โอบามาเอาอยู่! ผนึกเดโมแครตช่วย “ฮิลลารี” ปราบ “ทรัมป์”

ซีเอ็นเอ็นรายงานว่า เมื่อ 9 มิ.ย. ประธานาธิบดีบารัก โอบามา ผู้นำสหรัฐอเมริกาประกาศรับรองนางฮิลลารี คลินตัน อดีตสตรีหมายเลขหนึ่งและอดีตรมว.ต่างประเทศสหรัฐ เป็นตัวแทนพรรคเดโมแครต ชิงตำแหน่งประธานาธิบดี อย่างเป็นทางการ คำประกาศนี้มีขึ้นหลังจากที่โอบามาเปิดทำเนียบขาวต้อนรับนายเบอร์นี แซนเดอรส์ คู่แข่งขันของนางฮิลลารี และพูดคุยกันนานกว่าชั่วโมง จนนายแซนเดอรส์ประกาศจะช่วยนางฮิลลารีสู้กับนายโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งพรรครีพับลิกัน สลายความวิตกในฝั่งพรรคเดโมแครตที่กลัวว่า การแข่งขันกันเองของเดโมแครตจะทำให้คะแนนเสียงแตก และไม่ทันการณ์ที่จะสู้กับนายทรัมป์ โอบามากล่าวในคลิปที่โพสต์ในทวิตเตอร์ ว่า “นางฮิลลารีอาจเป็นบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะที่สุดในการเป็นประธานาธิบดีเท่าที่เคยมีมา ผมเข้าข้างเธอ ผมตื่นเต้นและแทบไม่อยากรอที่จะออกไปช่วยเธอหาเสียง

ถึงแม้ท่านรัฐมนตรีฮิลลารีและท่านส.ว.แซนเดอรส์จะเคยเป็นคู่แข่งขันกันมาก่อนช่วงไพรมารี (หยั่งเสียงขั้นต้น) ทั้งสองเป็นผู้รักชาติ รักประเทศนี้และจะร่วมเสนอวิสัยทัศน์สำหรับอเมริกาที่เราเชื่อมั่น”

ส่วนนายแซนเดอรส์ กล่าวว่า จะช่วยนางฮิลลารีหาเสียงสู้นายทรัมป์ เพราะการเข้ามาสู่การชิงตำแหน่งประธานาธิบดีของนายทรัมป์ถือเป็นเรื่องหายนะ ดังนั้นต้องทำให้มั่นใจได้ว่า นายทรัมป์จะไม่ได้เป็นประธานาธิบดีของสหรัฐ

ที่มา>>>ข่าวสด

คนร้ายควงปืนยิงใน ม.ดังที่ลอสแอนเจลิส มีผู้เสียชีวิต 2 ราย

เมื่อวันที่ 2 มิ.ย.2559 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุยิงกันที่มหาวิทยาลัยรัฐแคลิฟอร์เนีย นครลอสแอนเจลิส หรือ UCLA ของสหรัฐฯ ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 2 คน ตร.เข้าควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว

ผู้เสียชีวิตเป็นชาย 2 คน ถูกพบศพภายในอาคารคณะวิศวกรรมศาสตร์ของมหาวิทยาลัย ขณะที่ตำรวจกว่า 200 คน รีบไปยังจุดเกิดเหตุสั่งอพยพนักศึกษาและเจ้าหน้าที่ออกจากมหาวิทยาลัย สั่งปิดการเข้าออกมหาวิทยาลัยเป็นเวลากว่า 2 ชั่วโมง และทางมหาวิทยาลัยได้ประกาศยกเลิกการเรียนการสอนตลอดทั้งวัน

ผู้บัญชาการตำรวจแคลิฟอร์เนีย เปิดเผยว่า เบื้องต้นเชื่อว่าเป็นการฆาตกรรมและฆ่าตัวตาย หนึ่งในผู้เสียชีวิตอาจเป็นมือปืน และตอนนี้ควบคุมสถานการณ์ได้ทั้งหมดแล้วตำรวจเข้าควบคุมสถานการณ์ได้ทั้งหมดแล้ว

ล่าสุดสื่อท้องถิ่นของสหรัฐฯ รายงานว่า 1 ในเหยื่อที่ถูกยิงเสียชีวิต คือ ศาสตราจารย์วิลเลียม คลั๊ก อาจารย์ด้านวิศวกรรมยานอวกาศ และวิศวกรรมเครื่องกล สอนที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้

ส่วนรายละเอียดของมือปืนยังไม่มีการเปิดเผย ทราบเพียงว่าเป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ที่มีความไม่พอใจผลการเรียนของตัวเองที่ออกมา.

ที่มา>>>Thairath

นาทีชีวิต! แม่ลูก 3 โดดหน้าต่างชั้น 4 หนีไฟไหม้ตึกในเกาหลี (ชมคลิป)

(ภาพ: CNN)

เกิดเหตุเพลิงไหม้อาคารหลังหนึ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของเกาหลีใต้ โดยมีครอบครัวแม่ลูก 3 ติดอยู่บนชั้น 4 ของอาคาร ก่อนที่แม่เด็กจะโดยลูกลงออกจากหน้าต่างและกระโดดตามลงมาเพื่อหนีไฟไหม้…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เกิดเหตุไฟไหม้ที่อาคารหลังหนึ่งในเมือง พย็องแท็ก ในจังหวัดคย็องกี ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศเกาหลีใต้ โดยมีแม่และลูก 3 คนซึ่งมาจากไนจีเรีย ติดอยู่บนชั้น 4 ของอาคาร ก่อนที่ผู้เป็นแม่จะตัดสินใจหย่อนลูกๆ ออกจากหน้าต่างซึ่งเป็นทางหนีเพียงทางเดียว ลงสู่ฝูงชนที่รอรับอยู่เบื้องล่าง และกระโดดตามลงมา

พันจ่าอากาศตรี แดเนียล ไรมอนโด จากกองทัพอากาศสหรัฐฯ ซึ่งบังเอิญเห็นเหตุการณ์และเข้าช่วยเหลือครอบครัวนี้ เล่าวว่า เขาและเพื่อนร่วมงานกำลังเดินทางไปรับประทานอาหารเย็นในวันเสาร์ ก่อนที่เขาจะเห็นกลุ่มควันลอยขึ้นฟ้า จึงได้เดินทางไปดู และเมื่อมาถึงที่เกิดเหตุและทราบสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เขากับเพื่อนร่วมงานก็หารือกันว่า จะช่วยเหลือแม่ลูกทั้ง 4 ชีวิตอย่างไร

สุดท้ายพวกเขาก็ตัดสินใจไปนำผ้าห่มจำนวนหนึ่งมาจากร้านค้าใกล้เคียง และขอให้ผู้ที่มามุงดูช่วยกันกางผ้าห่มเป็นเบาะรอง จากนั้นจึงพยายามเกลี้ยกล่อมให้ผู้เป็นแม่วัย 30 ปี หย่อนลูกๆของเธอลงมาจากหน้าต่าง โดยพันจ่าอากาศตรี เมลานี สก็อตต์ เผยว่า หญิงคนนี้หย่อนลูกๆของเธอซึ่งมีอายุ 1, 3 และ 4 ปี ลงจากหน้าต่างอย่างไม่เต็มใจนัก “คุณบอกได้เลยว่าเธอกลัว เธอไม่อยากทำ”

ขณะที่ พ.อ.ต. ไรมอนโด กล่าวว่าในสายตาของเขา เด็กคนสุดท้ายรับมือยากที่สุด ผู้เป็นแม่ไม่อยากปล่อยเด็กลงมาด้วยเหตุผลอะไรบางอย่าง จนเขาต้องเกลี้ยกล่อมอยู่นาน “ผมจำได้ว่าเธอตะโกนบอกกับเด็กว่า ‘แม่รักลูก แม่รักลูก’ จากนั้นก็ปล่อยเด็กลงมา”

พ.อ.ต. ไรมอนโดเผยอีกว่า เมื่อถึงคราวที่แม่เด็กต้องกระโดดลงมา ควันไฟเริ่มหนาทึบอย่างน่ากลัว ทำให้เขาแทบมองไม่เห็นแม่เด็ก อย่างไรก็ตาม ในที่สุดแม่เด็กก็กระโดดลงมา แต่น้ำหนักของเธอมากกว่าเด็ก ทำให้เธอกระแทกกับพื้นเบื้องล่าง แต่โชคดีที่มีใครบางคนนำเบาะมารองไว้ข้างใต้แล้ว จากนั้นเขาจึงพาแม่เด็กไปยังที่ปลอดภัย พร้อมกับบอกเธอว่า “คุณยังมีชีวิตอยู่”

ล่าสุดในวันจันทร์ ครอบครัวที่ได้รับความช่วยเหลือเดินทางเข้าพบกับผู้ที่ช่วยชีวิตของพวกเขาเอาไว้ เพื่อแสดงความขอบคุณแล้ว

ชมคลิปที่นี่

ที่มา>>>Thairath

คนต่างขั่ว!! กับ 23 ภาพที่บอกให้เห็นว่า เรามักจะมีอีกคนที่อยู่ตรงข้ามกับเราเสมอ (ชมภาพ)

รวมภาพเปรียบเที่ยบระหว่างคนสองขั่วที่อยู่กันคนละฝั่ง กับภาพเหล่านี้ที่ มาร์ค ไลตาช่างภาพชาวอเมริกันผู้อที่ทำให้กับโปรเจคการถ่ายภาพพิเศษที่ เขานั้นต้องเดินทางถึง 9 ปีเพื่อที่จะถ่ายถาพของบุคคลเหล่านี้มาเพื่อที่จะเอามาเปรียบให้เห็นถึงว่าจะมีอีกคนที่อยู่ตรงข้ามเราเสมอ เราลองมาดูกันว่าจะมีเป็นอย่างไร

1. นักบินอวกาศ vs. คนที่ถูกมนุษย์ต่างดาวลักพาตัว  นักบินอวกาศ vs. คนที่ถูกมนุษย์ต่างดาวลักพาตัว

2. นักเต้นบัลเล่ต์ vs. นักมวย  นักเต้นบัลเล่ต์ vs. นักมวย

3. นักดนตรีแห่งรถไฟฟ้าใต้ดิน vs. นักดนตรีวงโยธวาทิต  นักดนตรีแห่งรถไฟฟ้าใต้ดิน vs. นักดนตรีวงโยธวาทิต

4. ชายหลายเมีย vs. แมงดา  ชายหลายเมีย vs. แมงดา

5. นางแบบชุดชั้นใน vs.สาวอ้วน  นางแบบชุดชั้นใน vs.สาวอ้วน

6. วัยรุ่นมุงศาสนา vs. วัยรุ่นสายพังก์  วัยรุ่นมุงศาสนา vs. วัยรุ่นสายพังก์

7. นักเพาะกาย vs. ชาวไร่  นักเพาะกาย vs. ชาวไร่

8. แม่ชี vs. โสเพนี  แม่ชี vs. โสเพนี

9. ผู้บริหาร vs. ธุรการ  ผู้บริหาร vs. ธุรการ

10. เชฟภัตตาคารฝลั่ง vs. พ่อครัวข้างทาง  เชฟภัตตาคารฝลั่ง vs. พ่อครัวข้างทาง

11. นักร้องเม็กซิกัน vs. เอลวิสปลอมๆ  นักร้องเม็กซิกัน vs. เอลวิสปลอมๆ

12.  แก็งค์มอเตอร์ไซค์ VS เด็กผู้ช่วยบาทหลวง   แก็งค์มอเตอร์ไซค์ VS เด็กผู้ช่วยบาทหลวง

13. โจรปล้นธนาคาร vs. เจ้าหน้าที่ตำรวจ  โจรปล้นธนาคาร vs. เจ้าหน้าที่ตำรวจ

14. ผู้ที่จบจากวิทยาลัย vs. ผู้ที่โดนไล่ออกจากโรงเรียนมัธยม  ผู้ที่จบจากวิทยาลัย vs. ผู้ที่โดนไล่ออกจากโรงเรียนมัธยม

15. ครอบครัวคนจน vs. ครอบครัวคนรวย  ครอบครัวคนจน vs. ครอบครัวคนรวย

16. คนเคร่งศาสนา VS พวกบูชาคนขาว  คนเคร่งศาสนา VS พวกบูชาคนขาว

17.คนจรจัด VS นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์  คนจรจัด VS นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์

18. นาวิกโยธิน vs. ทหารผ่านศึก  นาวิกโยธิน vs. ทหารผ่านศึก

19. ที่ดักขน vs. หญิงสาวกับสุนัข  ที่ดักขน vs. หญิงสาวกับสุนัข

20. นักแสดงแนวชีวิตแบบชาวครันทรี่  vs. ผู้ที่ใช้ชีวิตในชนบท  นักแสดงแนวชีวิตแบบชาวครันทรี่  vs. ผู้ที่ใช้ชีวิตในชนบท

21. นักพยากร vs. เพชณฆาต  นักพยากร vs. เพชณฆาต

22. นักปรัชญา vs. ช่างกล  นักปรัชญา vs. ช่างกล

23.ช่างตัดผม VS พนักงานร้านเสริมสวยช่างตัดผม VS พนักงานร้านเสริมสวย

ที่มา>>>baabin

สยอง! พลุระเบิดกลางงานปีใหม่ฮินดูในอินเดีย ดับแล้ว 100 ศพ เจ็บอื้อ

(ภาพ: AP)

เกิดเหตุพลุไฟระเบิดอย่างรุนแรงในงานฉลองปีใหม่ของชาวฮินดู ในรัฐทางใต้ของประเทศอินเดีย เมื่อช่วงเช้ามืดวันอาทิตย์ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 100 ราย และมีผู้บาดเจ็บอีกหลายร้อยคน…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุพลุไฟระเบิดที่วัดปุตติงกัล เทวี ที่เมืองปาราวูระ ในเขตคอลลาม บริเวณชายฝั่งทะเลทางใต้ของรัฐเกรละ ในขณะที่ประชาชนหลายพันคนมารวมตัวกันเพื่อร่วมเฉลิมฉลองการเริ่มต้นเทศกาลปีใหม่ของชาวฮินดูท้องถิ่น เมื่อวันอาทิตย์ที่ 10 เม.ย. ทำให้ไฟไหม้วัดจนอาคารพังถล่ม เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 100 ราย และบาดเจ็บอีกกว่า 380 คนอาคารในบริเวณวัดปุตติงกัล เทวี ได้รับความเสียหายจากแรงระเบิด (ภาพ: AP)

พยานผู้เห็นเหตุการณ์ระบุว่า เหตุระเบิดเกิดขึ้นในเวลาประมาณ 03.30 น. วันอาทิตย์ตามเวลาท้องถิ่น หลายชั่วโมงหลังงานเริ่ม หลังจากพลุลูกหนึ่งตกลงบนเพิงเก็บพลุไฟ ทำให้เกิดการระเบิดอย่างรุนแรง จนหลังคาวัดได้รับความเสียหาย และอาคารอีกหลังพังถล่ม

ด้านนายทีพี เซนกุมาร ผู้บัญชาการตำรวจรัฐเกรละ ระบุว่า ผู้เสียชีวิตหลายคนถูกไฟคลอกจนไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นใคร และต้องใช้วิธีการระบุตัวตนด้วยการตรวจดีเอ็นเอกระบอกพลุไฟ (ภาพ: AP)

ล่าสุด รัฐบาลรัฐเกรละออกคำสั่งให้มีการสืบสวนข้อเท็จจริงของเหตุโศกนาฏกรรมครั้งนี้แล้ว ขณะที่ตำรวจเตรียมดำเนินคดีกับกรรมการบริหารของวัดและผู้จัดการแสดงพลุ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองปฏิเสธคำร้องขออนุญาตจัดแสดงพลุในงานฉลองปีใหม่ฮินดูปีนี้ไปแล้ว เพราะกังวลเรื่องปัญหาความปลอดภัย

อนึ่ง เหตุสลดครั้งนี้เกิดขึ้นในระหว่างที่เจ้าชายวิลเลียม ดยุคแห่งเคมบริดจ์ และเจ้าหญิงเคท ดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ เสด็จเยือนประเทศอินเดียและภูฏานเป็นเวลา 7 วัน โดยสำนักพระราชวังเคนซิงตัน ระบุว่า ทั้ง 2 พระองค์ได้รับรายงานเรื่องเหตุพลุไฟระเบิดแล้ว และพระองค์ขอส่งกำลังใจแก่ผู้ที่กำลังช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้ด้วย.ดยุคและดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ เสด็จเยือนอินเดีย (ภาพ: AP)

ที่มา>>>Thairath

รถไฟ ‘แอ็มแทร็ก’ในสหรัฐฯ ชนโครม แบ็กโฮ จนตกราง ดับ 2 เจ็บ 31

(ภาพ: AFP)

รถไฟโดยสารของ แอ็มแทร็ก ชนรถแบ็กโฮ บนรางรถไฟระหว่างทางไปเมืองซาวานนาห์ รัฐจอร์เจีย เป็นเหตุให้หัวรถจักรตกราง และมีผู้เสียชีวิต 2 ราย…

สำนักข่่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุรถไฟโดยสารของ องค์การขนส่งมวลชนแห่งชาติ หรือ แอ็มแทร็ก ซึ่งกำลังเดินทางจากนครนิวยอร์กไปยังเมืองซาวานนาห์ในรัฐจอร์เจีย สหรัฐฯ พร้อมผู้โดยสาร 341 คน และพนักงานบนรถอีก 7 คน ชนเข้ากับรถแบ็กโฮ ซึ่งกำลังอยู่บนรางรถไฟ ในจุดที่ห่างจากเมืองฟิลาเดลเฟีย ไปทางใต้ประมาณ 15 ไมล์ เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายช่างประจำรถไฟแอ็มแทร็กเสียชีวิต 2 คน

แอ็มแทร็กระบุผ่านแถลงการณ์ว่า อุบัติเหตุเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 8:00น. วันอาทิตย์ ตามเวลาท้องถิ่น ทำให้หัวรถจักรของรถไฟ พัลเมตโต (Palmetto) หมายเลข 89 ตกราง ส่งผลให้เส้นทางเดินรถทางตะวันออกเฉียงเหนือระหว่างนิวยอร์กและฟิลาเดลเฟียถูกระงับชั่วคราว และมีผู้โดยสาร 31 คนถูกส่งตัวเข้าโรงพยาบาล เพื่อรับการรักษาอาการบาดเจ็บ

ด้านสำนักข่าว ดับเบิลยูพีวีไอ ของฟิลาเดลเฟีย ยืนยันว่ามีผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์นี้ 2 ราย ขณะที่ตามการเปิดเผยของพยานผู้เห็นเหตุการณ์ ผู้ควบคุมรถไฟของแอ็มแทร็กเปิดหวูดเตือนพนักงานก่อสร้างให้นำรถแบ็กโฮออกจากรางรถไฟแล้ว แต่คนงานดำเนินการไม่ทันเวลา.

ที่มา>>>Thairath

เผยแล้ว คนร้ายจี้เครื่องบินอียิปต์แอร์ เป็นศาสตราจารย์มหาวิทยาลัย

เผยแล้ว คนร้ายจี้เครื่องบินอียิปต์แอร์ เป็นศาสตราจารย์มหาวิทยาลัย
เผยแล้ว คนร้ายจี้เครื่องบินอียิปต์แอร์ เป็นศาสตราจารย์มหาวิทยาลัย

สื่อนอกเผยแล้ว คนร้ายผู้จี้เครื่องบินอียิปต์แอร์ เที่ยวบิน MS181 ก่อนสั่งลงจอดฉุกเฉินที่สนามบินไซปรัส มีดีกรีเป็นถึงศาสตราจารย์ด้านสัตวแพทย์ คาดลงมือก่อเหตุเพราะอยากย้ายไปอยู่กับเมียเก่า

จากกรณีสะเทือนขวัญจนกลายเป็นข่าวครึกโครมทั่วโลก กับเหตุการณ์ชายปริศนาก่อเหตุจี้เครื่องบินอียิปต์แอร์ เที่ยวบินในประเทศ MS181 และบังคับให้ลงจอดที่สนามบินไซปรัส พร้อมขู่ว่าตนมีระเบิดพร้อมที่จะฆ่าตัวตาย ตามที่รายงานไปนั้น

เผยแล้ว คนร้ายจี้เครื่องบินอียิปต์แอร์ เป็นศาสตราจารย์มหาวิทยาลัย

ล่าสุด วันที่ 29 มีนาคม 2559 เว็บไซต์เทเลกราฟ เปิดเผยว่า นายอิบราฮิม ซามาฮา ผู้ก่อเหตุจี้เครื่องบินแอร์บัส 320 ของสายการบินอียิปต์แอร์ เที่ยวบิน MS181 จากเมืองอเล็กซานเดรีย มุ่งหน้ากรุงไคโร ประเทศอียิปต์ ถูกเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวแล้ว โดยระบุว่า เขามีอายุราว 40 ปี และมีดีกรีเป็นถึงศาสตราจารย์ภาควิชาสัตวแพทยศาสตร์ แห่งมหาวิทยาลัยอเล็กซานเดรีย

โดยเหตุสุดระทึกดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อ ช่วงเช้าของวันที่ 29 มีนาคม ตามเวลาท้องถิ่น นายอิบราฮิมได้ก่อเหตุจี้เครื่องบินลำดังกล่าวแล้วออกคำสั่งให้ลงจอดฉุกเฉิน ที่สนามบินลาร์นาคา ประเทศไซปรัส พร้อมยังขู่ผู้โดยสาร ลูกเรือ และกัปตัน ด้วยเข็มขัดระเบิดฆ่าตัวตาย

   ในเวลาต่อมา หลังจากที่เครื่องบินลำดังกล่าวลงจอดอย่างปลอดภัย นายอิบราฮิมได้ปล่อยตัวผู้โดยสารชาวอียิปต์ทั้งหมด ก่อนจะเจรจากับตำรวจว่าต้องการล่ามและขอลี้ภัยทางการเมือง อีกทั้งยังระบุว่าต้องการส่งจดหมายให้กับหญิงสาวชาวกรีก ที่อาศัยอยู่ในประเทศไซปรัส ซึ่งหญิงสาวคนดังกล่าว คือภรรยาเก่าของนายอิบราฮิมนั่นเอง โดยขณะนี้เธอกำลังอยู่ในระหว่างการเดินทางมายังสนามบินลาร์นาคาเพื่อเจรจา กับอดีตสามีของเธอ ภายใต้การคุ้มกันแน่นหนาของเจ้าหน้าที่ตำรวจไซปรัส

อย่างไรก็ดี มีรายงานวงในระบุว่า ในจดหมายของนายอิบราฮิมถึงภรรยาเก่า ถูกเขียนด้วยภาษาอาหรับ โดยมีเนื้อหาในทำนองว่า ต้องการย้ายมาอยู่ที่ประเทศไซปรัสกับเธอ แต่ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวยังไม่ได้รับการยืนยันแต่อย่างใด

ภาพจาก ทวิตเตอร์ @raychdigitalink, ทวิตเตอร์ @airlivenet

อายข้ามประเทศ ! แชร์กระหน่ำทัวร์ไทยเที่ยวสวิตฯ กินไม่เก็บทิ้งขยะเกลื่อน

 * อายข้ามประเทศ ! แชร์กระหน่ำทัวร์ไทยเที่ยวสวิตฯ กินไม่เก็บทิ้งขยะเกลื่อน *

กินไม่เก็บ

แชร์กระหน่ำทัวร์ไทยเที่ยวสวิตฯ กินไม่เก็บทิ้งกล่องข้าวเหนียวหมูนับสิบไว้ดูต่างหน้า ไม่สนสิ่งใด เดินไปแชะภาพ ทำเอาชาวเน็ตอายข้ามประเทศ !

แชร์กันกระหน่ำเลยทีเดียว สำหรับนิสัยของคนไทยบางกลุ่ม เมื่อไปท่องเที่ยวต่างประเทศ แถมยังขนอาหารการกินไปกินกันเอง แต่ !! ไม่ยอมเก็บ ไม่ยอมทิ้ง มักง่ายวางแหมะไว้กับพื้น งานนี้ชาวเน็ตเห็นภาพลมแทบจับ ถามบริษัททัวร์ คนไทย และไกด์ ทำไมมักง่ายอะไรได้ขนาดนี้

กินไม่เก็บ

โดยเรื่องราวดังกล่าว คุณ minizooland สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม โพสต์เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2559 พร้อมระบุข้อความว่า “นี่เป็นกรุ๊ปทัวร์คนไทยไปสวิตเซอร์แลนด์ และอุตส่าห์ขนเมตตาหมูทอดไปกินกันไกล๊ไกล แถมไม่ลืมจะใช้นิสัยเดิม ๆ ทิ้งซากไว้แฉที่มาตัวเอง” พร้อมกับภาพหลักฐานเป็นภาพกล่องหมูทอดและลังอาหารทิ้งไว้ตรงบริเวณข้างทาง ขณะที่นักท่องเที่ยวก็แชะภาพเซลฟี่อย่างสบายใจ

ด้านชาวเน็ตพากันกดโหวตกระทู้รัว ๆ พร้อมระบุว่า ทำไมนักท่องเที่ยวไทยถึงได้ทำตัวน่าอายขนาดนี้ อย่าสักแต่ว่านักท่องเที่ยวชาวจีนที่เดินทางมาเที่ยวประเทศเราแล้วทำพฤติกรรมไม่ดี แต่ขอให้ย้อนมองดูตัวเองบ้าง เพราะแต่ละอย่างที่ทำก็ไม่ต่างจากนักท่องเที่ยวจีนเลย

ภาพและข้อมูลจาก คุณ minizooland สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม

เครื่องบินฟลายดูไบ FZ981 ตกที่รัสเซียขณะแลนดิ้ง เสียชีวิตยกลำ

 * เครื่องบินฟลายดูไบ FZ981 ตกที่รัสเซียขณะแลนดิ้ง เสียชีวิตยกลำ *

เครื่องบินฟลายดูไบ FZ981

เครื่องบินของสายการบิน FlyDubai เที่ยวบิน FZ981 ตกลงขณะลงจอดที่เมืองรอสตอฟ ออน ดอน ประเทศรัสเซีย คร่าชีวิตผู้โดยสารและลูกเรือรวม 62 ราย

วันที่ 19 มีนาคม 2559 เว็บไซต์ airline.ee มีรายงานเหตุ เครื่องบินของสายการบิน ฟลายดูไบ (Flydubai) เที่ยวบิน FZ981 ที่เดินทางมาจากเมืองดูไป ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ มุ่งหน้าสู่เมือง รอสตอฟ ออน ดอน ประเทศรัสเซีย ได้ตกลงบริเวณใกล้รันเวย์ เป็นผลให้ผู้โดยสารและลูกเรือรวม 62 ชีวิตดับยกลำ

ด้านหน่วยงานควบคุมการจราจรทางอากาศและกู้ภัยท้องถิ่น ยืนยันว่า เครื่องบินโบอิ้ง 737 ที่นำผู้โดยสาร 55 คน และลูกเรือ 7 คน เดินทางมาจากดูไบ ได้ตกลงห่างจากรันเวย์เพียง 50-100 เมตร ระหว่างความพยายามครั้งที่ 2 ในการนำเครื่องลงจอด แต่เนื่องจากทัศนวิสัยย่ำแย่ จึงทำให้กัปตันไม่สามารถนำเครื่องลงจอดได้สำเร็จ จนทำให้เครื่องตกและเกิดไฟไหม้

เครื่องบินฟลายดูไบ FZ981

นอกจาก นี้ ยังมีแหล่งข่าวระบุว่า ผู้โดยสารทั้งหมดที่อยู่บนเครื่องบินเป็นชาวรัสเซีย แต่ลูกเรือนั้นเป็นชาวต่างชาติ ส่วนหน่วยกู้ภัยฉุกเฉินนั้น ก็ได้เร่งดับไฟ จึงส่งผลให้สนามบินปิดไปโดยปริยาย จนกว่าจะถึงเวลา 06.00 น. ตามเวลาในเมืองมอสโก

ด้าน สายการบินฟลายดูไบ กล่าวว่า ทางสายการบินทราบถึงเหตุที่เกิดขึ้นแล้ว และตอนนี้ เรากำลังสืบสวนหารายละเอียดและจะเผยแพร่ข้อมูลให้ทราบในลำดับต่อไป โดยเบื้องต้นมีการคาดว่าเกิดจากความผิดพลาดของนักบินเอง

ภาพจาก rt.com

กฎหมายคุมไม่อยู่ แก๊งนักเลงยิงหัวฆ่าโหดคู่อริ หลังแพ้ดวลมวยชี้ชะตา

 * กฎหมายคุมไม่อยู่ แก๊งนักเลงยิงหัวฆ่าโหดคู่อริ หลังแพ้ดวลมวยชี้ชะตา  *

แก๊งนักเลงยิงหัวฆ่าโหดคู่อริ

แก๊งนักเลงยิงหัวฆ่าโหดคู่อริ

คลิปโหด ชายถูกนักเลงคู่อริจ่อปืนยิงหัวดับอนาถจมกองเลือด หลังเป็นฝ่ายพ่ายแพ้การดวลหมัดชี้จุดจบชะตาขาด คาดเป็นพวกแก๊งค้ายาเสพติด

เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2559 เว็บไซต์มิเรอร์ เผยคลิปภาพเหตุการณ์สุดป่าเถื่อนของแก๊งนักเลงกลุ่มหนึ่ง ซึ่งคาดว่าถูกถ่ายขึ้นที่ชายป่าแห่งหนึ่ง ทางตอนใต้ของประเทศเม็กซิโก โดยในคลิปได้เผยให้เห็นชาย 2 ราย คนหนึ่งถอดเสื้อส่วนอีกคนสวมเสื้อสีแดง เข้าเตะต่อยต่อสู้กันแบบตัวต่อตัวอย่างสุดกำลัง ท่ามกลางแก๊งนักเลงที่ถือปืนยืนมองดูอยู่รอบ ๆ และต่างร้องตะโกนส่งเสียงเชียร์อย่างเมามัน

หลังจากผ่านไปได้ชั่วครู่ คาดว่าชายที่ถอดเสื้อเป็นฝ่ายชนะ ชายเสื้อแดงจึงถูกจับกดให้นั่งคุกเข่าลงกับพื้น ก่อนชายนักเลงรายหนึ่งจะถือปืนเข้ามาจ่อที่ท้ายทอยของเขา จากนั้นคลิปดังกล่าวก็ถูกตัดจบไป

อย่างไรก็ดี จากรายงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุในภายหลัง เผยว่า ชายเสื้อแดงในคลิปดังกล่าวถูกยิงจนเสียชีวิตจมกองเลือด ทั้งนี้คาดว่าเป็นเพราะเข้าไปมีเรื่องพัวพันกับพวกแก๊งนักเลงค้ายาเสพติดดังกล่าว จึงถูกเล่นงานจนถึงชีวิต

ภาพจาก New Fast สมาชิกเว็บไซต์ยูทูบดอทคอม