นศ.สาววัย19เครียดแฟนทิ้ง-ผูกคอตาย เขียนจม.ให้แฟนมาไหว้ศพ ไม่งั้นจะตามหลอกหลอน-เอาไปอยู่ด้วย

เมื่อเวลา 23.00 น.วันที่ 21 ม.ค.60 พ.ต.ต.สุริยน แกมทอง สว.(สอบสวน) สภ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งเหตุคนผูกคอตายในบ้านเช่า ม.1 ต.โพธิ์เสด็จ อ.เมือง จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้น จากนั้นจึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.อดิศักดิ์ เทพวรรณ์ ผกก.สภ.เมือง นำตำรวจชุดสอบสวน แพทย์เวร รพ.มหาราชนครศรีธรรมราช และเจ้าหน้าที่มูลนิธิประชาร่วมใจรุดเข้าตรวจสอบที่บ้านเกิดเหตุเมื่อไปถึงบ้านดังกล่าวภายในห้องนอนพบศพผู้เสียชีวิตทราบชื่อ น.ส.บุษกร  (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 19 ปี ชาวอ.พรหมคีรี จ.นครศรีธรรมราช ใช้ผ้าขนหนูผูกคอตายกับมือจับหน้าต่างห้อง อยู่ในท่าคุกเข่า สภาพศพกระดูกต้นคอหลุด อยู่ในชุดสวมเสื้อยืดแขนสั้นสีขาว สกรีนรูปตัวเองกับแฟนหนุ่มที่หน้าอก นุ่งกางเกงขาสั้นสีฟ้า เสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 2 ชม.และจากการตรวจสอบไม่พบร่องรอยการต่อสู้และถูกทำร้ายแต่อย่างใด

โดยที่ฝาผนังห้องเจ้าหน้าที่พบจดหมายลาตาย 2 ฉบับ เขียนขอโทษเจ้าของบ้านเช่าที่ก่อเหตุในบ้าน อีกฉบับเขียนแฟนหนุ่มชื่อ “มายด์” มีข้อความว่า “รักมากจนกว่าจะหาใครมาแทนได้” และสั่งให้ทำตามที่บอกด้วย ไม่เช่นนั้นจะตามหลอกหลอนทุกคืน คือต้องใส่เสื้อที่สกรีนให้ไปร่วมงานศพคืนแรกและคืนสุดท้าย พร้อมบอกทางไปงานศพ ลงท้ายว่า “ขอบคุณที่ทำให้รักมากขนาดนี้ ตลอดมามีความสุขมาก” และยังขู่ให้ทำวีดีโอโพสต์ลงเฟชบุ๊คด้วยจากการสอบสวนทราบว่า น.ส.บุษกร ผู้ตายเป็นนักศึกษาอยู่ที่สถานศึกษาแห่งหนึ่งในตัวเมืองนครศรีธรรมราช และถูกแฟนหนุ่มชื่อ “มายด์” บอกเลิก ทำให้เสียใจเป็นอย่างมาก ซึ่งขณะที่อยู่ห้องพักตามลำพังได้เขียนจดหมายระบายถึงความคับข้องใจ ก่อนจะลงมือใช้ผ้าขนหนูผูกคอตายในเวลาต่อมา ส่วนสาเหตุมาจากอกหักทำให้เครียดจึงก่อเหตุดังกล่าว ซึ่งหลังจากชันสูตรพลิกศพเสร็จแล้วจึงมอบให้กับญาตินำไปจัดการตามประเพณีต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

เพิ่งเคยเจอ!! หนุ่มใหญ่ล้มทั้งยืน ทะลายปาล์มหนักกว่า30กก.หล่นกระแทกหัว ดับคาที่ต่อหน้าเพื่อน

วันที่ 24 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 18.30 น. วันที่ 23 ธ.ค. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยเต็กก่าจีคุงเกาะลำทับ จ.กระบี่ พร้อมด้วยชาวบ้าน ได้นำศพของนายโสภณ พิมเสน อายุ 55 ปี อาชีพรับจ้างตัดผลปาล์มน้ำมัน อยู่ ม.2 ต.ดินอุดม อ.ลำทับ จ.กระบี่ ไปชันสูตรที่โรงพยาบาลลำทับ ก่อนนำศพไปทำพิธีบำเพ็ญกุศลที่วัดลำทับ หลังประสบอุบัติเหตุ ขณะไปรับจ้างตัดผลปาล์มในสวนปาล์มน้ำมัน  ของชาวบ้านในพื้นที่ บ้านเสม็ดจวนเหนือ ม. 2 ต.ดินอุดม อ.ลำทับ แต่เกิดพลาดท่าทะลายปาล์มน้ำมันหนักกว่า 30 กก. หล่นใส่ศีรษะเสียชีวิต นับเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่ไม่เคยเกิดเหตุในลักษณะดังกล่าว201612241047001-20160805135038สอบสวนญาติผู้ตาย ทราบว่าผู้ตายมีอาชีพรับจ้างตัดผลปาล์มมานานหลายปี ก่อนเกิดเหตุ ได้รับการว่าจ้างให้ไปตัดผลปาล์มในสวนชาวบ้านในพื้นที่บ้านเสม็ดจวนเหนือ พร้อมคนงานตัดปาล์มประมาณ 5 คน เบื้องต้นคาดว่าขณะที่ผู้ตายใช้เคียวด้ามยาว ตัดผลปาล์มบนต้น ในสวนดังกล่าว ซึ่งเป็นต้นปาล์มอายุประมาณ 25 ปี ลำต้นสูงกว่า 10 เมตร ระหว่างที่ใช้เคียวเกี่ยวทะลายปาล์มกำลังจะขาดจากต้น ผู้ตายก็ถอยหลังมาตั้งหลักแต่ไม่ทันได้เงยหน้าขึ้นดู จู่ๆ ทะลายปาล์มขนาดใหญ่ ก็หล่นลงมาจากต้นพอดี กระแทกเข้าที่กลางศีรษะผู้ตาย ทำให้เสียชีวิตต่อหน้าเพื่อนๆ ซึ่งช่วยกันนำร่างผู้ตายส่งโรงพยาบาล201612241047003-20160805135038จากการชันสูตรศพผู้ตาย พบมีบาดแผลที่กลางศีรษะยาวประมาณ 5 เซนติเมตร กะโลกศีรษะแตก มีรอยหนามจากทะลายปาล์มติดอยู่จำนวนมาก และกระดูกคอหัก เนื่องจากน้ำหนักผลปาล์มขนาดใหญ่หล่นลงมาจากที่สูง คาดว่าเสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้มอบศพให้ญาตินำกลับไปทำพิธีทางศาสนาต่อไป201612240817246-20160805135038

ที่มา>>>ข่าวสด

เผยสาเหตุ เด็กไทยเตี้ย! ชี้ ดื่มนมน้อยกว่าประเทศอื่น กว่า 4-7 เท่า

กรมอนามัย เผย คนไทยดื่มนมน้อยมาก เฉลี่ยวันละ 14 ลิตร ต่ำกว่าในอาเซียนและทั่วโลกถึง 4-7 เท่า ผู้ชายเฉลี่ยสูง 169.5 ซม. ผู้หญิงเฉลี่ย 157.7 ซม. โดยเฉลี่ยดื่มนมวันละ 2-3 แก้ว เท่านั้น ผู้ใหญ่ก็ควรดื่ม 1-2แก้วป้องกันกระดูกพรุน…


เมื่อวันที่ 1 มิ.ย. 59 นายแพทย์วชิระ เพ็งจันทร์ อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยเนื่องในวันดื่มนมโลกว่า นมเป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการที่เหมาะสมสำหรับทุกวัย เพราะมีโปรตีนคุณภาพดีและมีแคลเซียมในปริมาณสูง เหมาะสำหรับการเจริญเติบโตของกระดูกและฟัน โดยเฉพาะนมสดรสจืดมีคุณค่าทางโภชนาการดีกว่านมที่มีการปรุงแต่งด้วยน้ำตาลและกลิ่น เนื่องจากมีแคลเซียมในปริมาณมาก ช่วยสร้างกระดูกที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของเด็กด้านความสูง

milk pouring into glass

นอกจากนี้ ข้อมูลการศึกษาของสำนักโภชนาการกรมอนามัย ซึ่งนำเอานมโคสดแท้ นมปรุงแต่งรสหวาน และนมเปรี้ยว ปริมาณ 100 มิลลิลิตรเท่ากันมาเปรียบเทียบคุณค่าทางโภชนาการพบว่า นมโคสดแท้จะให้สารอาหารที่จำเป็น ได้แก่ โปรตีน 3.3 กรัม แคลเซียม 122 มิลลิกรัม วิตามินเอ 38 ไมโครกรัม วิตามินบี 2 0.21 มิลลิกรัม ขณะที่นมปรุงแต่งรสหวาน กลับให้สารอาหารที่จำเป็นน้อยกว่าคือ โปรตีน 2.3 กรัม แคลเซียม 101 มิลลิกรัม วิตามินเอ 38 ไมโครกรัม และวิตามินบี 2 0.20 มิลลิกรัม

ด้าน อธิบดีกรมอนามัย กล่าวอีกว่า จากผลสำรวจการบริโภคนมของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรปี 2558 พบว่าคนไทยดื่มนมน้อยมาก เฉลี่ยคนละประมาณ 14 ลิตรต่อปี ในขณะที่อัตราการดื่มนมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เฉลี่ยคนละ 60 ลิตรต่อปี และทั่วโลกเฉลี่ยคนละ 103.9 ลิตรต่อปี หรือกล่าวได้ว่าอัตราดื่มนมคนไทยยังต่ำกว่าประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และโลก 4-7 เท่า ส่งผลให้เด็กไทยเมื่อมีอายุ 19 ปี มีความสูงเฉลี่ยไม่สูง โดยผู้ชายสูงเฉลี่ย 169.5 เซนติเมตร ผู้หญิงสูงเฉลี่ย 157.7 เซนติเมตร โดยมีผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่าการดื่มนมวันละประมาณ 2-3 แก้ว ร่วมกับกิจกรรมทางกายประเภทที่มีการยืดตัว เช่น ว่ายน้ำและเล่นบาสเกตบอล เป็นต้น และการนอนหลับพักผ่อนที่เพียงพอเป็นการเพิ่มฮอร์โมนการเจริญเติบโตที่ส่งผลต่อการเพิ่มความสูงได้ ทั้งนี้ เด็กก่อนวัยเรียนควรนอนวันละ 10–13 ชั่วโมง วัยเรียนควรนอนวันละ 9-11 ชั่วโมง และวัยรุ่นควรนอนวันละ 8–10 ชั่วโมง

thaihealth_c_bclvwx123458

“ผู้ใหญ่และผู้สูงอายุเป็นวัยที่ต้องการสารอาหารเพิ่ม เพื่อซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอและชะลอการสูญเสียมวลกระดูก ป้องกันโรคกระดูกพรุน แนะนำให้ดื่มนมสดรสจืดวันละ 1-2 แก้ว ส่วนผู้ที่มีปัญหาสุขภาพ ได้แก่ ภาวะอ้วน ภาวะไขมันในเลือดสูง โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ควรดื่มนมชนิดพร่องมันเนยหรือขาดมันเนย เพื่อหลีกเลี่ยงภาวะไขมันเกิน ดื่มวันละ 1-2 แก้ว” อธิบดีกรมอนามัย กล่าว.

ที่มา>>>Thairath

‘พิทักษ์เกียรติวิทยา’ เปิดวันแรกนร.หายกว่าครึ่ง เตรียมมอบศพคืนญาติ

นักเรียนร.ร.พิทักษ์เกียรติวิทยา ทยอยเดินทางมาเรียนเป็นวันแรก หลังเกิดเหตุไฟไหม้จำนวน 60 คน ทั้งนี้ทางผู้จัดการจะประชุมผู้ปกครอง เพื่อแจ้งย้ายนร. พร้อมมอบเงินให้แก่ญาติผู้เสียชีวิต ส่วนคดีได้ผลยืนยันอย่างไม่เป็นทางการแล้ว ซึ่งจะส่งศพทั้งหมดกลับมาในบ่ายวันนี้…

เมื่อวันที่ 30 พ.ค. 59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่โรงเรียนพิทักษ์เกียรติวิทยา อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย มีนักเรียนที่บ้านอยู่ใกล้โรงเรียน เริ่มทยอยเข้ามาเรียนเป็นวันแรกและยืนเข้าแถวเคารพธงชาติ 60 คน จากจำนวน 142 คน หลังเกิดเหตุเพลิงไหม้หอพักสถานสงเคราะห์บ้านเด็กร่วมใจ มูลนิธิพันธกิจสุขสันต์ (องค์กรสาธารณประโยชน์) ตั้งอยู่ภายในโรงเรียน เมื่อวันที่ 22 พ.ค.ที่ผ่านมา คลอกเด็กเสียชีวิต 17 ศพ บาดเจ็บ 5 คน ทางโรงเรียนได้สั่งปิด 7 วัน และครบกำหนดเมื่อวันที่ 27 พ.ค. 59

นายเรวัตร วาสนา ผู้จัดการโรงเรียน กล่าวว่า เวลา 09.00 น. จะมีการประชุมผู้ปกครอง และมอบสิ่งของผู้บริจาคแก่ผู้ปกครองนักเรียน โดยมีสำนักงานการศึกษาแห่งชาติ ศึกษาธิการจังหวัดเชียงราย สพป.เชียงรายเขต 2 มาร่วมประชุมเพื่อหาข้อสรุปการแจ้งย้ายนักเรียน ตามความประสงค์ของผู้ปกครองนักเรียน เพื่อวางแผนช่วยเหลือในการส่งต่อหาที่เรียนใหม่ตามความเหมาะสม ส่วนการมอบเงินให้แก่ญาติผู้เสียชีวิต คาดว่าเมื่อแบ่งเฉลี่ยเงินของผู้บริจาคออกแล้วจะได้คนละประมาณ 500,000 บาท ค่าประกันชีวิต 200,000 บาท รวมคนละประมาณ 700,000 บาท สิ่งของช่วยเหลือจำนวนมากแบ่งแล้วจะได้คนละประมาณ 1 คันรถปิกอัพบรรยากาศภายในโรงเรียน

สำหรับความคืบหน้าของคดี นายแพทย์กันต์ กุญชร ณ อยุธยา แพทย์นิติเวชโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ เปิดเผยว่า ผลตรวจดีเอ็นเอจากชิ้นกระดูก เนื้อเยื่อ และเลือด ที่ส่งไปตรวจพิสูจน์ที่สถาบันนิติเวช กรุงเทพฯ ได้ส่งผลกลับมาแล้ว ซึ่งได้จับคู่ตามกระบวนการพิสูจน์อัตลักษณ์ของบุคคล ซึ่งขณะนี้ได้ผลยืนยันอย่างไม่เป็นทางการว่า เป็นศพของผู้ใด จะประสานกับพนักงานสอบสวน สภ.เวียงป่าเป้า และในบ่ายวันที่ 30 พ.ค.นี้ จะลำเลียงส่งศพทั้งหมดกลับไปที่โรงพยาบาลเวียงป่าเป้า เพื่อคืนให้แก่ญาตินำกลับไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณี

ที่มา>>>Thairath