หนุ่มคิดถูกหันหลังให้โรงงาน กลับบ้านที่อุดรธานี เลี้ยง”ฮวก”ขายโลละ400 รับเงินเป็นกอบเป็นกำ

เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวเดินทางที่บ้านเลขที่ 15 หมู่ 12 บ้านธาตุสามัคคี ต.กุดจับ อ.กุดจับ จ.อุดรธานี หลังจากที่ได้ทราบว่าได้มีชายหนุ่มคนหนึ่งได้เลิกจากไปขายแรงงานในโรงงานที่ จ.ชลบุรี กลับบ้านมาทำอาชีพ เลี้ยง “ลูกอ๊อด” หรือที่ชาวอีสานเรียกว่า “ฮวก” ขาย ซึ่งทำให้มีรายได้ดี เนื่องจากตลาดยังขาดแคลน201610031752031-20041020130510เมื่อไปถึงพบนายธนากร หอมดวง อายุ 26 ปี กำลังตักฮวกขายให้ลูกค้าในราคาขีดละ 40 บาท หรือกก.ละ 400 บาท ซึ่งถือว่าเป็นช่วงที่ฮวกมีราคาแพง 1 ครั้ง เนื่องจากเข้าหน้าหนาวกบเลิกผสมพันธ์ เตรียมจำศีล ทำให้มีฮวกจำนวนน้อย201610031752063-20041020130510นายธนากร เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้มีอาชีพเป็นช่างทำงานในโรงงานที่ จ.ชลบุรี มีรายได้ 9,000 บาท แต่ต้องเสียค่ารถ ค่าที่พัก จึงไม่มีเงินเหลือเก็บ จึงเดินทางกลับบ้านมาทำนา ทำไร่อ้อย และไร่มันสำประหลังรวม 15 ไร่ แต่เนื่องจากที่เป็นคนชอบใส่เบ็ดตกปลาตามทุ่งนาในเวลากลางคืน และไปหาซื้อลูกอ๊อดมาเป็นเหยื่อใส่เบ็ด ซึ่งมีราคาแพงและหาซื้อยาก จึงคิดมาเลี้ยงกบเพื่อเพาะลูกอ๊อดขาย ซึ่งก็พบว่ามีลูกค้าเป็นจำนวนมาก เพราะส่วนมากจะเป็นชาวบ้านที่นิยมใส่เบ็ด หรือตกปลา201610031752074-20041020130510นอกจากนี้ยังมีผู้นิยมรับประทานหมกฮวกด้วย ซึ่งเป็นสิ่งที่คนอีสานชอบกินและหา “ฮวก” ได้ยากด้วย เพราะต้องรอให้ฝนตกกบถึงผสมพันธุ์ออกไข่จนกลายเป็นลูกอ๊อดจึงจะได้กิน จึงทำให้ตอนนี้เขาไม่ต้องรอ สามารถมาซื้อไปหมกได้เลย201610031752075-20041020130510นายธนากรกล่าวต่อไปว่า ตนไปซื้อกบพ่อแม่พันธ์ เป็นกบพันธุ์บลูฟร๊อกผสมกบนาอายุ 3 เดือน มาคู่ละ 300 บาท จำนวน 30 คู่ นำมาเลี้ยงในบ่อซีเมนต์ หรือบ่อดิน ให้มีน้ำในบ่อเล็กน้อย ส่วนอาหารจะให้อาหารปลาดุกอัดเม็ด จากนั้นเมื่อพ่อแม่พันธุ์พร้อมที่จะผสมพันธุ์กันแล้ว ก็ทำการแยกพ่อแม่พันธ์มาขังไว้บ่อใหม่ ที่มีน้ำขังลึกประมาณ 1 ฟุต ให้ผสมพันธ์กันแล้ววางไข่ จากนั้นจึงแยกพ่อพันธ์ออกจากบ่อ และเลี้ยงลูกอ๊อดหรือฮวก 15 วัน จึงตักมาขายได้ ช่วงเดือนมี.ค.– ก.ย.จะเป็นช่วงที่กบผสมพันธ์และมีลูกอ๊อดมาก จะขายราคาขีดละ 30 บาท หรือ กก.ละ 300 บาท ขายได้วันละ 30 ก.ก.201610031752079-20041020130510นายธนากร กล่าวต่อไปว่า ส่วนเดือน ต.ค.ใกล้หมดฤดูฝนเข้าฤดูหนาว กบจะผสมพันธ์กันน้อย จะมีฮวกขายวันละ 10 ก.ก. แต่จะขายขีดละ 40 บาท หรือก.ก.ละ 400 บาท ตนจะเลี้ยงฮวก ขายเดือนละ 2 ครั้ง ทำให้ตนมีรายได้จากการขายลูกอ๊อด หรือฮวก เฉลี่ยเดือนละ 9,000-10,000 บาท นอกจากขายฮวกแล้ว ตนยังมีรายได้จากการขายกบขนาดเล็กอายุ 1 เดือน จะขายตัวละ 1 บาท ส่วนกบอายุ 3 เดือน จะขายปลีก กก.ละ 120 บาท ขายส่ง กก.ละ 120 บาท ส่วนพ่อแม่พันธ์จะมีอายุ 3 ปี จากนั้นก็จะเปลี่ยนพ่อแม่พันธ์ใหม่

สาเหตุที่เลี้ยงกบพันธุ์บลูฟร๊อกผสมกับกบนา เพราะกับพันธุ์บลูฟร๊อกมีขนาดใหญ่ ส่วนกบนาพันธ์พื้นเมืองมีขนาดเล็กแต่เนื้อแน่น แข็งแรง ทนต่อโรค ทำให้สามารถเลี้ยงเป็นกบพันธ์เนื้อขายได้ราคาดี หากต้องการให้กบมีขนาดใหญ่ ให้กินอาหารเม็ดกบ แต่ถ้าอยากให้เนื้อแน่นไม่โตมาก จะให้กินอาหารปลาดุก ส่วนการทำให้กบผสมพันธ์กัน ก็ทำง่ายๆ คือฉีดน้ำใส่สังกะสีทำให้เหมือนเสียงฝนตกและใช้แสงแฟลช กล้องถ่ายรูปให้เหมือนฟ้าแลบ จะทำให้กบผสมพันธ์กัน ใน 1 ปี จะขายลูกอ๊อด หรือฮวก ได้ 7 เดือน จากเดือนมีนาคม – ตุลาคม ส่วนฤดูหนาวกบจะจำศีล

นายธนากร กล่าวในตอนท้ายว่า เมื่อเปรียบเทียบระหว่างการไปทำงานที่โรงงาน กับอยู่บ้านเกิด เพื่อทำไร่ ทำนา และเลี้ยงกบ ขายทั้งลูกอ๊อด หรือฮวก และตัวกบแล้ว ตนคิดว่าอยู่ที่บ้านจะดีกว่ามาก บ้านไม่ต้องเช่า ข้าวไม่ต้องซื้อ แถมยังมีเงินเก็บอีกด้วย ทำให้ชีวิตดีขึ้นมาก อีกทั้งยังมีอาหารโปรตีนไว้กินตลอดทั้งปี ดังกล่าว

ที่มา>>>ข่าวสด

แมงกะพรุนลอดช่องโผล่อ่าวช่อในรอบ 10 ปี ชาวประมงแห่ตักขายเลี้ยงครอบครัว พ่อค้ามารับซื้อถึงที่

เมื่อวันที่ 3 ต.ค. ที่ท่าเทียบเรือสะพานปลาเสี่ยโป้ง (ท่าลุงทิ) ต.อ่าวใหญ่ อ.เมือง จ.ตราด ชาวประมงพื้นบ้านบริเวณบ้านอ่าวช่อกว่า 50 ลำ นำเรือออกตักแมงกะพรุนลอดช่อง ที่ลอยอยู่บริเวณหน้าทะเลอ่าวช่อกันอย่างคึกคัก โดยมีพ่อค้าคนกลางมารับซื้อแมงกะพรุนลอดช่องถึงที่ ในราคาตัวละ 3 บาท สร้างรายได้กับประมงพื้นที่บ้านบริเวณนั้นขั้นต่ำวันละ 2,000 บาท201610031525553-20041020151344นายบุญชู สุขสำราญ ชาวประมงพื้นที่บ้านตำบลอ่าวใหญ่ กล่าวว่า กว่า 10 ปี แล้วที่บริเวณอ่าวช่อไม่มีแมงกะพรุนลอดช่องเข้ามาบริเวณอ่าว ซึ่งปีนี้พบว่าแมงกะพรุนเยอะที่สุดเท่าที่เคยพบเจอมา โดยชาวประมงบริเวณอ่าวช่อนี้ไปหยุดทำประมงพื้นบ้านชั่วคราว เนื่องจากอวนไม่สามารถวางได้ เพราะถูกแมงกะพรุนดันอวนลอยหมด ทำให้ชาวประมงต้องมาจับแมงกะพรุนลอดช่องขายแทน ซึ่งมีกติกาห้ามให้ผู้ที่จับแมงกะพรุนใช้เครื่องมือลากเด็ดขาด เพราะจะส่งผลกระทบกับทรัพยากรใต้ทะเล อนุญาตให้ใช้เพียงสวิงตักเท่านั้น โดยมีพ่อค้าจากจากภาคใต้ตั้งหลักรับซื้อที่ปลายสะพานมาแล้ว 4 วัน สร้างรายได้ให้กับชาวประมงไม่ต่ำกว่าวันละ 2,000 บาทDCIM100MEDIAนายสมชาย ขาวเกลี้ยง ชาวประมงพื้นบ้านอ่าวช่อ กล่าวว่า หลังจากมีแมงกะพรุนลอดช่องลอยเข้ามาในอ่าวช่อ ตนเองและเพื่อนๆ ชาวประมงทั้งหมู่บ้านและใกล้เคียง ต่างนำเรือออกมาจับแมงกะพรุนขาย ซึ่งเป็นวิถีของชาวประมงตามปกติ ซึ่งสามารถสร้างเงินให้กับครอบครัวได้พอควร แต่หากเทียบกับการวางอวนจับปลา วางลอบจับปู แล้ว การจับแมงกะพรุนยังไม่สามารถทำรายได้เทียบเท่ากัน แต่ตนเองก็จะตักแมงกะพรุนขายจนกว่าจะหมดไปจากทะเลอ่าวช่อDCIM100MEDIAด้านนายชัชวาล วุฒิเมธี นักวิชาการ สำนักงานประมงจังหวัดตราด กล่าวว่า แมงกะพรุนลอดช่องที่พบบริเวณทะเลอ่าวช่อ คาดว่าน่าจะลอยมาตามกระแสน้ำจากอ.คลองใหญ่ จนถึงทะเลอ่าวช่อ ประกอบกับสภาพแวดล้อม อุณหภูมิที่เหมาะสม ทำให้แมงกะพรุนลอดช่องมีปริมาณจำนวนมาก ส่วนอันตรายที่อาจจะเกิดจากแมงกะพรุนลอดช่องนั้น ค่อนข้างน้อยหรือน้อยมาก หากเทียบกับแมงกะพรุนไฟหรือแมงกะพรุนกล่อง แต่หากผู้ใดเกิดอาการแพ้ให้ใช้น้ำส้มสายชูล้างก็จะหายเป็นปกติ201610031525555-20041020151344

ที่มา>>>ข่าวสด