สลด! สาวทอมวัย 19 ผูกคอกับเหล็กดัด ดับคาบ้านพัก เเม่เห็นศพ ร้องไห้เเทบขาดใจ

สาวทอมวัย 19 ตัดสินใจดับชีวิตตัวเองด้วยการผูกคอกับเหล็กดัด เเม่ผู้ตายเผย ลูกทะเลาะกับเเฟนสาว คาดว่าอาจจะเครียดเเละน้อยใจ จึงก่อเหตุสุดสลดขึ้นในครั้งนี้ 

workpointเมื่อเวลา 15.00 น. ของวันที่ 14 พ.ย. 59 พ.ต.ท.พศวัต ศิริพรนพคุณ สารวัตรสอบสวน สภ.สัตหีบ รับแจ้งมีคนผูกคอตายเสียชีวิต ภายในบ้านหลังหนึ่ง ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี  จึงพร้อมด้วยหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างโรจนธรรมสถานสัตหีบ รุดไปตรวจสอบ

ในที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนชั้นเดียว ในห้องนอนพบศพ น.ส.ณา (นามสมมติ) อายุ 19 ปี ในชุดเสื้อยืดสีเขียวลายขาว กางกางข้าสั้นสีขาว สภาพใช้เชือกฟางผูกคอติดกับกรงเหล็กหน้าต่าง ไม่พบร่องรอยการต่อสู้หรือถูกฆาตกรรม เบื้องต้น หน่วยกู้ภัยได้นำศพส่งชันสูตรยังโรงพยาบาลสัตหีบกิโลเมตรที่ 10workpointสอบถาม นางศศิธร (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 45 ปี ป้าผู้ตาย เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุหลานได้อยู่ในห้องนอน ก่อนจะเห็นเดินออกมาหยิบเชือกฟาง และหายกลับเข้าห้องไปนานนับชั่วโมง จนขณะที่ตนเดินออกมาหน้าบ้าน ได้เห็นหลานยืนหันหลังให้หน้าต่างอยู่นานจนผิดสังเกต เมื่อมาดูก็พบหลานผูกคอเสียชีวิตแล้ว

ด้าน นางทัศนีย์ (นามสมมติ) อายุ 38 ปี มารดาผู้ตาย หลังทราบข่าวถึงกับร่ำไห้ปริ่มขาดใจ พร้อมเปิดเผยสาเหตุทั้งน้ำตาว่า ก่อนหน้านี้ลูกสาวได้มีปัญหากับแฟนสาว ทะเลาะกันบ่อยครั้ง จนมาล่าสุดถึงขั้นขอเลิกรากัน ทำให้ลูกสาวน้อยใจและมีอาการเครียด ก่อนตัดสินใจผูกคอลาโลก หนีปัญหารักครั้งนี้ workpoint

ที่มา>>>Workpoint Entertainment

ช็อกทั้งเกาะอังกฤษ ส.ส.หญิงถูกฆ่ากลางถนน คนร้ายคลั่งยิง-แทงไม่ยั้ง

เอเอฟพีรายงานว่า เมื่อ 16 มิ.ย. นางโจ ค็อกซ์ ส.ส.พรรคแรงงานของสหราชอาณาจักร อายุ 41 ปี ถูกยิงและถูกแทงกลางถนนช่วงกลางวันแสกๆ เสียชีวิตในพื้นที่เขตเลือกตั้งของตนเอง เป็นเหตุการณ์ช็อกผู้คนไปทั่วเกาะอังกฤษ  เหตุเกิดในช่วงการรณรงค์การลงประชามติว่าสหราชอาณาจักรควรจะอยู่หรือออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป หรืออียู ในวันที่ 26 มิ.ย. ส.ส.หญิงถูกทำร้ายอย่างเหี้ยมโหด โดยมีพยานได้ยินคนร้ายตะโกนว่า “อังกฤษต้องมาก่อน” ติดกันสองครั้ง ขณะก่อเหตุที่หมู่บ้านเบอร์สตอลล์ ใกล้กับเมืองเวกฟีลด์ ทางเหนือของอังกฤษ แพทย์ประกาศว่า ส.ส.หญิงเสียชีวิตในเวลา 13.48 น. ขณะที่ตำรวจจับกุมผู้ก่อเหตุเป็นชาย อายุ 52 ปีไว้ได้  ด้าน ดี คอลลินส์ ผู้กำกับการตำรวจเขตเวสต์ ยอร์กเชอร์ แถลงว่า “ดิฉันเสียใจอย่างยิ่งที่ต้องแจ้งว่า เธอเสียชีวิตแล้วเนื่องจากอาการบาดเจ็บ” พร้อมกล่าวว่า ทางตำรวจจะสืบสวนสอบสวนเกี่ยวกับชายผู้ลงมือ และยังไม่ได้ตามล่าใครอื่นที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ นายเจเรมี คอร์บีน หัวหน้าพรรคแรงงาน กล่าวว่า ทั้งประเทศช็อกกับเหตุฆาตกรรมที่สะเทือนขวัญนี้ เหยื่อเป็นคนที่เพื่อนร่วมงานต่างรักใคร่  มุ่งมั่นทำงานเพื่อสังคม อยู่ตรงใจกลางของประชาธิปไตย รับฟังและสะท้อนเสียงของประชาชนที่ตนเองเป็นผู้แทน

“คาดว่าคำถามว่าทำไมเธอต้องตาย คงจะได้คำตอบในเร็ววันนี้ แต่ตอนนี้ ขอให้เราให้กำลังใจต่อเบรนดัน สามีของโจ และลูกน้อยสองคนของพวกเขา เด็กต้องเติบโตขึ้นโดยไม่มีแม่ แต่ก็จะภูมิใจอย่างยิ่งในสิ่งที่แม่ได้ทำ ในสิ่งที่แม่ประสบความสำเร็จ และในจุดยืนของแม่” นายคอร์บีนกล่าว

คลาร์ก ร็อธเวลล์ เจ้าของร้านกาแฟ ที่เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ได้บิยเสียงปังดังสนั่นเหมือนลูกโป่งแตก พอมองไปรอบๆ เห็นผู้ชายคนหนึ่งอายุราว 50 ใส่หมวกเบสบอลและสวมแจ๊กเก็ต มีปืนอยู่ในมือ เขายิงส.ส.หญิง และยิงซ้ำ จากนั้นล้มตัวลงไปที่พื้นแล้วยิงเหยื่ออีกครั้งที่ใบหน้า

จังหวะต่อมามีคนอื่นๆ บุกเข้าไปรวบตัวชายคนนี้ ชายคนนี้ก็ชักมีดออกมา เหมือนมีดใช้สำหรับใช้ล่าสัตว์ แล้วแทงซ้ำเข้าไปที่ร่างเหยื่อหลายสิบครั้ง ผู้คนหวีดร้องและวิ่งหนีออกไป

ส่วนพยานอีกคน ชื่อฮิตเธม อับบัลเลาห์ กล่าวว่า มีชายคนหนึ่งกล้าหาญมากที่เข้าไปรวบคนร้าย แม้ว่าคนร้ายชักปืนออกมาจากกระเป๋า  แต่ชายคนนั้นก็ไม่หนี ยังคงพยายามรวบตัวคนร้ายไว้ให้ได้ แต่คนร้ายดิ้นหลุด แล้ววกกลับมายิงเหยื่อ แล้วยิงซ้ำนัดที่สอง ทั้งเตะร่างเหยื่อที่นอนจมกองเลือดอยู่กับพื้น

ที่มา>>>ข่าวสด

พบแล้วศพสาวแรงงานเขมรถูกฝังป่าช้าวัดป่า หลังถูกฆาตกรรมเมื่อ 15 ปีก่อน

ขุดพบแล้วศพหญิงสาวแรงงานเขมรถูกฆาตกรรมนาน 15 ปี ถูกฝังทิ้งที่ในวัดป่าภาวนาธรรม เหตุมาจากพิษรักแรงหึง ครูจ้างแรงงานสาวชาวกัมพูชาเป็นลูกมือทำขนมส่งขายนอกจากสอนหนังสือ แต่ภายหลังแรงงานสาวเกิดได้เสียเป็นเมียน้อยกับสามี เมียรู้เรื่องราว จึงหลอกมาใช้งานและทำร้ายร่างกายจนตาย ก่อนรู้เห็นกับอดีตเจ้าอาวาสนำศพฝังอำพรางคดีนาน 15 ปี ชาวบ้านเคยร้องเรียนพฤติกรรมถึงสำนักนายกรัฐมนตรีและมูลนิธิคุณหญิงปวีณา หงสกุล จนนำมาสู่การขุดตามล่าหาซากที่ถูกฝัง ล่าสุดครูมือฆ่าได้ตายไปได้เดือนเศษกรณีที่ชาวบ้านหนองบุญเกิด หมู่ 2 ต.ลาดตะเคียน อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี มีน.ส.ณริศรา ภู่ระแก้ว อายุ 45 ปี เลขที่ 206 หมู่ 11 ต.ลาดตะเคียน อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี เป็นแกนนำ   รวมตัวขอให้ทางวัดป่าภาวนาธรรม อนุญาตให้มีการขุดหาศพแรงงานชาวกัมพูชา ที่ถูกนายทุนฆาตกรรมแล้วนำศพมาฝัง โดยมีอดีตเจ้าอาวาส (พระอาจารย์อวน) และแม่ชีในวัดรู้เห็น แต่พระอาจารย์อวนไม่ยินยอมให้ขุดพิสูจน์เหตุเกิดเมื่อ 15 ปี ที่ผ่านมา จนปัจจุบันอดีตเจ้าอาวาส (พระอาจารย์อวน) ถูกชาวบ้านต่อต้าน และเพิกถอนตำแหน่ง ชาวบ้านหนองบุญเกิดร่วมกับหน่วยกู้ภัยสัจจะพุทธธรรมแห่งประเทศไทย (กบินทร์บุรี) ร่วมกันขุดหาซากศพ เพื่อพิสูจน์เหตุฆาตกรรมฝังอำพรางศพ ที่คลางแคลงใจ เมื่อคืนวันที่ 10 พ.ค. แต่ไม่พบ เบื้องต้นเนื่องจากคนที่รู้จุดฝังศพไม่ได้มาชี้ตำแหน่งด้วยตนเอง อาศัยบอกตำแหน่งผ่านทางโทรศัพท์ ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้นความคืบหน้าเมื่อวันที่ 13 พ.ค. น.ส.ณริศรา ภู่ระแก้ว พร้อมชาวบ้านประมาณ 100 คน มารวมตัวด้านฝั่งทิศตะวันตกของวัดป่าภาวนาธรรม พร้อมด้วยนางสุดใจ สานุสันต์ อายุ 49 ปี ผู้ใหญ่บ้านหนองบุญเกิด, นายอัครเดช กัณหารี กำนัน ต.ลาดตะเคียน นายประทีป วงษ์ศรี อพปร.ต.ลาดตะเคียน ร่วมกันเป็นสักขีพยานในการที่จะขุดพิสูจน์หาศพดังกล่าว ตามคำบอกและตามที่พระสังวรณ์ อดีตพระลูกวัดป่าภาวนาธรรม ได้ชี้จุดหลุมฝังศพ เนื่องจากเคยเห็นลูกศิษย์พระอาจารย์อวน เคยขุดหลุมฝังศพหญิงดังกล่าว และอาสาช่วยขุด-ฝัง พร้อมกับนำสังกะสีมาปิดกั้น ป้องกันสุนัขมาคุ้ยเขี่ย โดยปลูกต้นพิกุลไว้เป็นสัญลักษณ์ จึงลงมือขุด โดยก่อนการขุดมีพิธีจุดธูปบอกกล่าวขอขมากับเจ้าของร่างศพ ท่ามกลางอากาศที่ร้อนจัดกลับมามีลมพัดกรรโชก และฝนโปรยปรายให้เย็นขุดหาได้สบาย  มีนายณรงค์ น้ำแก้ว อายุ 57 และนายไพรวัลย์ ท่าข้าม อายุ 40 ปี เป็นคนขุดสลับกัน ต่อมาเวลา 15.30 น. เมื่อขุดลึกเกือบ 20 เซนติเมตรก็พบถุงพลาสติกที่ห่อร่างศพ จึงขุดไล่ตามยาวของร่าง พบห่อพลาสติกและคลุมด้วยผ้าห่มอีกชั้น ปูด้วยเสื่อพลาสติกที่นอนใยมะพร้าว พร้อมเครื่องใช้ส่วนตัว- เครื่องสำอาง ของผู้ตาย และกระเป๋าเดินทางขนาดกลาง 1 ใบ กระเป๋าคิทตี้ 1 ใบ พร้อมพบกะโหลกศีรษะและโครงกระดูก จึงนำมาวางไว้ด้านบนปากหลุม รอให้ร้อยเวรฯ สภ.สระบัว อ.กบินทร์บุรี มาตรวจสอบและพิสูจน์หลักฐาน เบื้องต้นมี ร.ต.อ.อุเทน เผือนสูงเนิน รอง สวป.สภ.สระบัว พ.ต.ท.สมคิด บุญนุกูล รอง ผกก.สส.สภ.สระบัว ร้อยเอกดุสิต ทุมเกิด นายทหารประสานงานชุดรักษาความสงบเรียบร้อยพื้นที่ อ.กบินทร์บุรี และนายสมชาย ชำนิ นอภ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี เดินทางมาสมทบตรวจสอบ
พ.ต.ท.สมคิด กล่าวว่า เบื้องต้นจะได้รายงานเรื่องที่เกิดให้ผู้บังคับบัญชาทราบ จากนั้นจะดำเนินการสอบสวนตรวจสอบที่มาศพดังกล่าว และผู้เกี่ยวข้องต่อไป
ด้าน น.ส.นริศรา เปิดเผยว่า วันนี้ประสบความสำเร็จตามที่วิญญาณศพไปร้องขอเข้าฝันกันบุคคลต่างๆ ตลอด 15 ปีที่ผ่านมา ขอให้ช่วยขุดตนขึ้นมา โดยก่อนที่จะมีการขุดหาศพแรงงานกัมพูชา   นั้นได้ทราบเรื่องว่า ผู้เสียชีวิตเป็นหญิงสาวอายุระหว่าง 16-17 ปี ถูกว่าจ้างเป็นแรงงานทำขนมให้กับครูคนหนึ่ง ในพื้นที่ตลาดอำเภอกบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ภายหลังหญิงแรงงานต่างด้าว กับ   สามีของครูคนดังกล่าวลักลอบได้เสียกัน ซึ่งสร้างความโกรธแค้นให้กับครูนายจ้างอย่างยิ่ง และแรงแค้นใจได้ทำร้ายหญิงแรงงานต่างด้าว ที่เป็นชู้กับสามีจนเสียชีวิต ขณะหลอกล่อให้มาทำขนมที่บ้าน
จากที่ครูดังกล่าวมีความคุ้นเคยสนิทสนมกับ อดีตเจ้าอาวาส (พระอาจารย์อวน) จึงให้เด็กวัดป่าภาวนาธรรม มารับศพที่ถูกฆาตกรรมดังกล่าว นำไปฝังอำพรางไว้ที่วัดป่าภาวนาธรรม ระหว่างที่มีการนำศพมาถึงช่วงเย็น คนของอดีตเจ้าอาวาสรวม 2 คน ช่วยกันขุดจนถึงค่ำยังไม่เสร็จ มีพระลูกที่กุฏิอยู่ใกล้กับพื้นที่ขุดศพเห็นได้ไปถามจึงทราบว่ามีการขุดฝังศพคนตาย โดยคนของอดีตเจ้าอาวาสบอกว่า คนตายป่วยเป็นโรคเอดส์ ทางราชการสั่งป้องกันติดเชื้อไม่ให้เผยแพร่ ต้องรีบฝังในวันเดียว พระลูกวัดรูปดังกล่าว มีน้ำใจช่วยขุดดินฝังศพให้เนื่องจากเห็นว่ามืดค่ำและไร้ญาติ
ภายหลังจากการฝังศพ พบมีสุนัขมาขุดคุ้ยที่หลุมศพ พระลูกวัดรูปดังกล่าวยังมีเมตตาเกรงว่า ซากศพจะถูกสุนัขกัดแทะกิน จึงเมตตานำสังกะสีมาปูทับป้องกันศพถูกสุนัขขุดคุ้ยอีก พร้อมกับได้ปลูกต้นไม้ไว้เป็นสัญลักษณ์หากญาติจะมาขุดเพื่อเผาอุทิศบุญกุศลให้ในภายหลัง และกรวดน้ำแผ่เมตตาให้เสมอหลังจากทำวัตรปฏิบัติ สวดมนต์ภาวนาตามกิจวัตรสงฆ์ จนภายหลังเรื่องการแอบฝังศพคนตายล่วงรู้ทั้งแม่ชีและคนในวัดอีกจำนวนมาก อดีตเจ้าอาวาสจึงพยายามขับไล่ แม่ชีและคนในวัดที่รู้เห็นเรื่องราวนี้ออก รวมทั้งตนที่อาศัยในพื้นที่วัดด้วย
“ล่าสุดก่อนมีการขุดศพ จึงรวบรวมพากันเหมารถไปยื่นร้องทุกข์ กับสำนักนายกรัฐมนตรีและที่มูลนิธิคุณหญิงปวีณา หงส์สกุล ให้ตรวจสอบเหตุฆาตกรรม อำพรางศพดังกล่าวเมื่อปี 2558 เนื่องจากพวกตนเกรงไม่ปลอดภัยในชีวิต และสงสารเห็นใจหญิงสาวเหยื่อฆาตกรรม และเมื่อทางสำนักนายกฯมีหนังสือถึง วัดรัตนชมพู เจ้าคณะอำเภอกบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี จึงได้ประชุมเรื่องที่เกิดขึ้นดังกล่าว โดยอดีตเจ้าอาวาสพระอาจารย์อวน ให้การยอมรับว่ามีการฝังศพดังกล่าวจริง จึงได้อนุญาตขุดศพ แต่ขุดผิดจุดเมื่อคืนวันที่ 9 พ.ค. ที่ผ่านมา แต่ในวันนี้ไม่พบ” น.ส.นริศรา กล่าว
น.ส.นริศรา กล่าวว่า จึงได้ประสานกับอดีตพระลูกวัด (พระสังวร) ที่ได้เคยลงมือขุดหลุมศพ-ปูสังกะสีให้ศพ และปลูกต้นพิกุลไว้หลุมศพเป็นสัญลักษณ์ ที่ภายหลังเกิดเหตุได้ย้ายไปจำพรรษาที่วัดแห่งหนึ่งใน จ.สระแก้ว ได้ให้มาชี้จุดฝังศพให้ถูกต้อง โดยพระสังวรณ์ได้มาชี้จุดดังกล่าว ซึ่งอยู่ใกล้เคียงกับจุดที่ขุดครั้งแรกและขุดหาจนพบในวันนี้ และในส่วนของครูที่ลงมือฆ่าแรงงานต่างด้าว ด้วยพิษแรงหึงหวงที่ลูกจ้างกลับกลายมาเป็นภรรยาน้อยตายนั้น ทราบว่าขณะนี้ได้เสียชีวิตไปแล้ว เมื่อประมาณ 2 เดือนเศษ ก่อนหน้านี้ เหลือแต่เพียงสามี และอดีตเจ้าอาวาส (พระอาจารย์อวน) ที่รู้เรื่องราวดี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากขุดพบศพดังกล่าว ได้ส่งมอบให้กับ พ.ต.ต.นันทพล ขุนละคร สารวัตรเวรฯสภ.สระบัว อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรีดำเนินคดีสอบสวนต่อไป

 ที่มา>>>ข่าวสด