แฉเบื้องหลังเน็ตไอดอลหน้าหล่อหุ่นดี เจอตัวจริงแทบช็อค! ลงพุง เหมือนไม่ได้ขี้มา 3 เดือน

แฉเบื้องหลังเน็ตไอดอลหน้าหล่อหุ่นดี เจอตัวจริงแทบช็อค! ลงพุง เหมือนไม่ได้ขี้มา 3 เดือนแฉเบื้องหลังเน็ตไอดอลหน้าหล่อหุ่นดี เจอตัวจริงแทบช็อค! ลงพุง เหมือนไม่ได้ขี้มา 3 เดือนงานแฉงานขุดคุ้ยความจริงมีมาอีกแล้วนะยะกับภาพที่มือดีแอบไปฉกมา หลังเจอรูปร่างหน้าตาและหุ่นที่แท้จริงของเน็ตไอดอลชื่อดัง อเล็ก หรือผู้ใช้ชื่อเฟสบุคว่า Alex Kasit (อเล็กซ์ กสิทธิ์ วรชิงตัน) ที่มีแฟนคลับติดตามเป็นแสนๆคน จัดว่าเป็นเน็ตไอดอลหน้าหล่อหุ่นดีที่สาวแท้สาวเทียมที่เห็นในเฟสต้องกรี๊ดดิ้นทุรนทุรายในความหล่อหุ่นแซ่บน่ากิน!!แฉเบื้องหลังเน็ตไอดอลหน้าหล่อหุ่นดี เจอตัวจริงแทบช็อค! ลงพุง เหมือนไม่ได้ขี้มา 3 เดือนรูปที่โพสในเฟสบุคหล่อมาก โดยเฉพาะหุ่นแทบไม่มีใครรู้ความจริงเลยว่าเจอตัวจริงนั้นแทบช็อค อ้วนลงพุงเหมือนไม่ได้ขี้มา 3 เดือน ก่อนหน้านี้ก็มีการออกมาแฉหุ่นที่แท้จริงของเน็ตไอดอลชื่อดังสาวคนหนึ่งเรื่องรูปที่โพสในเฟสบุคกับหุ่นจริงนั้นต่างกันราวฟ้ากับเหว ล่าสุดมาถึงกรณีของหนุ่ม อเล็ก นี่แหละที่ทำให้ชาวโซเซียลถึงกับสะพรึงไม่น่าเชื่อว่าจะลวงโลก อีกรายแล้วค๊า!!แฉเบื้องหลังเน็ตไอดอลหน้าหล่อหุ่นดี เจอตัวจริงแทบช็อค! ลงพุง เหมือนไม่ได้ขี้มา 3 เดือนแฉเบื้องหลังเน็ตไอดอลหน้าหล่อหุ่นดี เจอตัวจริงแทบช็อค! ลงพุง เหมือนไม่ได้ขี้มา 3 เดือน.ก่อนหน้านี้หนุ่มอเล็ก ก็เคยไปออกรายการทีวีพูดถึงแรงบันดาลใจว่าตัวเองเคยเป็นผู้ใช้แรงงานวันละ 300 จนมีเงินเป็นล้านหลังพลันตัวไปทำศัลยกรรม แถมยังมีการพูดถึงคำแนะนำดูแลรูปร่างหน้าตาหุ่นสม่ำเสมอจนเจ้าตัวเป็นเน็ตไอดอลสุดฮอตที่มีงานรีวีวมาไม่ขาดสาย แต่ไม่รู้เจ้าตัวไปทำอีท่าไหนถึงกลายเป็นคนอ้วนหุ่นเผละ เข้าไปส่องเฟสทีไรในเฟส Alex Kasit ก็ไม่เคยมีภาพหลุดหรือเค้าโครงเลยว่าตัวจริงจะลงพุงซะดูน่าเกลียดแบบนี้ จนกระทั่งความจริงถูกเปิดโปงว่ารูปร่างที่แท้จริงพุงยื่นย้วยเป็นห่วงชูชีพ งานนี้สาวแท้สาวเทียมที่แอบปลื้มในความหล่อความฟิตคงต้องสะบัดบ็อบใส่!! อารมณ์เสียไปตามๆกัน แหมทำให้มโนจินตนาการมาตั้งนาน พอเจอตัวจริงเสียงจริงเลยรู้สึกรับไม่ได้ ขอบอกว่างานนี้ไม่ได้ตัดต่อรูปเพราะภาพที่หลุดออกมานั้นคือหนุ่ม อเล็ก คนเดิม  แต่เพิ่มเติมความย้วยของพุงค๊า!!แฉเบื้องหลังเน็ตไอดอลหน้าหล่อหุ่นดี เจอตัวจริงแทบช็อค! ลงพุง เหมือนไม่ได้ขี้มา 3 เดือนแฉเบื้องหลังเน็ตไอดอลหน้าหล่อหุ่นดี เจอตัวจริงแทบช็อค! ลงพุง เหมือนไม่ได้ขี้มา 3 เดือนแต่อย่างว่าแหละคนเราอาจอยู่ในช่วงพลั้งเผลอ กินเยอะ!!  แฟนทิ้ง!! บวมน้ำ หรือเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ที่ทำให้อ้วนน้ำหนักเพิ่มขึ้นมาได้ ขนาดดาราดังๆที่เห็นว่าหล่อๆ แต่พอเจอตัวจริงก็ไม่ได้หน้าตาดีหรือหุ่นดีอย่างในทีวี  นับประสาอะไรก็เน็ตไอดอลละยะ เอาเป็นว่า ณ จุดๆนี้ ขอเป็นกำลังใจให้กับหนุ่ม อเล็กซ์ แล้วกันนะจ้ะ ให้รีบกลับมาผอมอย่างด่วนๆ เดียวเสียเรตติ้ง  จะหาว่าเจ้ไม่เตือน!!!! ฝากส่งกำลังใจให้ฮีด้วยที่เฟส Alex Kasit (อเล็กซ์ กสิทธิ์ วรชิงตัน)  เอาใจช่วยนะยู!!!แฉเบื้องหลังเน็ตไอดอลหน้าหล่อหุ่นดี เจอตัวจริงแทบช็อค! ลงพุง เหมือนไม่ได้ขี้มา 3 เดือนแฉเบื้องหลังเน็ตไอดอลหน้าหล่อหุ่นดี เจอตัวจริงแทบช็อค! ลงพุง เหมือนไม่ได้ขี้มา 3 เดือนแฉเบื้องหลังเน็ตไอดอลหน้าหล่อหุ่นดี เจอตัวจริงแทบช็อค! ลงพุง เหมือนไม่ได้ขี้มา 3 เดือน

ที่มา>>>baabin

กระบะชนท้ายสิบล้อบรรทุกฟาง รถพังยับ หนุ่มขอนแก่นดับคาซาก

หนุ่มขอนแก่น ขับกระบะชนท้ายสิบล้อบรรทุกฟางอย่างแรง รถพังยับเยินอัดก๊อบปี้ร่างคนขับเสียชีวิตคาซาก ส่วนสิบล้อพลิกคว่ำกลางถนน ด้าน ตร.วิเศษชัยชาญ เร่งสอบละเอียด ยันให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย

เมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 26 เม.ย. 59 ร.ต.ท.บรรจบ จ้อยศรีเกตุ รอง สว.สส.สภ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง ได้รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถกระบะชนท้ายสิบล้อบรรทุกฟาง มีผู้เสียชีวิตติดอยู่ภายในรถกระบะ บริเวณถนนสายโพธิ์พระยา-ท่าเรือ หมู่ 6 ต.หัวตะพาน อ.วิเศษชัยชาญ จึงรุดไปตรวจสอบ พร้อมด้วยแพทย์พยาบาล รพ.วิเศษชัยชาญ เจ้าหน้าที่วีอาร์กู้ภัยอ่างทอง และเจ้าหน้าที่กุศลวิเศษชัยชาญ

ที่เกิดเหตุ พบรถกระบะอีซูซุ ดีแมคซ์ ทะเบียน 1ฒฐ 4617 กรุงเทพมหานคร สภาพเสียหายอย่างหนัก มีผู้เสียชีวิตติดอยู่ภายใน 1 ราย เจ้าหน้าที่ใช้เครื่องมือตัดถ่างนำร่างออกมาจากซากรถ ทราบชื่อ นายศาสตรา พลมาตร อายุ 31 ปี บ้านเลขที่ 4 หมู่ 7 ต.ห้วยเตย อ.ชำสูง จ.ขอนแก่น ก่อนส่งชันสูตรเพิ่มเติมที่ รพ.วิเศษชัยชาญ ห่างกันเล็กน้อยพบรถสิบล้อบรรทุกฟาง ทะเบียน 83-9083 สุพรรณบุรี พลิกคว่ำอยู่กลางถนน ผู้ขับขี่คือ นายสมเคียน บุญผาด อายุ 51 ปี

เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ

นายสมเคียน ให้การเบื้องต้นว่า ขับรถบรรทุกฟางออกจาก จ.สุพรรณบุรี มุ่งหน้าสู่ อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง เมื่อถึงที่เกิดเหตุมีรถกระบะพุ่งชนท้าย ทำให้รถสิบล้อบรรทุกฟางพลิกคว่ำกลางถนน และรถกระบะมีผู้เสียชีวิตดังกล่าว

ด้าน ร.ต.ท.บรรจบ เปิดเผยว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการตรวจสอบพยานหลักฐานแวดล้อมในที่เกิดเหตุและพยานบุคคล เพื่อทำการสอบสวนถึงสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุ ให้เกิดความถูกต้องและเป็นธรรมต่อคู่กรณีทั้ง 2 ฝ่ายต่อไป.

ที่มา>>>Thairath

คุมได้แล้ว ไฟไหม้ทุ่งหญ้าสะวันนาพังงา วอดกว่า 1.2 พันไร่

ปภ.พังงา ระดมเจ้าหน้าที่หลายฝ่ายร่วมชาวบ้าน เข้าดับไฟไหม้ทุ่งหญ้าสะวันนาเมืองไทย ล่าสุดคุมสถานการณ์ได้แล้ว สั่งเฝ้าระวังอีก 1 วัน ขณะพื้นที่ถูกเพลิงไหม้เสียหายกว่า 1,000 ไร่

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 26 เม.ย. 59 นางกุลธารินท์ โรจนสุรสีห์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพังงา พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่สํานักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 12 สาขากระบี่ เจ้าหน้าที่ป้องกันไฟป่าพังงา พร้อมชาวบ้านในพื้นที่รวมกว่า 100 คน ร่วมกันเข้าสกัดไฟที่กำลังลุกไหม้ที่ทุ่งหญ้าสะวันนา ม.2 ต.เกาะพระทอง อ.คุระบุรี ซึ่งไฟไหม้เป็นบริเวณกว้างกินเนื้อที่มากกว่า 1,200 ไร่ไฟไหม้ทุ่งสะวันนา เกาะพระทอง จ.พังงา

ทั้งนี้ การควบคุมสถานการณ์ไฟไหม้เป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากบริเวณดังกล่าวเป็นทุ่งหญ้าแห้ง ประกอบกับบริเวณที่เกิดเหตุไม่มีแหล่งน้ำที่จะใช้ดับไฟ และการเข้าพื้นที่เป็นไปอย่างยากลำบาก รถบรรทุกน้ำไม่สามารถเข้าถึงบริเวณไฟไหม้ ทำให้เกิดผลกระทบต่อการท่องเที่ยวทางธรรมชาติบนเกาะพระทอง และไฟป่ายังได้ทำลายระบบนิเวศอันเป็นขุมทรัพย์ที่สำคัญของพื้นที่ อีกทั้ง ปัญหาหมอกควันไฟเป็นมลพิษทางอากาศเริ่มส่งผลกระทบของนักท่องเที่ยวและประชาชนแล้ว

ล่าสุด จ.พังงา ได้ขอสนับสนุนเฮลิคอปเตอร์จากกรมการฝนหลวงและการบินเกษตร เพื่อช่วยเคลื่อนย้ายอุปกรณ์ที่ใช้ในการดับไฟป่าของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จาก จ.ตรัง มายังเกาะพระทอง แล้วเจ้าหน้าที่เร่งดับเพลิง

นางกุลธารินท์ กล่าวว่า ไฟไหม้บริเวณทุ่งหญ้าสะวันนาพื้นที่ 4 หมู่บ้าน ต.เกาะพระทอง สามารถควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว แต่ยังมีการคุกรุ่นอยู่หลายจุด และไฟจะลุกไหม้ในช่วงอากาศร้อนจัดเกือบทุกวัน จึงระดมทีมจากภาคส่วนต่างๆ เข้าดับให้สนิท ป้องกันการลุกไหม้ ประกอบกับได้รับการสนับสนุนรถไถจากผู้ประกอบการบนเกาะมาช่วยไถทำแนวกันไฟจนสามารถควบคุมไฟได้ระดับหนึ่ง จึงให้เจ้าหน้าที่อยู่ในพื้นที่เฝ้าระวังอีก 1 วัน หากไม่มีการไหม้เกิดขึ้นอีกจะยกเลิกภารกิจ และให้ทางชาวบ้านในพื้นที่เฝ้าระวัง และพร้อมที่จะสนับสนุนเครื่องพ่นน้ำสะพายหลัง เนื่องจากเป็นความต้องการของคนในพื้นที่.เสียหายกว่า 1.2 พันไร่

คุมเพลิงได้แล้ว

ที่มา>>>Thairath

จับเก๋งลอบขนไม้พะยูงที่นครพนม อ้างมี ตร. ช่วยเคลียร์เส้นทาง

ตำรวจทางหลวง สกัดจับเก๋งที่นครพนม ลักลอบขนพะยูง มูลค่าไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท ผู้ต้องหาสารภาพ รับจ้างนายทุนครั้งละ 20,000 บาท อ้างมี ตำรวจ เอี่ยวเคลียร์เส้นทาง จนท.เร่งขยายผล

เมื่อวันที่ 25 เม.ย. 59 นายพีระ เอี่ยมสุนทร นายอำเภอบ้านแพง จ.นครพนม พร้อมด้วย พ.ต.ท.พงษ์เพชร จุลจำเริญทรัพย์ สว.ส.ทล.5 กก. 4 บก.ทล. พ.ต.กริชเพชร โภคา ผบ.ร้อย ทพ.2108 กกล.สุรศักดิ์มนตรี นายกิตติพันธ์ จันทร์นนท์ หัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ นพ.1 ต.พนอม อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงตรวจยึดจับกุม นายอลงกรณ์ พิมานรัมย์ อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 107/14 ตรอกสำโรงจันทร์ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา ผู้ต้องหาขบวนการค้าไม้พะยูงข้ามชาติพร้อมของกลางรถยนต์นิสสัน เซฟิโร่ สีเทา ทะเบียน พบ 4794 กทม. ภายในรถบรรทุกไม้พะยูง ขนาดประมาณ 1-2 เมตร ทั้งหมด 30 ท่อน

ทั้งนี้ จับกุมได้เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา ภายหลังเจ้าหน้าที่สืบทราบว่าจะมีการลักลอบขนไม้พะยูงไปลงเรือส่งออกไปขายประเทศเพื่อนบ้าน ในพื้นที่ อ.บ้านแพง จ.นครพนม กระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงพบรถยนต์ต้องสงสัย 2 คัน วิ่งผ่านเส้นทางจาก อ.ศรีสงคราม ไปยัง อ.บ้านแพง โดยมีรถยนต์ฮอนด้า แอคคอร์ด สีเทา ไม่ทราบทะเบียน วิ่งนำหน้าเคลียร์เส้นทาง เจ้าหน้าที่จึงพยายามติดตามสกัดตรวจสอบ และสามารถตรวจยึดจับกุมรถยนต์นิสสัน ได้บริเวณถนนหมายเลข 212 เขตพื้นที่ บ้านไชยศรี ต.หนองแวง อ.บ้านแพง จ.นครพนม ตรวจสอบพบบรรทุกไม้พะยูงมาเต็มคันรถ มี นายอลงกรณ์ เป็นคนขับ ส่วนรถยนต์เคลียร์เส้นทางหลบหนีไปได้จากการสอบสวน ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า รับจ้างนายทุนที่เป็นขบวนการค้าไม้พะยูง จำนวน 20,000 บาท ขับรถมาจาก อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม เพื่อนำไปลงเรือในพื้นที่ อ.บ้านแพง โดยจะมีขบวนการค้าไม้พะยูงที่อ้างว่าเป็นตำรวจ คอยติดต่อทางโทรศัพท์เพื่อเคลียร์เส้นทางตลอด จนกระทั่งมาถูกตำรวจทางหลวงสกัดจับกุม ซึ่งภายหลังเจ้าหน้าที่ตรวจสอบโทรศัพท์มือถือผู้ต้องหา พบมีรายชื่อบุคคลเกี่ยวข้องหลายคน ที่โทรเข้ามาประสานงานในช่วงทำการจับกุม นอกจากนี้ ยังมีหมายเลขโทรศัพท์บุคคลที่อ้างว่าเป็นตำรวจ ติดต่อมาตลอด โดยผู้ต้องหาให้การว่า นายตำรวจดังกล่าวเป็นคนประสานงานเคลียร์เส้นทาง

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จะรวบรวมหลักฐานเพื่อสอบสวนเชิงลึกตรวจสอบข้อเท็จจริงว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่มีเอี่ยวตามข้อมูลหรือไม่ หรือเพียงเป็นการแอบอ้าง พร้อมเร่งขยายผลติดตามผู้ร่วมขบวนการมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป และประสานงานหน่วยงานเกี่ยวข้องขยายผลติดตามจับกุมผู้ร่วมขบวนการ ตัดวงจรการค้า ไม่ให้มีการลักลอบขนส่งไปขายประเทศเพื่อนบ้าน ส่วนมูลค่าของกลางคิดเป็นเงินไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท เนื่องจากปัจจุบันไม้พะยูง หายาก ทำให้มีราคาแพง.

ที่มา>>>Thairath

‘เวียร์’ ปลื้มฉลองวันเกิดกับแม่ที่อเมริกา ไร้ของขวัญจาก ‘เบลล่า’ ไม่เร่งมีครอบครัว

หลังจากมีข่าวเม้าท์ถี่ว่าพระเอกมาดเข้ม เวียร์–ศุกลวัฒน์ คณารศ ห่างกับนางเอกหน้าหวาน เบลล่า–ราณี แคมเปน ออกมาเป็นระยะ แต่ทั้งคู่ก็ยังยืนยันสถานะว่ายังคุยกันเหมือนเดิม ทำเอาหลายคนที่คอยเชียร์ก็ลุ้นว่า สงกรานต์ที่ผ่านมาคู่นี้จะมีเซอร์ไพรส์ควงกันไปสวีตด้วยกันบ้างรึเปล่า แต่พระเอกฮอตกลับควงคุณแม่ยังสาวเที่ยวอเมริกาแทนซะงั้น เจอ เวียร์ มาร่วมงาน “Big Bike 2016”ที่ศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 เลยถามว่า ทริปนี้เป็นยังไงบ้าง? “ก็ได้พักผ่อนเต็มที่ครับ เราไปกันประมาณ 8-9 วัน ซึ่งทริปนี้เราก็ไปเที่ยวกันแบบทุกที่ที่สามารถไปได้เลย เพราะ เรามีเวลาน้อย อีกอย่างเราไม่เคยไปอเมริกา ไม่เคยไปซานฟรานซิสโก ดังนั้นผมก็เลยยกหน้าที่ให้คุณแม่เป็นคนจัดทริปทั้งหมด ท่านอยากไปไหนผมก็ไปด้วยครับ”

หลายคนก็ชมว่าคุณแม่ยังดูเด็กและก็สวยมาก? “จริงๆท่านอายุไม่เยอะครับ และท่านก็เป็นคนที่ดูแลตัวเอง อาหารการกินท่านก็เลือกทานแต่ที่ดีต่อสุขภาพ การออกกำลังกายก็ยังคงปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ ผมเห็นท่านเป็นแบบนี้มาตั้งแต่เด็กๆแล้ว ท่านก็ไม่เคยเปลี่ยนเลย” บางคนถึงขนาดชมว่าเป็นพี่สาว? “ครับผม ท่านก็ดีใจนะ เวลามีคนชม เพราะท่านเป็นผู้หญิง” ทริปนี้พอได้ใช้เวลากับคุณแม่เต็มที่แฮปปี้มากเลยมั้ย? “ดีครับ ได้ชาร์จแบตเต็มที่เลย” แบบนี้เราจะต้องบินไปหาคุณแม่ตลอด หรือว่าคุณแม่จะบินมาหาเราที่ไทย? “แล้วแต่ความสะดวก ของเราทั้งคู่ครับผม” เห็นว่าได้มีโอกาสฉลองวันเกิดกับท่านด้วย? “ใช่ครับผม ปกติเราจะฉลองกันผ่านเฟซไทม์ หรือไม่ก็วีดิโอคอลตลอด เพราะเราไม่ค่อยได้เจอกัน แต่ปีนี้ก็ถือเป็นปีที่ดีนะครับ ได้มีโอกาสฉลองวันเกิดด้วยกัน” คุณแม่ให้ของขวัญอะไรเราบ้าง? “ท่านจัดทริปให้ผมได้ไปแกรนด์แคนยอน ได้ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ ตื่นเต้นมากเลยนะ เหมือนเด็กๆเลย เยี่ยมมากครับ”เบลล่า–ราณี

วันเกิดปีนี้เบลล่ามีของขวัญพิเศษอะไรมอบให้เราบ้างมั้ย? “ยังเลยครับ แต่ก็มีอวยพรให้กันตามปกติ ส่วนเรื่องของที่ซื้อให้กันอันนี้ยังไม่มีเลย” คุณแม่เราอยากเจอน้องบ้างรึยัง? “คุณแม่ยังไม่รีบครับ เพราะท่านยังมองว่าผมเป็นเด็กอยู่และสำหรับตัวผมเอง ผมก็รู้สึกว่าผมยังอยากสร้างตัวเองให้มั่นคงก่อน อยากทำให้ ชีวิตมีเป้าหมายนิดหนึ่ง สัก 30 ไม่เกิน 40 ก็น่า จะมีครอบครัว มีลูกมีเต้าได้แล้ว”.

ที่มา>>>Thairath

ช็อก ลูกสาวแจ้งจับพ่อ! ข่มขืนมาราธอนตั้งแต่ ป.1ยัน ม.1

(เครดิตภาพจาก นาวาตรีธนชัย รอดทัศนา นรข.เขตเชียงราย)

หนุ่มใหญ่วัย 49 ที่เชียงราย ตกเป็นผู้ต้องหา ถูกตร.กับนรข.บุกจับคาบ้านหลังลูกสาวแจ้งความ ให้การกับสหวิชาชีพว่า ถูกพ่อแท้ๆ ข่มขืนตั้งแต่เรียน ป.1 จนตอนนี้ขึ้นม.1 แล้ว ค้นบ้านเจอถุงยางอนามัย แต่ยังปฏิเสธ อ้างลูกโกรธที่ถูกห้ามคบเพื่อนชาย

วันที่ 23 เม.ย. 59 พ.ต.ท.วีรธร เนตรบุตร รอง ผกก.สส.รรท.ผกก.สภ.บ้านแซว จ.เชียงราย พร้อมด้วย น.ต.ธนชัย รอดทัศนา หน.สถานีเรือ นรข.เขตเชียงราย ร.อ.โกมินทร์ บุญภา ผบ.ร้อย ทหารพราน 3103 และร.ต.ท.พิชิตพงศ์ ทะนันชัย รอง สว.สส. สภ.บ้านแซว นำหมายศาลจังหวัดเชียงราย เข้าจับกุมตัวนายคำ (นามสมมติ) อายุ 49 ปี ชาวบ้าน ต.แม่เงิน อ.เชียงแสน ในข้อหาข่มขืนกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกินสิบสามปี โดยเป็นการกระทำแก่ทายาท หรือผู้สืบสันดาน และบุคคลนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ จากการตรวจค้นในบ้านพบถุงยางอนามัย จำนวนหนึ่ง เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐานทั้งนี้ สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 18 เม.ย.59 ได้มีลุงพาหลานสาว อายุ 13 ปี เข้าแจ้งความกับ พ.ต.ต.ณัฐพงศ์ อูปป้อ สว.(สอบสวน) สภ.บ้านแซว ว่า หลานสาวถูกนายคำ พ่อแท้ๆ ข่มขืน ทางพ.ต.ต.ณัฐพงศ์ จึงได้ติดต่อสหวิชาชีพเพื่อมาร่วมสอบสวน จากนั้นได้นำตัวเด็ก พร้อมด้วยผู้เป็นลุง เข้าพบสหวิชาชีพ ที่สำนักงานอัยการจังหวัดเชียงราย ซึ่งเด็กได้เล่าให้ฟังว่า ตั้งแต่ตน อยู่ชั้น ป.1 ได้ถูกนายคำ ผู้เป็นพ่อข่มขืนเรื่อยมา จนตอนนี้เรียนอยู่ ชั้น ม.1 โรงเรียนแห่งหนึ่ง

เด็กหญิงเล่าด้วยว่า คืนวันที่ 11 เม.ย.ที่ผ่านมา นายคำเมาเหล้ากลับเข้าบ้าน และทำท่าจะเข้ามาลวนลาม ตนเห็นท่าไม่ดี รีบวิ่งหนีไปหลบอยู่นอกบ้าน รอจนนายคำหลับจึงเข้าบ้าน แต่พอเช้า นายคำได้ด่าทอ ตนจึงได้ออกจากบ้านไปอยู่บ้านญาติ ที่ ต.เวียง อ.เชียงแสน โดยพักอยู่ 2 คืน ญาติก็จะนำตัวส่งกลับบ้าน แต่ตนไม่ยอมกลับเพราะกลัวพ่อจะทำร้ายและข่มขืนอีก จนสุดท้ายเมื่อวันที่ 16 เม.ย.ได้ไปอาศัยอยู่กับเพื่อนผู้หญิง ที่บ้านป่าคา พอลุงรู้เรื่องว่าตนหนีออกจากบ้านก็มารับไปอยู่ด้วย แล้วจะนำตนส่งกลับบ้าน จึงตัดสินใจเล่าความจริงให้ลุงฟัง พอทราบเรื่องลุงตกใจ และได้ปรึกษาพวกญาติๆ ก่อนนำตนเข้าแจ้งความ

ทางด้าน นายคำ ผู้เป็นพ่อ เจ้าหน้าที่ตำรวจ และทหาร นำหมายศาลเข้าจับกุมตัวขณะนอนอยู่ในบ้าน พอชาวบ้านข้างเคียงทราบว่า นายคำข่มขืนลูก ต่างพากันโกธรแค้น เตรียมจะใช้ก้อนหินขว้างปาใส่ แต่เจ้าหน้าที่ได้ห้ามไว้ แล้วรีบนำตัวขึ้นรถของ นรข.เขตเชียงรายออกมา

อย่างไรก็ตาม จากการสอบสวนต่อหน้า พ.ต.ท.วีรธร นายคำ ให้การปฏิเสธว่า ไม่ได้ข่มขืน ลูกสาว โดยอ้างว่าลูกคงโกรธ ที่ตนดุด่าว่ากล่าว ไม่ให้ไปคบกับเพื่อนชาย เพราะภรรยาของตนซึ่งเป็นแม่ขอเด็กเป็นใบ้ พูดไม่ได้ จึงไม่สามารถจะสั่งสอนลูกได้.

ที่มา>>>Thairath

เพิ่งไปเรียนวันเดียว! โจ๋เจ้าถิ่นรัวกระสุนหนุ่ม กศน. ร่างพรุนดับ!

หนุ่ม กศน. ชั้น ม.3 ขี่จักรยานยนต์เข้าสุขาภิบาล 5 ซอย 16 เจอแก๊งวัยรุ่นมั่วสุมสี่คูณร้อย สาดกระสุนทั่วร่าง วิ่งหนีซ่อนในป่ากกหายใจรวยริน จนท.รุดช่วยปั๊มหัวใจ ยื้อไม่ไหวสุดท้ายเสียชีวิต พ่อแม่เผย เพิ่งไปเรียนได้วันเดียว

เมื่อเวลา 03.00 น. วันที่ 23 เม.ย. 59 ร.ต.อ.เกียรติศักดิ์ โพธิ์พระ รอง สว.สส.สน.คันนายาว รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกทำร้ายด้วยอาวุธปืนเสียชีวิต บริเวณปากซอยสุขาภิบาล 5 ซอย 16 ถนนสุขาภิบาล 5 แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กรุงเทพฯ จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนรุดตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อม พล.ต.ต.เจริญ ศรีศศลักษณ์ ผบก.น.2 พ.ต.อ.ธีระชัย ชำนาญหมอ ผกก.กก.สส.บก.น.2 พ.ต.ท.วีระ งามเลิศ รอง ผกก.สส.สน.คันนายาว พ.ต.ท.พงษ์สิทธิ์ ปาลาพงศ์ สว.สส.สน.คันนายาว เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน แพทย์นิติเวช รพ.ตำรวจ และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูที่เกิดเหตุบริเวณฟุตปาทด้านข้างบริษัท โชติพิพัฒน์ค้าไม้ จำกัด ห่างจากปากซอยดังกล่าวประมาณ 50 เมตร พบร่าง นายภูเบศ บางแดง อายุ 16 ปี นักเรียน กศน. ย่านบางเขน ชั้น ม.3 ถูกอาวุธปืนไม่ทราบขนาดยิงเข้าที่บริเวณใบหน้า ลำคอ หน้าอกซ้าย แผ่นหลัง และตามลำตัวหลายนัด สภาพนอนหงายจมกองเลือดหายใจรวยริน เจ้าหน้าที่พยายามปั๊มหัวใจช่วยเหลือ แต่เนื่องจากผู้ได้รับบาดเจ็บอาการสาหัสทำให้เสียชีวิตในเวลาต่อมา ตรวจสอบพบปลอกกระสุนลูกซองไม่ทราบขนาดอยู่ในกระเป๋าเสื้อแจ็กเก็ตทางด้านขวา 1 นัด เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

สอบสวนชาวบ้านในละแวกดังกล่าวให้การว่า ขณะพักผ่อนอยู่ในบ้านได้ยินเสียงปืนดังขึ้นติดต่อกัน 6-7 นัด จากนั้นได้ยินเสียงรถจักรยานยนต์ออกไปทางปากซอย แต่ไม่กล้าออกมาดู เพราะกลัวถูกลูกหลง และในซอยดังกล่าวมักจะมีกลุ่มวัยรุ่นมามั่วสุมเสพยาอยู่เป็นประจำ จนเป็นที่เอือมระอาของชาวบ้าน

พล.ต.ต.เจริญ กล่าวว่า จากการซักถามบิดามารดาของผู้ตายทราบว่า ผู้ตายเคยอยู่โรงเรียนแห่งหนึ่งย่านบางเขน ชั้น ม.3 แต่ดรอปเรียนไว้ และกำลังศึกษาต่อที่ กศน. โดยเพิ่งไปเรียนได้เพียงวันเดียว ก่อนหน้านี้ผู้ตายมักจะเดินทางเข้ามาหาเพื่อนที่อยู่ภายในซอยดังกล่าวเป็นประจำ โดยวันนี้ขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้า เอ็มเอสเอ็กซ์ สีเหลือง 4กร3866 กรุงเทพมหานคร เข้ามาในซอยเพียงลำพัง เมื่อเข้ามาถึงบริเวณกลางซอยพบกลุ่มวัยรุ่นที่ตั้งโต๊ะมั่วสุมสี่คูณร้อยอยู่หลายคน

ทั้งนี้ สันนิษฐานว่าผู้ตายอาจจะเข้ามั่วสุมด้วย หรืออาจจะเข้ามาทำอะไรสักอย่างแต่เจอกับคู่อริ ก่อนจะถูกระดมยิงด้วยอาวุธปืนขณะนั่งคร่อมรถจักรยานยนต์ จากนั้นวิ่งหนีเข้าไปหลบในป่ากกข้างทาง ก่อนจะโทรศัพท์บอกเพื่อนว่าถูกยิงและให้เดินทางมารับ

ซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งและเดินทางมาถึง เพื่อนผู้ตายเดินทางกลับไปแล้ว ส่วนเจ้าหน้าที่มูลนิธิช่วยเหลือนำผู้ตายออกมาจากจุดที่ถูกยิง ก่อนจะพยายามจะปั๊มหัวใจแต่ไม่สำเร็จ มาเสียชีวิตบริเวณปากซอย โดยอาวุธปืนที่คนร้ายใช้คาดว่าจะมีมากกว่า 2 กระบอก เพราะบาดแผลมีทั้งรอยกระสุนปืนลูกซอง และกระสุนปืนขนาด 9 มม. ที่ด้านหลังผู้ตาย อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ทราบชื่อกลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุแล้ว ซึ่งอยู่ภายในซอยที่เกิดเหตุ และอยู่ระหว่างการติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดี.

ที่มา>>>Thairath

สั่งวัดปัญจคีรีฯ เมืองกาญจน์ หยุดทำกิจกรรม ตั้งสำนักสงฆ์ไม่ถูกต้อง

พ่อเมืองกาญจนบุรี สั่งส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เข้าตรวจสอบ วัดปัญจคีรีรัตนาราม หมู่ 7 ต.ลาดหญ้า อ.เมือง พบ ตั้งวัดโดยไม่ได้รับอนุญาตและครอบครองที่ดิน สปก.ไม่ถูกต้อง พร้อมให้หยุดทำกิจกรรมสงฆ์ รื้อป้ายชื่อวัดออก…

เมื่อวันที่ 21 เม.ย.59 นายศักดิ์ สมบุญโต ผวจ.กาญจนบุรี ได้สั่งการให้นายยงยุทธ สุโนภักดิ์ ป้องกันจังหวัดกาญจนบุรี พร้อมด้วยนายสมชาย แสงชัยศรียากุล นักวิชาการศาสนา ผู้ชำนาญการ นายวัชรินทร์ วากะมะนนท์ ปฏิรูปที่ดินจังหวัดกาญจนบุรี พ.ท.วัชรภ บุรินทร์วัฒนา ผบ.ชป. พท.ร.9 พัน 1 พ.ต.อ. นิพนธ์ จันทร์ทอง ผกก.สภ.ลาดหญ้า นายสุวัฒนา ม่วงหวาน ปลัดอำเภอเมืองฯ ฝ่ายความมั่นคงฯ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กว่า 20 นาย เดินทางไปที่วัดปัญจคีรีรัตนาราม ตั้งอยู่หมู่ 7 บ้านหนองแก ต.ลาดหญ้า อ.เมือง จ.กาญจนบุรี

เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึงได้ขอพบพระครูใบฎีกาสนั่น ทองโสภา หรือฉายา ฉันทิสุโธเจ้าอาวาส เพื่อขอตรวจสอบใบสุทธิ์บัตรการเป็นพระภิกษุสงฆ์ และใบอนุญาตการตั้งสำนักสงฆ์ รวมทั้งใบอนุญาตการก่อสร้างวัด รวมทั้งเอกสารการถือสิทธิ์การครอบครองที่ดินดังกล่าวในเนื้อที่รวมทั้งสิ้น 13 ไร่ 47 ตรว.

จากการตรวจสอบเอกสารสิทธิ์การครอบครองที่ดินที่ตั้งวัดแห่งนี้ เป็นเอกสารสิทธิที่ดิน สปก.4-01 รวมทั้งการตรวจสอบใบอนุญาตพบว่า การก่อสร้างสำนักสงฆ์ และการเปลี่ยนแปลงเป็นวัดแห่งนี้ไม่มีใบอนุญาตแต่อย่างใด รวมทั้งที่ดินที่นำมาก่อสร้าง ก็ไม่มีการขออนุญาตไปทางสำนักงานปฏิรูปแต่อย่างใด การก่อสร้างสำนักสงฆ์และปัจจุบันได้ทำป้ายขนาดใหญ่หน้าวัด ก็ไม่มีการขอนุญาตแต่อย่างใด

ดังนั้น นายสมชาย แสงชัยศรียากุล นักวิชาการศาสนา ผู้ชำนาญการ จึงได้แจ้งให้ทางพระครูใบฎีกาสนั่น ทองโสภา เจ้าอาวาส ทำการยุติกิจกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวกับในเรื่องสงฆ์ โดยขอให้ทำการทุบ หรือนำแผ่นป้ายชื่อวัดออก เนื่องจากวัด หรือสำนักสงฆ์แห่งนี้ยังไม่มีการขออนุญาตในการก่อสร้างสำนักสงฆ์ หรือยกฐานะเป็นวัด ซึ่งผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น จะนำเสนอไปยัง ผอ.สำนักพุทธศาสนาจังหวัดกาญจนบุรี เพื่อรายงานให้มหาเถรสมาคมทราบต่อไปด้านนายวัชรินทร์ วากะมะนนท์ ปฏิรูปที่ดินจังหวัดกาญจนบุรี กล่าวว่าจากการตรวจสอบหลักฐานเอกสารการถือครองกรรมสิทธิในที่ดินพบว่า ที่ดินดังกล่าวอยู่ในเขตที่ดิน สปก.4-01 จำนวน 13 ไร่เศษ จากการสอบถามพระครูฎีกาสนั่น แล้วทราบว่าได้ซื้อที่ดินดังกล่าวมาจากผู้ใหญ่บ้านคนหนึ่งในพื้นที่ ซึ่งตามระเบียบข้อกฎหมายของที่ดิน สปก.4-01 ที่ดินดังกล่าวไม่สามารถจำหน่ายจ่ายแจกให้แก่ผู้ใดๆ ได้ ยกเว้นยกให้แก่ลูก หรือทายาทเท่านั้น ที่ดินผืนนี้ได้ทำการซื้อขายกันมาตั้งแต่ ปี 2538 ข้อสัญญาระบุไว้ให้นำมาเพาะปลูกเท่านั้น แต่ผู้ที่ถือครองได้นำไปขายและมีการนำที่ดินมาสร้างวัด ซึ่งผิดวัตถุประสงค์ตามระเบียบ ถือเป็นความผิด บทลงโทษก็คือต้องเพิกถอนสิทธิ ผลการตรวจสอบเรื่องนี้คงต้องนำเรื่องนี้รายงานให้ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรีทราบเรื่อง ก่อนจะส่งเรื่องไปให้ผู้บังคับบัญชาในสำนักงานปฏิรูปที่ดินทราบเรื่องเพื่อพิจารณาต่อไปด้านพระครูใบฎีกาสนั่น ทองโสภา ปัจจุบันอายุ 70 ปี บวชเรียนมาแล้ว 47 พรรษา กล่าวว่า อดีตอาตมาบวชอยู่ที่วัดคร้อพนัน อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี แล้วย้ายมาจำพรรษาอยู่ที่สำนักสงฆ์แห่งนี้ มานานกว่า 5 ปีแล้ว อาตมาไม่ทราบว่าการสร้างสำนักสงฆ์ หรือวัดแห่งนี่ โดยเฉพาะเรื่องที่ดิน อาตมาก็ไม่รู้ว่ามันผิดกฎหมายอย่างไร ชาวบ้านและผู้มีจิตศรัธาเขาเอากฐินมาทอด เอาเงินมาให้ซื้อที่ดินเพื่อสร้างวัด ที่ดินแปลงนี้ก็ซื้อต่อมาจากผู้ใหญ่บ้านโดยซื้อผ่อนเขามา 5 ปี ทุกวันนี้ก็ผ่อนเขาหมดแล้ว ชาวบ้านเขาต้องการให้สร้างวัดใกล้ในหมู่บ้าน เรื่องนี้ก็คงต้องแล้วแต่เจ้าหน้าที่เขาจะว่าอย่างไร ก็ต้องแล้วแต่

มีรายงานข่าวว่า สาเหตุที่ทำให้เกิดเรื่องร้องเรียนเรื่องนี้ น่าจะเป็นผลจากการที่พระครูใบฎีกาสนั่น ทองโสภา เจ้าอาวาสได้ทำใบฎีกากฐินสามัคคีบอกบุญไปตามสถานที่ต่างๆ โดยนำชื่อของข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ในพื้นที่ใส่ลงในใบกฐิน โดยที่เจ้าตัวไม่ทราบเรื่อง จึงมีการตรวจสอบที่มาของวัดแห่งนี้ ทำให้ประชาชนทำการร้องเรียนผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ให้ทำการตรวจสอบที่มาที่ไปของวัดดังกล่าว จนพบว่ามีการตั้งวัดโดยไม่ได้รับอนุญาตและครอบครองที่ สปก.ไม่ถูกต้อง.

ที่มา>>>Thairath

ศูนย์บริบาลช้างเชียงใหม่ ติด 1 ใน 10 สถานดูแลสัตว์ดีที่สุดระดับโลก

ภาพจาก ศูนย์บริบาลช้างแม่แตง

ข่าวดีของประเทศไทย ศูนย์บริบาลช้างจังหวัดเชียงใหม่ ได้รับการคัดเลือกให้ติดอันดับ 1 ใน 10 ของสถานที่บริบาล และดูแลสัตว์ที่ดีที่สุดระดับโลก จากการจัดอันดับโดยนิตยสารสิ่งแวดล้อมชื่อดัง โกลบอล ซิติเซน (Global Citizen)…เมื่อวันที่ 21 เม.ย.2559 นิตยสารชื่อดังระดับโลก โกลบอล ซิติเซน (Global Citizen) ซึ่งเป็นนิตยสารที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมที่มีผู้อ่านทั่วโลก ได้คัดเลือก ศูนย์บริบาลช้าง หรือ Elephant Nature Park ในจังหวัดเชียงใหม่ ให้ติดอันดับ 1 ใน 10 ของสถานที่บริบาล และดูแลสัตว์ที่ดี่ที่สุดในโลก เพื่อแนะนำให้กับนักท่องเที่ยวจากทุกมุมโลกได้รับรู้ โดยได้คัดเลือกให้เป็นสถานที่ดูแลช้างที่ดีที่สุดพร้อมกับสถานที่ชื่อดังอีก 9 ประเทศจากทั่วโลก ที่มีการดูแลสัตว์หลากหลายชนิดดังนี้ อันดับ 1) ศูนย์บริบาลช้าง หรือ เอลลิแฟนท์เนเจอร์ปาร์ค อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ ประเทศไทย 2) ศูนย์ช่วยเหลือเลี้ยงดูหมีโคอาลา ลอร์นไพน์ เมืองควีนส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย 3) ศูนย์บริบาลดูแล นางอาย สลอทฮ์ แซ็งท์ซัวร์รี่ ประเทศคอสตาริกา 4) สวนสัตว์เปิด ทิริทิริ มาตังกิ เมืองโอ๊คแลนด์ ประเทศนิวซีแลนด์ 5) ศูนย์ฟื้นฟูดูแล ฮิปโป เวชชิล แห่งประเทศกานา 6) ศูนย์สัตว์ป่าเดวิด เซลดริค ไวไลท์ ทรัสต์ ที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงระดับโลก ที่ประเทศเคนยา แอฟริกา 7) มูลนิธิเพื่อการดูแลเสือขาวและเสือดำ ประเทศแม็กซิโก 8) ศูนย์อนุรักษ์และศึกษาหมีแพนด้า ที่เมืองเฉิงตู ประเทศจีน 9) ศูนย์รับเลี้ยงดูสุนัข แมวจรจัด ฮอลลี่ เฮดจ์ ประเทศอังกฤษ 10) ศูนย์ช่วยเหลือสัตว์จากฟาร์มปศุสัตว์ วู้ดสต๊อก ประเทศสหรัฐอเมริกาสำหรับศูนย์บริบาลช้าง หรือ เอลลิแฟนท์เนเจอร์ปาร์ค ตั้งอยู่ที่อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ได้เริ่มก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2539 โดย นางแสงเดือน ชัยเลิศ ตั้งขึ้นมาเพื่อให้เป็นบ้านของช้างและช่วยเหลือช้างที่ปลดระวางจากการทำงาน และช่วยเหลือช้างแก่ช้างพิการให้มาอยู่ในศูนย์บริบาลโดยไม่ต้องทำงานอีกต่อไป ปัจจุบันมีช้างแก่ ช้างพิการอยู่ในความดูแล 70 เชือก ศูนย์ช้างดังกล่าวอาจจะไม่เป็นที่คุ้นเคยสำหรับคนไทย แต่เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก และเคยได้รับการโหวตและคัดเลือกจาก ซีเอ็นเอ็น (CNN go) ให้ติดอันดับหนึ่งของโลกสำหรับแหล่งท่องเที่ยวของคนรักสัตว์ อีกทั้งได้รับรางวัลการท่องเที่ยงในเชิงอนุรักษ์ในระดับโลกอีกมากมาย

รวมทั้งได้มีเรื่องราวเผยแพร่ไปตามสารคดีชื่อดังเช่น บีบีซี เอนิมอลแพลนเน็ท ดิสคัพเวอร์รี่ เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก และมีรายการทีวีชื่อดังจากทั่วโลกมาทำการถ่ายทำและนำเสนอเรื่องราวไปทุกมุมโลก พร้อมทั้งมีบทความเผยแพร่ตามหนังสือพิมพ์ และนิตยสารชั้นนำทั่วโลกด้าน นางแสงเดือน ชัยเลิศ นักอนุรักษ์ช้าง เจ้าของศูนย์บริบาลช้าง หรือ เอลลิแฟนท์เนเจอร์ปาร์ค อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ ได้เผยว่า ในปัจจุบันศูนย์บริบาลช้าง ได้เป็นแหล่งศึกษาดูงานจากคนที่สนใจเกี่ยวกับช้างจากทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คนที่ต้องการเข้ามาศึกษาและวิจัยเกี่ยวกับเรื่องช้างเอเชีย จะนำหน่วยงานจากที่ต่างๆ ที่ทำงานเกี่ยวกับช้างจากทั่วโลก มาดูงาน มหาวิทยาลัยชื่อดังที่มีการเรียนการสอนเกี่ยวกับสัตว์ชื่อดังจากต่างประเทศ นำคณะครูนักเรียนมาศึกษาและดูงาน

สถานที่แห่งนี้ได้เป็นต้นแบบของการท่องเที่ยวในรูปแบบของอาสาสมัคร โดยมีอาสาสมัครจากทุกมุมโลกหลั่งไหลกันสมัครเข้ามาทำงานทุกอาทิตย์ โดยที่แห่งนี้จะเลี้ยงช้างเป็นธรรมชาติที่สุด ไม่มีการล่ามโซ่ หรือ ใช้ตะขอ หรือง้าว และไม่มีการให้นั่งหลังช้างอย่างเด็ดขาด จากการเริ่มเลี้ยงช้างพิการตาบอด หลังหัก งวงขาด ช้างชรา รวมทั้งช้างที่ถูกใช้งานอย่างหนัก มีการให้ยาเสพติดให้ช้างกิน ได้มีการนำมาบริบาล จนมีการขยายพันธุ์ออกลูกออกหลาน จนมีมากกว่า 70 เชือกแล้ว

นอกจากการเลี้ยงช้างแล้ว สถานที่แห่งนี้ยังเป็นที่ดูแลสุนัขจรจัดมากกว่า 500 ตัว แมวที่ช่วยมาจากที่ต่างๆ เกือบสามร้อยตัว วัวควายที่ช่วยมาจากโรงฆ่าสัตว์ เกือบสองร้อยตัว ม้าพิการ และสัตว์อื่นๆ อีกเป็นพันกว่าชีวิต จึงติดอยู่ใน 10 สถานที่ที่อนุรักษ์สัตว์ที่ดีที่สุดในโลก ที่อยู่ในมาตรฐานโลกว่าด้วยระบบนิเวศวิทยา และให้ความรู้การศึกษากับผู้มาเยือน.

ที่มา>>>Thairath

ชาวเน็ตด่ายับ! สาวท้องซดเบียร์ โพสต์แช่งลูกพิการประชดผัว

ชาวเน็ตด่ายับ! สาวท้องซดเบียร์ โพสต์แช่งลูกพิการประชดผัว

โลกโซเชียลประณาม สาวท้อง 7 เดือน โพสต์ภาพซดเบียร์ แช่งลูกพิการ คาดทำเพื่อประชดสามี

dsfdf_1461201098

(21 เม.ย.) โลกโซเชียลระอุ หลังเฟซบุ๊กเพจ “คำโดนๆ !! กะคนเเรงๆ” ได้แชร์รูปภาพจากเฟซบุ๊กของหญิงคนหนึ่ง ที่กำลังตั้งครรภ์ใกล้คลอด แต่กลับโพสต์ข้อความในทำนองว่า ได้ทำร้ายลูกในท้องมาหลายครั้งแต่ลูกก็ไม่ตาย ทั้งยังบอกว่าเกลียด ด่าลูกเป็นมารหัวขน แช่งลูกตัวเองให้คลอดออกมาพิการ นอกจากนี้ยังโพสต์โชว์ว่ากินเบียร์ขณะตั้งท้อง บอกว่าเกิดมายังไงตนก็ไม่เลี้ยง นมสักหยดก็จะไม่ให้กิน ซึ่งคาดว่าน่าจะทำเพื่อประชดสามี

13051601_1032622136831760_625442019343927243_n_1461201099

อย่างไรก็ตาม ชาวเน็ตต่างก็เข้ามาร่วมประณามการกระทำของแม่ใจร้ายคนนี้กันเป็นจำนวนมาก หลายคอมเม้นต์ต่างบอกว่าเด็กไม่น่ามาเกิดในท้องคนใจร้ายเช่นนี้ อีกทั้งยังตามไปต่อว่ายังเฟซบุ๊กของหญิงรายดังกล่าว แต่เจ้าตัวก็ไม่ได้สนใจกับกระแสดังกล่าว และยังโพสต์ข้อความแบบไม่แคร์สื่อต่อไป

sfdf_1461201100

ที่มา>>>Sanook