสู่ธรรมชาติและเพื่อศึกษาต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

โลมาสีชมพู หนัก 300 โล เกยตื้นตายชายหาดท่าศาลา คาดโดนอวนลาก

(ภาพจาก จนท.หน่วยกู้ภัยท่าศาลา)

ชาวประมงเมืองคอน พบซากโลมาสีชมพู ยาว 2 เมตรเศษ หนัก 300 โล เกยตื้นตายชายหาดทะเลบ้านท่าสูง ต.ท่าศาลา มีแผลถลอก เผย ใหญ่สุดที่เคยพบในรอบ 2 ปี จนท.คาดอาจโดนอวนลาก รอศูนย์วิจัยผ่าพิสูจน์

เมื่อวันที่ 5 พ.ค. 59 ร.ต.อ.ณรงค์ชัย คงช่วย รอง สว.สส.สภ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งว่ามีชาวประมงพบซากโลมาสีชมพู เกยตื้นตายที่บริเวณชายหาดทะเลบ้านท่าสูง หมู่ที่ 4 ต.ท่าศาลา จึงพร้อมด้วยกำลังตำรวจและเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยท่าศาลา ไปตรวจสอบ พบเป็นโลมาสีชมพู ขนาดใหญ่ ยาวประมาณ 2 เมตรเศษ น้ำหนักประมาณ 300 กก. โดยชาวประมงช่วยกันนำทรายมากลบร่างไว้ก่อนแล้วซากโลมาสีชมพู ยาว2 เมตร หนัก300กิโลกรัม คาด ตายพราะถูกอวนลาก ที่ อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช

ตรวจสอบพบโลมาตัวดังกล่าวมีบาดเเผลถลอกช่วงตัวและปาก สันนิษฐานว่าน่าจะโดนอวนลากของชาวประมง ตายมาแล้วประมาณ 3 วัน โดยชาวบ้านระบุว่าเป็นซากโลมาที่ตัวขนาดใหญ่ที่สุดในรอบ 2 ปีที่ผ่านมา ก่อนที่จะรอให้เจ้าหน้าที่จากศูนย์วิจัยและพัฒนาประมง จ.สงขลา เดินทางมานำซากโลมาสีชมพู ไปผ่าตรวจหาสาเหตุการตายต่อไปในวันพรุ่งนี้.

ที่มา>>>Thairath