ปปง.อายัดทรัพย์ ‘อดีต ส.ว.สรรหา’ พร้อมพวก โกงหวยครู 300 ล้านบาท

ปปง

เลขาธิการฯ ปปง. แถลงอายัดทรัพย์ “ศรีสุข รุ่งวิสัย” อดีต ส.ว.สรรหาพร้อมพวก โกงหวยครูกว่า 300 ล. พบนำเงินสหกรณ์ฯ ไปใช้ในกิจการค้าขายสลาก แสวงหาผลประโยชน์มิชอบ พร้อมอายัดทรัพย์เครือข่ายวิสาหกิจชุมชนฯอีก 6 แสน ที่หลอกเปิดบัญชี แต่ไม่มีกำไรจริง

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 11 มี.ค. 59 ที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการ ปปง. พร้อมด้วย นายสันติ เจริญสุข ผอ.ฝ่ายกฎหมาย ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ร่วมแถลงข่าวกรณี ปปง. อายัดทรัพย์แก๊งโกงหวยครู 300 กว่าล้าน และอายัดทรัพย์เครือข่ายวิสาหกิจชุมชน หลอกให้เปิดบัญชีแต่ไม่มีผลกำไรจริง รวมมูลค่าความเสียหาย 6 แสนบาท

พ.ต.อ.สีหนาท กล่าวว่า ประมาณปี 56 ปปง. ได้รับเรื่องร้องเรียนว่า สหกรณ์ออมทรัพย์ครูเลย จำกัด และ สมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ที่เกี่ยวข้อง ร่วมกับ บ.เทวาสิทธิ พิฆเนศ จำกัด มี นายศรีสุข รุ่งวิสัย นำเงินของสหกรณ์ฯ ไปใช้ในกิจการค้าขายสลากกินแบ่งรัฐบาล และสลากพิเศษการกุศล เพื่อแสวงหาประโยชน์อันมิชอบโดยทุจริตขายสลากเกินราคา

พ.ต.อ.สีหนาท กล่าวอีกว่า จากการรวบรวมพยานหลักฐานของ ปปง. พบว่า บ.เทวาสิทธิฯ ไม่ใช่คู่สัญญาและไม่ได้รับโควตาสลากจากสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลเลย แต่ได้ทำสัญญาซื้อขายกับสหกรณ์ออมทรัพย์ครูกรมสามัญศึกษาจังหวัดเลย จำกัด จำนวน 3 สัญญา รวมเป็น 25,000 เล่ม ทำสัญญาซื้อขายสลากกับสหกรณ์ออมทรัพย์ครูเลย จำกัด มีสลากฯ 20,000 เล่ม และทำสัญญากับสหกรณ์การเกษตรวังสะพุง จำกัด อีก 5,000 เล่ม แต่ บ.เทวาสิทธิฯ มี นายศรีสุข รุ่งวิสัย กับพวก ไม่สามารถหาสลากฯ ได้ตามที่สัญญาไว้ ทำให้ไม่เพียงพอจะส่งมอบกับสหกรณ์ต่างๆ จึงเกิดการหมุนเวียน ส่งผลการรับซื้อมีราคาแพงขึ้น

“เมื่อไม่มีสลากฯ ไปมอบให้สหกรณ์ต่างๆ ตามที่สัญญาเอาไว้ ทำให้ บ.เทวาสิทธิฯ ขาดสภาพคล่องทางการเงิน จึงโฆษณาระดมทุนจากประชาชนทั่วไปให้ร่วมลงทุนซื้อสลากฯ มาจำหน่าย โดยอ้างว่ารับโควตาสลากฯ จากกรุงเทพเป็นจำนวนมาก และเสนอผลประโยชน์ตอบแทนเงินส่วนต่างให้กับผู้ร่วมลงทุน อัตราฉบับละ 10 บาท ปรากฏว่ามีผู้หลงเชื่อจำนวนมาก ต่อมา เมื่อสลากฯ ไม่เพียงพอ บ.เทวาสิทธิฯ ยังได้ไปทำสัญญากับสหกรณ์อื่นเพื่อนำเงินมาหมุนเวียนในระบบ โดยสหกรณ์ต่างๆ ไม่เคยได้รับสลากฯ แต่อย่างใด”

พ.ต.อ.สีหนาท กล่าวต่อว่า พฤติการณ์ดังกล่าวจึงเป็นการกระทำฉ้อโกงประชาชน ซึ่งมีความผิดมูลฐานตามมาตรา 3 แห่ง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 (3) ความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชนตามประมวลกฎหมายอาญา หรือความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ดังนั้น ในที่ประชุมคณะกรรมการธุรกรรม ครั้งที่ 4/2559 เมื่อวันที่ 3 มี.ค.ที่ผ่านมา มีมติให้อายัดทรัพย์สิน บ.เทวาสิทธิฯ มี นายศรีสุข รุ่งวิสัย กับพวก ไว้ชั่วคราว รวม 100 รายการ อาทิ โฉนดที่ดินหนองตางู อ.บรรพตพิสัย จ.นครสวรรค์ จำนวน 92 รายการ โฉนดที่ดิน ต.บางเมือง และ ต.สำโรงเหนือ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ จำนวน 4 รายการ และ อาคารชุดไดมอนด์ รัชดา ห้วยขวาง กทม. อีก 4 รายการ มูลค่ารวมกว่า 300 ล้านบาท

อีกคดี พ.ต.อ.สีหนาท เผยว่า เมื่อประมาณปี 56 ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) มีหนังสือรายงานธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัยของวิสาหกิจชุมชนส่งเสริมเกษตรกรไทยกับพวก มาให้ ปปง. เพื่อดำเนินการตรวจสอบพบว่า เครือข่ายวิสาหกิจชุมชนส่งเสริมเกษตรกรไทยกับพวก เปิดบัญชีกับ ธ.ก.ส. จำนวน 19 สาขา หลายพื้นที่ใน จ.เพชรบูรณ์ รวม 146 บัญชี โดยอ้างว่าเพื่อให้คนไทยมีเงินบำนาญ ปลดภาระหนี้สินและลดช่องทางการจำหน่ายผ่านพ่อค้าคนกลาง รวมทั้งเสนอผลตอบแทนให้แก่สมาชิกที่สูงเกินความเป็นจริง

พ.ต.อ.สีหนาท เปิดเผยเพิ่มเติมว่า จากการรวบรวมพยานหลักฐานพฤติการณ์ของเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนส่งเสริมเกษตรกรไทยกับพวก มีการโฆษณาเชิญชวนประชาชนเข้ามาเป็นสมาชิก โดยให้เปิดบัญชีกับ ธ.ก.ส. และนำเงินเข้าบัญชีของเครือข่ายเป็นประจำทุกเดือน มีการตั้งเครือข่ายประจำจังหวัดเพื่อหาสมาชิกในแต่ละพื้นที่เปิดบัญชีธนาคารเพื่อรับเงินค่ารับสมัครและเงินตามโครงการที่เข้าร่วม ซึ่งมุ่งประสงค์ให้ประชาชนสมัครสมาชิกจำนวนมากพร้อมเสนอผลประโยชน์ตอบแทนที่สูงในระยะเวลาอันสั้น กระทั่งมีประชาชนสอบถามรายละเอียดต่างๆ กลับไม่สามารถให้คำตอบที่ชัดเจนได้ จึงเชื่อว่าเป็นการกระทำเพียงมุ่งหาสมาชิกเพื่อระดมเงินค่าสมัครมาหมุนเวียนในเครือข่ายของตัวเอง

พ.ต.อ.สีหนาท กล่าวปิดท้ายว่า พฤติการณ์ดังกล่าวจึงเป็นการกระทำฉ้อโกงประชาชน ซึ่งเป็นความผิดฐานตามมาตรา 3 แห่ง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 (3) ความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชนตามประมวลกฎหมายอาญา ทั้งนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการธุรกรรม ครั้งที่ 4/2559 เมื่อวันที่ 3 มี.ค.ที่ผ่านมา มีมติอายัดทรัพย์สินของเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนส่งเสริมเกษตรกรไทย กับผู้ที่เกี่ยวข้องไว้ชั่วคราว ไม่เกิน 90 วัน จำนวน 146 รายการ รวมเป็นเงินประมาณ 6 แสนบาท

ด้าน นายสันติ กล่าวว่า โครงการดังกล่าวมาเปิดบัญชีกับ ธ.ก.ส. สาขาต่างๆ ทำให้ประชาชนหลงเชื่อ แต่จากการตรวจสอบพบว่าเป็นเพียงการโฆษณาชวนเชื่อเท่านั้น รวมทั้งมีการนำรูปผู้บริหารระดับสูงของ ธ.ก.ส. และหน่วยงานราชการมาแอบอ้างด้วย อย่างไรก็ตาม ในอนาคตโครงการต่างๆ เหล่านี้จะลดน้อยลง

ที่มา>>>ไทยรัฐออนไลน์

เรือสำราญใหญ่สุดในโลก “ฮาร์โมนี ออฟ เดอะ ซีส์” ทดลองลงน้ำครั้งแรก

ฮาร์โมนี ออฟ เดอะ ซีส์1

เรือสำราญเดินสมุทรลำใหญ่สุดในโลก แถมชื่อยังไพเราะเพราะพริ้ง ‘ฮาร์โมนี ออฟ เดอะ ซีส์’ ได้ฤกษ์…ทดลองเดินเรือครั้งแรกเป็นเวลา 3 วันแล้ว เคลื่อนตัวออกจากอู่ต่อเรือในฝรั่งเศส มุ่งหน้าสู่ท้องทะเลที่กว้างใหญ่ ท่ามกลางความสนใจของผู้คนหลายพันคน

เมื่อ 11 มี.ค. 59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองแซงต์นาแซร์ ประเทศฝรั่งเศสว่า เรือสำราญเดินสมุทรลำใหญ่ที่สุดในโลก “ฮาร์โมนี ออฟ เดอะ ซีส์” (Harmony of the seas) ได้เปิดเสียงหวูด 3 ครั้ง ก่อนจะเคลื่อนตัวออกจากอู่ต่อเรือ สู่ท้องทะเลเป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 10 มี.ค. (ตามเวลาท้องถิ่น) ภายใต้สายตาของผู้คนที่สนใจหลายพันคน และทำให้บรรดาเรือที่อยู่รายรอบกลายเป็นของเด็กเล่นไปทันที เมื่อเทียบกับขนาดกับเรือสำราญขนาดยักษ์เคลื่อนตัวอย่างช้าๆ ออกจากปากน้ำแม่น้ำลัวร์ โดยกัปตันได้บังคับเรือออกสู่ท้องทะเลที่ลมสงบ และคลื่นที่เบาบาง ใช้เวลาถึงครึ่งชั่วโมงจึงออกจากอู่ได้เรียบร้อย ขณะที่เรือลาก 4 ลำ ที่ขนาบคู่กับเรือสำราญและพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือไม่ต้องทำงานเลย เมื่อเรือ “ฮาร์โมนี ออฟ เดอะ ซีส์” เคลื่อนตัวออกไปด้วยเครื่องยนต์เพียงเครื่องเดียว

เรือสำราญขนาดใหญ่ ฮาร์โมนี ออฟ เดอะ ซีส์ เป็นเรือสำราญเดินสมุทรลำใหญ่ที่สุดในโลก ถูกต่อขึ้นที่อู่ต่อเรือ STX France หลังจากได้รับการสั่งให้ต่อเรือเมื่อปลายปี 2555 ด้วยสนนราคา 1,000 ล้านยูโร (39,000 ล้านบาท) โดยเรือสำราญลำนี้มีน้ำหนัก 120,000 ตัน มี 16 ดาดฟ้า ความยาว 362 เมตร กว้าง 66 เมตร เป็นเรือเดินทะเลขนาด 227,500 ตันกรอส สามารถบรรทุกผู้โดยสารได้จำนวน 6,000 คน และลูกเรือจำนวน 2,000 คน และจะมีการส่งมอบให้กับบริษัทอเมริกัน ‘Royal Carribean’ ซึ่งเป็นเจ้าของอย่างเป็นทางการในวันที่ 12 พฤษภาคมนี้

ฮาร์โมนี ออฟ เดอะ ซีส์2

ฮาร์โมนี ออฟ เดอะ ซีส์3 เรือ “ฮาร์โมนี ออฟ เดอะ ซีส์” ได้กลายเป็นจุดสนใจของชาวเมืองแซงต์นาแซร์มาหลายเดือนแล้ว ด้วยขนาดความสูงถึง 70 เมตร ที่สูงกว่าบรรดาอาคารทั้งหลายในเมือง ทำให้ไม่มีใครคลาดสายตาจากเรือขนาดยักษ์ลำนี้ได้เมื่อผ่านมาที่เมืองนี้ โดยการทดลองเดินเรือฮาร์โมนี ออฟ เดอะ ซีส์ ครั้งแรก มีเส้นทางระหว่างเกาะเบลอิลส์และอิล์เดอเยอร์ และจะกลับเข้าอู่ในเช้าวันอาทิตย์ที่ 13 มี.ค. รวมทั้งจะมีการทดลองเดินเรืออีกครั้งในช่วงปลายเดือนเมษายนนี้

ฮาร์โมนี ออฟ เดอะ ซีส์4

เจ้าหน้าที่ประจำเรือชุดแรกจำนวน 500 คน ส่วนใหญ่เป็นพวกลูกเรือ รวมถึงเจ้าหน้าที่ทดลองของอู่ต่อเรือ STX France และเจ้าหน้าที่ดูแลผู้โดยสาร และจะทดลองขับเรือสำราญ ฮาร์โมนี ออฟ เดอะ ซีส์ จนถึงวันอาทิตย์ที่ 13 มีนาคม หลังจากกัปตันเรือ 3 นาย จากแคว้นลัวร์ ได้ทำการฝึกขับเรือกับเครื่องจำลองสถานการณ์ที่อาจจะต้องเผชิญในทุกรูปแบบ แต่สิ่งที่น่าสังเกตคือ ขนาดด้านหน้าของเรือที่มีความกว้างเท่ากับสนามฟุตบอล 2 สนาม ซึ่งถือเป็นพื้นที่โต้ลมขนาดกว้างใหญ่ ทำให้การควบคุมเรือเมื่อมีกระแสลมแรงทำได้ค่อนข้างยาก.

ที่มา>>>ไทยรัฐออน์ไลน์

โอ๊ยมันเขี้ยว ยลโฉมนางเงือกน้อยที่น่ารักน่าชังที่สุดในโลก

 * โอ๊ยมันเขี้ยว ยลโฉมนางเงือกน้อยที่น่ารักน่าชังที่สุดในโลก *

นางเงือกน้อย

นางเงือกน้อย

หลายคนอาจเคยเห็นนางเงือกในเวอร์ชั่นต่าง ๆ มาแล้วมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการ์ตูนหรือสาว ๆ ในชุดเงือก แต่บอกเลยว่าไม่ว่านางเงือกแบบไหนที่คุณเคยเห็นมา จะต้องยอมสิโรราบให้กับนางเงือกที่เรานำภาพมาให้ชมในวันนี้ เพราะน่ารักจนทำให้เกิดอาการอยากหม่ำแก้มเด็กขึ้นมาโดยพลันทีเดียวเชียว ขอบอกเลยว่า Damage แรงแซงทุกเงือก !!

นี่คือนางเงือกน้อยวัยเพียง 6 เดือน ที่กำลังกวาดหัวใจชาวเน็ตจีนอยู่ในขณะนี้ และกำลังจะกวาดหัวใจชาวเน็ตไทยไปด้วยในอีกไม่ช้า ก็แหม่จะไม่ให้เป็นอย่างนั้นได้ยังไง นอกจากใบหน้าที่น่ารักและหุ่นที่อ้วนตุ้ยแล้ว หนูน้อยยังมีลีลาการโพสท่าที่ไม่ธรรมดาจริง ๆ

แม้ว่าเธอจะกำลังเป็นลิตเติ้ลเมอร์เมดที่ถูกแชร์ภาพเกลื่อนโลกออนไลน์จีน แต่หนูน้อยคนนี้ไม่ใช่ชาวจีนนะ เธอเป็นเด็กหญิงชาวเวียดนามที่คุณพ่อคุณแม่จับแต่งตัว แล้วจัดการแชะภาพ ขณะหนูน้อยกำลังเล่นน้ำในสระว่ายน้ำกรุงโฮจิมินห์

คุณพ่อคุณแม่ของหนูน้อยเผยว่า ได้รับแรงบันดาลใจมาจากหนังเรื่อง The Mermaid ผลงานผู้กำกับ สตีเฟ่น ชอว์ จากฮ่องกง และไม่น่าเชื่อเลยว่าตอนนี้ลูกสาวของพวกเขาจะโด่งดังพอ ๆ กับนางเงือกในหนังไปแล้ว

ภาพจาก shanghaiist.com

กานต์ ไม่ยกฟ้อง เสก โลโซ ยันเดินหน้าเรียกร้องแบ่งสินสมรส

 * กานต์ ไม่ยกฟ้อง เสก โลโซ ยันเดินหน้าเรียกร้องแบ่งสินสมรส *

กานต์ ไม่ยกฟ้อง เสก โลโซ

กานต์ วิภากร ประกาศชัดไม่ยกฟ้อง เสก โลโซ ยันเดินหน้าเรียกร้องแบ่งสินสมรส ชี้คนเข้าใจผิด ที่ยกฟ้องคือคดี เสกกับหมออังกูร รอง ผอ.สถาบันธัญญารักษ์

เกินกว่าคำว่ามหากาพย์ ก็คงเป็นเรื่องราวของครอบครัวร็อคเกอร์ดัง อย่าง เสก โลโซ และอดีตภรรยาอย่าง กานต์ วิภากร ที่ล่าสุดมีข่าวออกมาว่าฝ่ายหญิงยกฟ้องทุกคดี แต่งานนี้เป็นเพียงความเข้าใจผิด เพราะสาวกานต์ยืนยันกับทีมข่าวช่อง 2 ว่า ไม่มีการยกฟ้องแต่อย่างใด คดีก็ยังคงเป็นคดีและยังคงเรียกร้องให้แบ่งสินสมรสเช่นเดิม โดยจะมีการนัดไกล่เกลี่ยกันในวันที่ 29 มีนาคมนี้ ส่วนร็อคเกอร์ชื่อดังจะมาตามศาลนัดหรือไม่คงต้องรอลุ้นอีกที

เห็นข่าวว่ามีการยกฟ้อง ?
กานต์ วิภากร : จริง ๆ มันเป็นกรณีของ เสก กับ คุณหมอ เพราะของพี่มันยกฟ้องไปตั้งแต่เดือนมิถุนายนที่พี่หย่าอยู่แล้ว

คือตามข่าวที่ออกมาไม่เกี่ยวกับตัวเราเลย ?

กานต์ วิภากร : ไม่เกี่ยว เพราะของพี่ยกฟ้องกันไปหมดแล้ว เหลือแค่คดีใหม่

ตอนนี้ระหว่างพี่เสก พี่กานต์ยังเหลือคดีอะไร ?

กานต์ วิภากร : ก็มีคดีที่ดินที่เกษตรนวมินทร์แปลงหนึ่ง แล้วก็บ้านที่ทาวน์อินทาวน์ เดี๋ยววันที่ 29 จะมีนัดไกล่เกลี่ย

ตกใจไหม ข่าวที่ออกมาทำให้คนเข้าใจว่าเรายกฟ้อง ?

กานต์ วิภากร : คนเข้ามาแสดงความยินดี แต่มันไม่เกี่ยวอะไร คือตอนนี้มันทำให้ประชาชนเข้าใจผิดไงว่ายกฟ้องกันไปแล้ว คือยกฟ้องของพี่มันจบไปตั้งแต่มิถุนายนปีที่แล้ว แต่ว่าเหลือของหมอกับเสก ซึ่งของพี่เหลือแค่คดีใหม่

ได้คุยกับคุณหมอไหมหลังยกฟ้อง ?

กานต์ วิภากร : ไม่ค่ะ

ในส่วนของเราเองคิดจะยกฟ้องบ้างไหม ?

กานต์ วิภากร : ก็ต้องให้มันเป็นคดี เพราะว่ามันเป็นสินสมรส

เรียกร้องอะไรอยู่บ้างตอนนี้ ?

กานต์ วิภากร : ก็บ้านหลังหนึ่งที่ทาวน์อินทาวน์ แล้วก็ที่ดินอีกแปลงหนึ่งให้แบ่งกัน

กระบวนการถึงขั้นไหนแล้วตอนนี้ ?

กานต์ วิภากร : ไกล่เกลี่ยครั้งแรกวันที่ 29 นี้ (มีนาคม 2559)

คิดว่าผลมันจะเป็นยังไง ?

กานต์ วิภากร : ไม่รู้ ไม่รู้เสกจะมาหรือเปล่าด้วยซ้ำ ถ้าเขามาก็ดี เพราะว่าถ้าเกิดมันเคลียร์กันได้ มันก็จะได้จบกันไป

กลัวว่าการไกล่เกลี่ยครั้งนี้จำทำให้เรายอมความไหม ?

กานต์ วิภากร : ถ้าเกิดมันไกล่เกลี่ยตกลงกันได้พอใจทั้ง 2 ฝ่ายก็ยินดีค่ะ

ตัวเราอยากจบไหม หรือต้องให้มันถึงที่สุดเลย ?

กานต์ วิภากร : อยากจบ ๆ เพราะว่ามันมาตกลงได้ที่ไหนก็ต้องคุยกันในชั้นนั้น ถ้าเกิดวันที่ 29 เข้ามาคุยกันแบบตกลงกันได้มันก็ดี

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก ช่อง 2

ยึดรถหรู บาส บางแก้ว หลังเจ้าตัวไม่มีเอกสารเกี่ยวกับรถมาแสดง

 * ยึดรถหรู บาส บางแก้ว หลังเจ้าตัวไม่มีเอกสารเกี่ยวกับรถมาแสดง *

ยึดรถหรู บาส บางแก้ว ยึดรถหรู บาส บางแก้ว1 ยึดรถหรู บาส บางแก้ว2

ตรวจยึดรถสปอร์ตหรูแลมโบกินี่ บาส นักร้องดังวงบางแก้ว ที่โคราช หลังเจ้าตัวไม่มีเอกสารเกี่ยวกับรถมาแสดง

วันที่ 9 มีนาคม 2559 เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรพิมาย อ.พิมาย จ.นครราชสีมา ได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่สรรพสามิต จังหวัดนครราชสีมา ว่า มีรถยนต์สปอร์ตหรู ยี่ห้อแลมโบกินี่ สีเขียวใบตอง หมายเลขทะเบียนป้ายแดง พ 8888 กรุงเทพมหานคร ขับผ่านไปตามถนนสายพิมาย-จักราช ขอให้ทำการเรียกตรวจสอบรถยนต์ต้องสงสัยคันดังกล่าวด้วย

หลังได้รับแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรพิมายได้ตรวจสอบ เพื่อค้นหารถยนต์ต้องสงสัยคันดังกล่าว และพบรถยนต์คันดังกล่าวจอดอยู่บริเวณด้านหน้าอุทยานประวัติศาสตร์พิมาย เจ้าหน้าที่จึงเข้าไปทำการตรวจสอบ และคนขับคือ นายพงษ์พจน์ หรือ บาส ศิลปินนักร้องฝาแฝดชื่อดังวงบางแก้ว

ทั้งนี้เมื่อเจ้าหน้าที่ขอตรวจสอบเอกสารเกี่ยวกับรถ นายพงษ์พจน์ ไม่สามารถนำเอกสารมาแสดงได้ โดยอ้างว่าเป็นรถยนต์ของเพื่อนที่ตนเองยืมมาขับ เจ้าหน้าที่จึงเชิญตัวไปสอบสวนที่สถานีตำรวจภูธรพิมาย พร้อมกับประสานเจ้าหน้าที่สรรพสามิตให้เดินทางไปตรวจสอบรถยนต์คันดังกล่าว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ยังคงอายัดรถคันดังกล่าวไว้เพื่อรอให้นักร้องคนดังนำเอกสารเกี่ยวกับรถมาแสดง

ทั้งนี้ บาส เคยเป็นอดีตนักร้องคู่ดูโอ้กับ บอล ฝาแฝดของเขา ในชื่อวงบางแก้ว มีผลงานออกอัลบั้มตั้งแต่ปี 2545-2555 กับหลายสังกัด อาทิ เมกเกอร์เฮด, จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ และแอ๊บบ้า มีเพลงที่ติดหูแฟนเพลงอย่าง รักครั้งแรก, น้ำเน่า…เงาจันทร์ และโรงเรียนผู้ชาย

ภาพจาก เฟซบุ๊ก BangkaewRockband, Bas Bangkaew

วิจัยเผย คนชอบอวดแฟนบนโซเชียล จริง ๆ แล้วไม่มั่นใจในความรัก

 * วิจัยเผย คนชอบอวดแฟนบนโซเชียล จริง ๆ แล้วไม่มั่นใจในความรัก *

ชอบอวดแฟนบนโซเชียล

วิจัยจากมหาวิทยาลัยชั้นนำในอเมริกาเหนือเผย คนชอบอวดแฟน อวดผัว อวดเมีย ลงบนสังคมโซเชียล ลึก ๆ แล้วมีความไม่มั่นใจในความมั่นคง ของความสัมพันธ์ระหว่างคู่ของตน

ยุคนี้หลายคนคงแอบเห็นเพื่อนทางออนไลน์ของเราโพสต์ภาพต่าง ๆ ลงบนโปรไฟล์โซเชียล เพื่อบอกไลฟ์สไตล์ของตัวเอง และบางครั้งก็อาจแอบแฝงเจตนา เช่น การอวดชีวิตดี๊ดี หรือการอวดว่าตัวเองมีความสุขแค่ไหน รวมไปถึงการอวดยอดฮิต นั่นคือการอวดแฟน สามี และภรรยาของตน หรือที่เรียกกันว่า อวดผัว-อวดเมีย นั่นเอง

แน่นอนว่าการอวดแบบนี้ ทำให้คนอื่น ๆ เกิดความอิจฉาตาร้อน (โดยเฉพาะคนโสด) ได้จริง แต่ทราบไหมว่า ผลการวิจัยจากมหาวิทยาลัย 4 แห่งของประเทศสหรัฐอเมริกาและแคนาดา ได้แก่ มหาวิทยาลัยนอร์ทเวสเทิร์น, มหาวิทยาลัยมิซซิสเซากา, มหาวิทยาลัยวิสคอนซิน เมดิสัน และวิทยาลัยฮาเวอร์ฟอร์ด ได้เปิดเผยว่า เหล่าคนชอบอวดผัว-อวดเมีย ลึก ๆ ลงไปในใจแล้ว พวกเขามีความไม่มั่นใจในความสัมพันธ์ของตนและคู่รัก มากกว่าคนปกติ

โดยรายงานวิจัย ที่ถูกตีพิมพ์ลงในวารสารชื่อ บุคลิกภาพและจิตวิทยาสังคม (Personality and Social Psychology Bulletin) ได้อธิบายการอวดผัว-อวดเมีย เอาไว้ว่า เป็นกลไกทางจิตวิทยา ซึ่งอยู่เบื้องหลังสิ่งที่เรียกว่า “ความสัมพันธ์ที่ทำให้มองเห็นได้” โดยแสดงออกผ่านทางเฟซบุ๊กหรือโซเชียลอื่น ๆ เพื่อเป็นการย้ำเตือนให้เพื่อน ๆ และคนรู้จักเห็นว่า คู่ของพวกเขายังมีความสัมพันธ์อันดี ทั้งที่ความจริงในใจ พวกเขาไม่ได้คิดเช่นนั้น

ในบทคัดย่อของงานวิจัย สรุปให้เข้าใจง่าย ๆ ว่า เมื่อคนคนหนึ่งรู้สึกไม่มั่นใจหรือหวาดระแวงในความสัมพันธ์ระหว่างคู่รัก พวกเขามักมีแนวโน้มที่จะแสดงออกให้ผู้อื่นรับรู้เรื่องราวระหว่างคู่ของตน ด้วยการใช้สิ่งที่เรียกว่า “ความสัมพันธ์ที่ทำให้ผู้อื่นมองเห็นได้” ซึ่งถือเป็นการวาดภาพตนเองในแบบที่อยากให้ผู้อื่นเห็น

ฉะนั้น ถ้าคุณพบเห็นบุคคลประเภทอวดแฟนจนน่าหมั่นไส้ ก็อย่าเพิ่งรำคาญจนอยากลบเพื่อนหรือถือโทษโกรธพวกเขาเลย แต่จงเห็นใจว่าความสัมพันธ์ของคู่รักอาจกำลังระส่ำระสาย และแน่นอนว่าพวกเขาก็อาจจะเป็นแบบนั้นจริง ๆ

ขอบคุณข้อมูลจาก Sage Journal

สลดใจ ลูกลิงพยายามดูดนมแม่โดยไม่รู้ว่าแม่ลิงถูกรถชนตายไปนานแล้ว

 * สลดใจ ลูกลิงพยายามดูดนมแม่โดยไม่รู้ว่าแม่ลิงถูกรถชนตายไปนานแล้ว *

ลิงโดนรถชน เขาใหญ่ ลิงโดนรถชน เขาใหญ่

ภาพสลดใจ ลูกลิงร้องคร่ำครวญ พยายามดูดนมแม่ลิงที่นอนไม่ไหวติงแต่ไม่มีน้ำนมไหลออกมา โดยไม่รู้ว่าแม่ลิงสิ้นใจไปนานแล้วหลังถูกรถชนที่จุดชมวิวอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จ.นครราชสีมา

เป็นเรื่องราวน่าสลดใจที่กำลังถูกพูดถึงในโลกออนไลน์อย่างมาก สำหรับคลิปวิดีโอที่ถูกแชร์มาจากผู้ใช้เฟซบุ๊ก Panuwat Sasirat เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2559 เผยให้เห็นภาพของลูกลิงตัวหนึ่งกำลังส่งเสียงปลุกแม่ลิงที่นอนนิ่ง โดยการดึงตัว เขย่าตัว ดูดนมที่ไม่มีน้ำนมไหลออกมา และขึ้นไปนั่งบนตัวหวังให้แม่ลิงตื่นขึ้นมาโดยที่เจ้าตัวน้อยไม่รู้เลยว่าแม่ของมันสิ้นใจไปแล้วหลังจากถูกรถชน ที่จุดชมวิว อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา

ทั้งนี้ผู้โพสต์ระบุต่อว่า ภาพดังกล่าวสร้างความสะเทือนใจแก่ผู้ที่พบเห็นเป็นจำนวนมาก จึงอยากให้ทุกคนขับรถช้า ๆ เพราะพื้นที่ดังกล่าวเป็นป่า ถือว่าเป็นบ้านของสัตว์ป่าและไม่รู้ว่าเจ้าหน้าที่ของทางอุทยานฯ จะดูแลลูกลิงน้อยต่อไปอย่างไร ไม่แน่ว่าทั้งชีวิตอาจจะไม่ได้อยู่ในป่าอีกต่อไป

อย่างไรก็ตามหลังจากข้อความดังกล่าวเผยแพร่ออกไปทำให้มีชาวเน็ตจำนวนมากต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นสงสารลูกลิง ขณะที่บางส่วนมีการเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลและแก้ปัญหาสัตว์ป่าถูกรถชนอีกด้วย

ภาพจาก เฟซบุ๊ก Panuwat Sasirat

หนุ่มสิงคโปร์ถูกแทงคอดับคาห้องน้ำโรงแรมหรู ทิ้งจดหมายขอโทษที่ทำให้ตกใจ

 * หนุ่มสิงคโปร์ถูกแทงคอดับคาห้องน้ำโรงแรมหรู ทิ้งจดหมายขอโทษที่ทำให้ตกใจ *

หนุ่มสิงคโปร์ถูกแทง

หนุ่มสิงคโปร์ถูกแทง

พบหนุ่มสิงคโปร์ถูกแทงคอดับสยองในห้องน้ำโรงแรมหรู เบื้องต้น คาดฆ่าตัวตาย หลังเจอจดหมาย 1 ฉบับ ขอโทษที่ทำให้ตกใจ

เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2559 ร.ต.ท. นิวัฒน์ เพ็งแคน รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี รับแจ้งพบศพชาวต่างชาติเสียชีวิต ที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ถนนพัทยาสาย 3 ม.9 เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ที่เกิดเหตุบนชั้น 18 ภายในห้องน้ำ พบศพผู้เสียชีวิตทราบชื่อต่อมา Mr.Chris Stephen Naveen Rajit อายุ 28 ปี สัญชาติสิงคโปร์ นอนเสียชีวิตอยู่ที่พื้นในโซนอาบน้ำ สภาพสวมเสื้อยืด กางเกงขาสั้น พบบาดแผลถูกแทงด้วยของมีคมบริเวณต้นคอด้านขวา 1 แผล เลือดไหลนองพื้น ใกล้กันพบมีดปลายแหลมตกอยู่ 1 เล่ม ในห้องพักที่เกิดเหตุ ไม่พบร่องรอยการรื้อค้นทรัพย์สิน หรือร่องรอยการต่อสู้ใด ๆ

นอกจากนี้ ยังพบ กระดาษโน้ตเขียนข้อความว่า “Warning dead body inside sorry about the shock” (คำเตือน มีศพอยู่ข้างใน ขอโทษที่ทำให้ตกใจ) ถูกวางไว้อยู่บริเวณหน้าห้องน้ำจุดเกิดเหตุอีกด้วย

ด้านเจ้าหน้าที่สอบถามพนักงานโอเปอร์เรเตอร์ของโรงแรมดังกล่าว ทราบว่า Mr.Chris Stephen Naveen Rajit ผู้ตาย ได้เข้ามาเพียงคนเดียว และเข้าพักที่โรงแรมหลายวันแล้ว โดยมีกำหนดเช็กเอาท์วันนี้

เบื้องต้น จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุ และสภาพศพของผู้ตาย เชื่อว่าเป็นการฆ่าตัวตายเอง เนื่องจากไม่มีการรื้อค้นทรัพย์ในห้องพัก และบริเวณห้องน้ำจุดเกิดเหตุไม่มีร่องรอยการต่อสู้ รวมทั้งจดหมายเตือนที่คาดว่าผู้ตายเป็นคนเขียนอีก ส่วนเหตุผลของการฆ่าตัวตายยังไม่ทราบแน่ชัด

สำนักข่าว INN

ผมอึ้งไปเลย ศาสตราจารย์เคมีรับจ๊อบพิเศษ เป็นพระเอกหนังโป๊

 * ผมอึ้งไปเลย ศาสตราจารย์เคมีรับจ๊อบพิเศษ เป็นพระเอกหนังโป๊ *

ศาสตราจารย์เคมีรับจ๊อบพิเศษ เป็นพระเอกหนังโป๊ ศาสตราจารย์เคมีรับจ๊อบพิเศษ เป็นพระเอกหนังโป๊

ศาสตราจารย์ด้านวิศวกรรมเคมี มหาวิทยาลัยในอังกฤษ เผยชีวิตเบื้องหลังบทบาทอาจารย์มหาวิทยาลัย เป็นนักแสดงหนังโป๊

เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2559 เว็บไซต์เมโทรของอังกฤษ เผยเรื่องชวนอึ้ง ศาสตราจารย์นิโคลัส กอดดาร์ด วัย 61 ปี ผู้สอนวิศวกรรมเคมีในมหาวิทยาลัยมานาน บอกเล่าชีวิตนอกรั้วมหาวิทยาลัย มีอาชีพเสริมที่ไม่มีศาสตราจารย์คนไหนเคยทำ นั่นคือเป็นนักแสดงหนังโป๊

รายงานระบุว่า ศาสตราจารย์กอดดาร์ดได้สอนนักศึกษาในมหาวิทยาลัยแมนเชสเตอร์มานานกว่า 25 ปี โดยเป็นทั้งผู้สอนและทำงานวิจัยสำคัญ ๆ หลายชิ้น แต่อาชีพอาจารย์ก็เป็นเพียงบทบาทหนึ่งของเขา ใครจะไปคาดคิดว่า ศาสตราจารย์ลุคเนิร์ด ๆ คนนี้ จะมีอีกบทบาทหนึ่ง นั่นคือเขาเป็นนักแสดงหนังโป๊มานานกว่า 10 ปีแล้ว มีผลงานหลายสิบเรื่อง

อย่างไรก็ดีศาสตราจารย์กอดดาร์ดได้เผยว่าเขายุติบทบาทการเป็นนักแสดงหนังโป๊แล้วอย่างสิ้นเชิงเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา และมองว่าการถ่ายหนังโป๊ก็ไม่ได้เสียหายอะไร

“ผมไม่รู้ว่านักศึกษาและครอบครัวของพวกเขาจะคิดยังไงนะ แต่ผมเป็นคนหนึ่งที่ไม่ได้สนใจหรอกนะ ถ้าหากลูก ๆ ของผมจะเรียนรู้อะไรจากหนังโป๊น่ะ” ศาสตราจารย์กอดดาร์ด กล่าว

ภาพจาก Picsee.net

ทำดีต้องชม ! แท็กซี่มีน้ำใจซิ่งฝ่ารถติด ส่งหญิงชราป่วยโรคหัวใจ ถึงมือหมอทันเวลา

 * ทำดีต้องชม ! แท็กซี่มีน้ำใจซิ่งฝ่ารถติด ส่งหญิงชราป่วยโรคหัวใจ ถึงมือหมอทันเวลา *

แท็กซี่ส่งหญิงชรา เป็นโรคหัวใจ แท็กซี่ส่งหญิงชรา เป็นโรคหัวใจ

เปิดเรื่องเล่าการันตีคนไทยมีน้ำใจ เมื่อแท็กซี่ซิ่งฝ่ารถติด ส่งหญิงชราป่วยโรคหัวใจวัยถึงมือหมอได้ทันเวลา น้ำใจของมนุษย์เยียวยาได้ทุกอย่างจริง ๆ

เราอาจจะเคยได้ยินแต่เรื่องด้านลบ ๆ เกี่ยวกับคนขับแท็กซี่มามาก ว่าไม่มีน้ำใจมักจะปฏิเสธผู้โดยสาร ด้วยคำพูดสุดคลาสสิก “ไม่ไปครับ แก๊สหมด” “ไปคนละทาง รถติด” แต่วันนี้ เราลองมาฟังเรื่องราวด้านบวกของคนขับแท็กซี่กันบ้าง

โดยผู้ใช้งานเฟซบุ๊ก Ciel Ruamporn ได้เล่าถึงความประทับใจของพนักงานขับแท็กซี่คันหนึ่งว่า

เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2559 ตนได้รับโทรศัพท์จากแม่ว่า แน่นหน้าอกหายใจไม่ออก จึงตัดสินใจนั่งแท็กซี่กลับบ้าน เพราะรู้ดีว่า คนอย่างแม่หากไม่รู้สึกแย่มาก ๆ จะไม่รบกวนลูกเลย เมื่อพี่สาวตนกลับมาก็เลยจะพาแม่ไปหาหมอ แต่ละแวกบ้านตนหาแท็กซี่ยากมาก

ในที่สุดก็โชคดีเจอแท็กซี่คันหนึ่ง จึงเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับอาการป่วยของแม่ให้ฟังคร่าว ๆ คนขับแท็กซี่จึงประสาน จส. 100 เพื่อขอทราบเส้นทางที่โล่งที่สุด แต่ขณะนั้นถนนทุกเส้นไม่เว้นแม้กระทั่งทางด่วนก็ติด แท็กซี่จึงตัดสินใจใช้ทางราบแทน สักพักแม่เกิดอาการตาค้าง พูดสั้น ๆ ว่าหายใจไม่ออก คนขับแท็กซี่จึงประสานงาน จส. 100 อีกครั้ง เพื่อขอเส้นทางพร้อมระบุว่า มีคนป่วยอายุ 81 ปี หายใจไม่ออกจากนั้น จึงรีบขับรถโดยฝ่าไฟแดงทุกแยกที่่มีมอเตอร์ไซค์จอดขวางอยู่ พร้อมกับที่ตนได้ตะโกนเพื่อขอทาง จนรถมอเตอร์ไซค์คันหนึ่ง ขับไปขวางทางสี่แยกที่เป็นไฟเขียว

ขณะที่เหลือไม่ถึง 2 แยกจะถึงโรงพยาบาล ตนบอกแม่ไปแบบนั้น และปลุกให้คุณแม่ฮึดสู้ ส่วนคนขับแท็กซี่เมื่อเห็นทางที่กำลังจะไปรถติดหนักมากจึงตัดสินใจขับสวนเลนขึ้นมา พร้อมเปิดกระจกรถขอทาง ซึ่งได้รับความร่วมมืออย่างดี จนในที่สุดแม่ก็ถึงมือหมอ ตนได้ให้ค่ารถจำนวนหนึ่งแก่คนขับแท็กซี่ แต่เขาขอปฏิเสธ ซึ่งตนก็พยายามขอให้เก็บค่ารถไว้ถึงแม้จำนวนไม่มากเลยเมื่อเทียบกับชีวิตแม่

ทั้งนี้ ตนอยากสื่อให้รู้ว่า ท่ามกลางความยุ่งเหยิงของโลกใบนี้ ยังมีคนดีอยู่ให้ชื่นใจ คำขอบคุณ กี่แสนล้านคำก็ไม่สามารถเทียบกับน้ำใจที่มอบให้แม่

ตอนนี้แม่ปลอดภัย และพักฟื้นหลังจากผ่าตัดหัวใจในวัย 81 ปี

ภายหลัง จากกระทู้ของคุณ Ciel Ruamporn ได้เผยแพร่สู่สาธารณะ ผู้ใช้งานเฟซบุ๊ก ต่างพากันยกย่องและชื่นชมน้ำใจคนไทย พร้อมระบุว่า คนไทยมีน้ำใจเสมอ

ภาพและข้อมูลจาก เฟซบุ๊ก Ciel Ruamporn