สลด!ลุงวัย 57 ว่ายน้ำไม่เป็นแต่ลงช่วยรื้อผักตบชวา น้องสาวไม่เห็นกลับบ้านไปตามเจอศพจมลำห้วย

เมื่อวันที่ 29 ก.ย. พ.ต.ต.พรชัย ประพิณ สารวัตรสอบสวน สภ.ศรีบุญเรือง จ.หนองบัวลำภู รับแจ้งเหตุมีผู้จมน้ำเสียชีวิตบริเวณลำห้วยกุดหาน หลังโรงเรียนบ้านหนองผือ จึงนำกำลังเจ้าหน้าที่และประสานหน่วยกู้ภัย รุดไปตรวจสอบ201609291845241-20030217085629ที่เกิดเหตุบริเวณลำกุดหานพบชาวบ้านยืนรออยู่ สอบสวนทราบว่าผู้ที่จมน้ำหายไปคือ นายเวที รักษาศิล อายุ 57 ปี อยู่บ้านเลขที่ 112 ม.11 บ้านหนองผือน้อยพัฒนา ต.หนองแก หลังจากไปช่วยงานลอกผักตบชวาและวัชพืช ที่ลำห้วยกุดหาน ที่ชาวบ้านช่วยกันรื้อผักตบชวาและวัชพืชในน้ำเมื่อวันที่ 28 ก.ย. ที่ผ่านมา โดยน้องสาวผู้สูญหายมาบอกกับชาวบ้านว่า ไม่เห็นนายเวทีกลับบ้านหลังจากไปช่วยงานลอกผักตบตั้งแต่เมื่อวาน

เมื่อทราบเหตุจึงได้แจ้งให้หน่วยกู้ภัยมูลนิธิธรรมรัศมีมณีรัตน์ (กู้ภัยมังกร) เขตอ.ศรีบุญเรือง ร่วมออกตรวจสอบและค้นหานานกว่า 1 ชม. จึงพบศพนายเวทีจมน้ำอยู่บริเวณกลางลำห้วย พร้อมประสานแพทย์เวร รพ.ศรีบุญเรืองร่วมชันสูตรศพ

จากการสอบถามชาวบ้านได้ความว่า เมื่อวันที่ 28 ก.ย ที่ผ่านมา หมู่บ้านระดมชาวบ้านช่วยกันรื้อผักตบชวาและวัชพืชในลำห้วย ผู้ตายว่ายน้ำไม่เป็น แต่ยังมีจิตอาสาเข้าร่วมกับชาวบ้าน กระทั่งเวลาประมาณ 10.00 น. ของเมื่อวาน ผู้ตายแยกตัวออกจากกลุ่มเดิม บอกว่าจะไปสมทบกับชาวบ้านอีกกลุ่มที่อยู่เหนือลำห้วยขึ้นไป แล้วก็ไม่มีผู้ใดพบเห็นอีกจนกระทั่งวันนี้ น้องสาวผู้ตายไปบอกผู้ใหญ่บ้านว่ายังไม่เห็นผู้ตายกลับบ้าน จึงช่วยกันออกค้นหาและมั่นใจว่าจะอยู่ในลำห้วย จนกระทั่งพบศพดังกล่าว

ทั้งนี้ คาดว่าผู้ตายซึ่งว่ายน้ำไม่เป็น ขณะเดินลุยน้ำไปอีกด้านหนึ่งเกิดพลัดตกลงในบริเวณน้ำลึก โดยไม่มีใครเห็นจนเสียชีวิตดังกล่าว ทางญาติไม่ติดใจสาเหตุการเสียชีวิต ขอรับศพกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

หนุ่มพิเรนทร์เอาห่วงเหล็กสวม “เจ้าโลก” เกิดติดแหง็ก 2 วัน ต้องหามส่งรพ.ผ่าตัดด่วน

เว็บไซต์ เซี่ยงไฮ้อิสต์ ของจีนรายงานเหตุน่าสะพรึงของหนุ่มจากกว่างซีจ้วงของจีน ซึ่งต้องทรมานกับห่วงเหล็ก หลังจากติดค้างรอบอวัยวะเพศนานถึง 2 วัน ก่อนถูกนำส่งรักษาที่โรงพยาบาลเป็นการด่วน โดยทีมแพทย์และนักดับเพลิงทำการผ่าตัดฉุกเฉินนาน 90 นาที จึงสามารถเอาห่วงเหล็กออกมาได้ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 13 ก.ย.ที่ผ่านมา

ขณะที่ชาวโซเชี่ยลมีเดียแห่ชมและแชร์คลิปอย่างล้นหลาม พร้อมตั้งข้อสงสัยว่าทำไมต้องเอาห่วงไปสวมตรงนั้น แถมชมนักดับเพลิงว่าทำได้ทุกอย่างตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบ

ที่มา>>>ข่าวสด

ประกาศตามหาไก่สุดรัก “เจ้าบุญรอด” ฉลาดแสนรู้ เป็นต้นแบบตัวการ์ตูน

โลกโซเชี่ยลมีการแชร์ภาพและข้อความจาก เพจ ชีวิตนี้ดีออก ซึ่งได้ประกาศตามหาไก่ พร้อมกับแจ้งว่าหากใครพบจะให้เงินรางวัล 2,000 บาท โดยระบุว่าเลี้ยงเหมือนสุนัขตัวหนึ่งและมีความผูกพันธ์กันมาก

โดยระบุว่า “ฝากเพื่อนๆ น้องๆ แฟนเพจแชร์ให้หน่อยนะครับ บุญรอด เป็นไก่จริงๆ มันมาอยู่กับพวกเราตั้งแต่ยังเป็นลูกเจี๊ยบ ที่ชื่อบุญรอดเพราะตอนเด็กๆมันเป็นลูกเจี๊ยบตัวเดียว ที่รอดพ้นเงื้อมมือของสุนัขที่แอบเข้ามาในรั้วก่อสร้างสำนักงานของพวกเรา มันน่ารัก มันเป็นแรงบันดาลใจของผมและของน้องๆทุกคนในสำนักงานเล็กๆของเรา มันคือที่มาของเจ้าบุญรอด ใน Banana&Rose นิทานในจินตนาการของผม

มันเหมือนลูกหมาน้อยในความรู้สึกของพวกเรา มันจะวิ่งมารับเราทุกเช้าที่เราเดินเข้ามาหลังรั้วก่อสร้างสำนักงานเรา มันคือรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ ทุกครั้งที่มันวิ่งท่าทางตลกๆจนบางทีก็ลื่นไถล เมื่อเห็นพวกเรามา แต่ตอนนี้มันหายไป…..

เช้านี้ตีห้าครึ่ง…. ช่างในที่ก่อสร้างอาคารเราออกมาดูหลังจากได้ยินเสียงบุญรอด มีสุนัขสีขาวตัวใหญ่กัดรั้วตาข่ายเข้าไปในกรงบุญรอด ไปถึงกรงก็ไม่มีมันแล้ว ไม่มีคราบเลือดที่กรง ตอนเจ้าหมาสีขาววิ่งออกไปมันก็ไม่ได้คาบอะไรในปาก พวกเรา เลือก ที่จะเชื่อว่าบุญรอดยังไม่ตาย มันคงตกใจและบินหนีไปที่ไหนสักแห่ง…
เรากลัวว่าใครจะจับมันไปถ้าเอามันไปเลี้ยงเราจะยินดี ไม่โกรธ มันเป็นไก่ไข่ ออกไข่ให้เราทุกวันวันละฟอง มันชอบมาทานอาหารในมือเรา นอนข้างๆเรา เวลาฝนตกก็ชอบมาด้อมๆมองๆเพื่อขอเข้ามาในสำนักงานด้วย อย่าทำร้ายมัน อย่าเอามันไปกิน มันน่ารักเกินกว่าที่จะถูกเอาไปทำเป็นอาหาร มันถูกสร้างมาเพื่อเป็นเพื่อน เป็นแรงบันดาลใจ เป็นจินตนาการ และพวกเรารักมันเหลือเกิน ถ้าเจอมัน เอามาให้เรา เพื่อให้เรื่องราวของบุญรอด ยังดำเนินต่อไป….ทั้งในจินตนาการและในชีวิตจริงของเรา”

aaa

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อไปยังผู้ประกาศ คุณปุ้ย เปิดเผยว่า เบื้องต้นไก่ตัวนี้น่าจะโดนสุนัขคาบไปกินแล้ว เพราะได้สอบถามจากแม่ค้าที่อยู่ละแวกนั้น มีคนเห็นเหมือนสุนัขคาบไป โดยที่นำเรื่องนี้มาประกาศเพราะรู้สึกผูกพันธ์ เลี้ยงกันมาเหมือนลูกสุนัขตัวหนึ่ง ซึ่งไก่ตัวนี้เป็นของคนงานก่อสร้าง เมื่อย้ายออฟฟิตมาอยู่จึงเลี้ยงต่อมาได้ 9 เดือนแล้ว และมีการเขียนการ์ตูนเป็นละครมาจากไก่ตัวนี้ด้วย

ที่มา>>>ข่าวสด

เพลงใหม่ “แอน มิตรชัย” แดนซ์กระจาย แต่เจอวิจารณ์ทำไมเพลงอินเตอร์แต่สำเนียงลูกทุ่ง!?

ปล่อยเอ็มวีเพลงภาษาอังกฤษเพลงใหม่มาเรียบร้อย สำหรับเพลง Dance Like We’re Crazy ที่นักร้องสาว “แอน มิตรชัย” ออกลีลาแดนซ์อย่างสนุกสนาน แต่เพียงแค่วันเดียว ก็มีดราม่าเล็กๆ เสียแล้ว เมื่อชาวเน็ตหลายคน พากันวิจารณ์ว่า เพลงนี้เป็นเพลงภาษาอังกฤษ แต่สำเนียงของสาวแอนเหมือนร้องเพลงลูกทุ่งมากกว่า5554787อย่างไรก็ตาม ชาวเน็ตหลายคนยังแสดงความคิดเห็นว่า เรื่องของสำเนียงไม่น่าใช่ปัญหา เพราะการร้องเพลงภาษาอังกฤษไม่จำเป็นต้องสำเนียงเป๊ะอย่างเจ้าของภาษา แต่สำเนียงไทยก็มีเอกลักษณ์ไปอีกแบบ แต่ฟังแล้วจะเปรี้ยงแค่ไหนงานนี้ต้องพิสูจน์ด้วยตัวเอง7800025999998887736999889877758889898870000

ที่มา>>>ข่าวสด

ฮือฮาทั้งสุพรรณ!เจอขุนแผนตัวจริง “ลุงเช็ง” วัย 71 ปีมีเมีย 4 คน เปิดใจการใช้ชีวิตกว่า 40 ปี

เมื่อวันที่ 28 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีคคุณลุงวัย 71 ปี ชาวบ้านอำเภอสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี ชาวบ้านรู้จักกันดีต่างเรียกกันว่า “ลุงเช็ง” เป็นคนมีเสน่ห์ของแท้ ในทุกๆวันลุงเช็งและศรีภรรยา จะนำเรือโบราณ พานักท่องเที่ยวมาชมตลาดสามชุกร้อยปี โดยล่องเรือชมวิถีชีวิตริมน้ำท่าจีน และพาไปชมบ้านเรือนไทยของตัวเองที่เก่าแก่มานานกว่า 100 ปี ที่เปิดเป็นโอมสเตย์ และพิพิธภัณฑ์บ้านเรือนไทยสาคร ที่ถูกรวบรวมเรื่องราวในอดีตมาไว้ที่นี่ จนแทบไม่น่าเชื่อว่าที่สามชุกยังมีอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาดไปเที่ยวชม201609280108071-20160615150820ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปตรวจสอบข้อเท็จจริง ยังบ้านเรือนไทยสาคร ตั้งอยู่เลขที่ 13 หมู่ที่ 1 ต.สามชุก อ.สามชุก จ.สุพรรณบุรี เป็นบ้านเรือนไทยหมู่ขนาดใหญ่ อยู่รวมกันหลายหลังเชื่อมต่อกันเป็นแนวยาวกว่า 16 หลัง มีความเก่าแก่อายุไม่ต่ำกว่า 100 ปี ซึ่งเป็นความคิดริเริ่มของ นายสุจิตต์ เล่ห์จันทร์พงษ์ หรือ ลุงเช็ง อยากทำบ้านเรือนไทยสาครหลังนี้ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว201609280108072-20160615150820เรือนไทยสาครแห่งนี้ เดิมเป็นบ้านของคุณแม่สาคร เล่ห์จันทร์พงษ์ (แม่ของลุงเช็ง) เดิมมีอาชีพขายข้าวและถ่านตลาดสามชุกในอดีต ภายในมีห้องจัดแสดงในอดีต อาทิ ร้านตัดผม ห้องฉายหนัง ร้านก๋วยเตี๋ยว ร้านโชห่วย ร้านซ่อมนาฬิกา ร้านกาแฟโบราณ ร้านตัดเย็บเสื้อผ้า มีของเก่าโบราณให้ได้ชม ย้อนวันวานไปในอดีต มีมุมถ่ายรูปที่น่าสนใจมาก201609280108074-20160615150820ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ลุงเช็งเป็นที่รู้จักของชาวบ้านแถวนี้ เพราะลุงเช็งมีภรรยาถึง 4 คน ซึ่งอยู่ในครอบครัวเดียวกัน ใช้ชีวิตร่วมชายคาเดียวกันมานานกว่า 40 ปี โดยภรรยาของคุณลุงเช็งแต่ละคนก็ช่วยลุงเช็งทำมาหากิน ช่วยกันคิดริเริ่ม ทำบ้านเรือนไทยสาครหลังนี้ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว เชิงวัฒนธรรม เป็นแหล่งเรียนรู้วิถีชีวิตและชมเรื่องราวในอดีต โดยก็ทำมาแล้วกว่า 10 ปี ซึ่งที่ผ่านมาก็มีนักท่องเที่ยวแวะเวียนหมุนเวียนมาเรื่อยๆ201609280118131-20160615150820ลุงเช็ง เล่าว่า ตนมีภรรยา 4 คน ซึ่งอยู่กินกันอย่างเปิดเผย โดยภรรยาแต่ละคนจะเรียกกันว่า แม่ 1 แม่ 2 แม่ 3 แม่ 4 ที่ผ่านมาก็มีหลายคนถามว่า ใช้ชีวิตกันอย่างไร อยู่บ้านเดียวกัน เพราะบางคนก็ไม่เข้าใจ และเกิดความสงสัย ตนจึงอยากบอกว่า ตนโชคดีที่มีภรรยาดี และมีความเข้าใจซึ่งกันและกัน โดยภรรยาทั้ง 4 คน ก็รักกันเหมือนพี่น้อง ที่ผ่านมาไม่มีทะเลาะกันและยอมรับซึ่งกันและกัน โดยภรรยาแต่ละคนก็จะแบ่งหน้าที่กันทำ ช่วยเหลืองานกันในบ้าน201609280108078-20160615150820โดยแม่ 1 และแม่ 2 จะช่วยกันดูแลบ้านทำความสะอาดบ้าน เรื่องอาหารการกินหุงหาอาหาร ส่วนแม่ 3 และแม่ 4 จะช่วยกันเป็นฝ่ายประชาสัมพันธ์ของบ้านเรือนไทยสาคร ทั้งรับนักท่องเที่ยว พาชม และบริหารจัดการ เรื่องโปรแกรมท่องเที่ยว ซึ่งที่ผ่านมาก็มีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวชมเรื่อยๆ จนถึงทุกวันนี้ ส่วนเรื่องที่ตนมีอายุ 71 ปี แต่หลายคนยังทักมายังดูหนุ่มแข็งแรง ตนก็ดูแลตัวเอง โดยจะออกกำลังกายทุกวัน ปลูกผัก ทำสวน และที่สำคัญคือ ทานน้ำกระชายดำเป็นประจำทุกวัน โดยตนเป็นคนทำเอง เอากระชายดำมาปั่นและคั้นน้ำสดๆ ก็ทานทุกวัน ตั้งแต่หนุ่มๆจนถึงปัจจุบัน201609280118133-20160615150820“หลายคนที่ถามถึงว่าทำไมมีภรรยาหลายคน ส่วนตัวก็อยากจะบอกว่า ผมก็ไม่ได้อยากให้ใครมาเอาแบบอย่างหรือทำตาม และผมก็ไม่ได้มีเคล็ดลับอะไร เพราะครอบครัวแต่ละคนไม่เหมือนกัน ส่วนคนในครอบครัวของผมมีความรักและความเข้าใจกันดี เคารพในการตัดสินใจ ซึ่งกันและกัน โดยปัจจุบันภรรยา 4 คน และลูกๆรวม 5 คน ซึ่งก็โตมีงานมีการทำหมดแล้ว ทุกคนก็รักกันและเข้าใจกันดี และมาช่วยกันดูแลบ้านเรือนไทยหลังนี้ เป็นอย่างดี อยู่กันอย่างอบอุ่น มีความสุขดี” ลุงเช็ง กล่าว201609280108073-20160615150820ผู้สื่อข่าว ได้พูดคุยกับบรรดาภรรยาของลุงเช็งทั้ง 4 คน ซึ่งทุกคนเป็นคนน่ารัก และเปิดใจถึงเรื่องราวชีวิต ภรรยาคนที่ 1 นางสมทรง เชื้อสาคู อายุ 66 ปี กล่าวว่า ตนเป็นภรรยาคนแรกของลุงเช็ง ตอนแรกที่รับรู้ว่า ลุงเช็งมีภรรยาคนที่ 2 ก็รู้สึกโกรธเหมือนกัน แต่พอลุงเช็งพาแม่ 2 มาพบ ตนก็ใจอ่อนและก็เปิดใจพูดคุยกัน จึงยอมรับและตัดสินใจให้มาเป็นครอบครัวเดียวกัน ต่อมาพอมาถึงแม่ 3 แม่ 4 ตนก็ไม่ได้รู้สึกโกรธอะไรแล้ว พูดไปพลางหัวเราะ เพราะสามารถยอมรับได้ โดยความรู้สึกก็เอ็นดูน้องๆทุกคนเหมือนเป็นพี่น้องเป็นเพื่อนกันจริงๆ และอยู่ด้วยกันแบบสันติ ดูแลกันไป เปรียบเสมือนคนในครอบครัวเดียวกัน ที่ผ่านมาก็มีหลายคนถามตนว่า รับได้อย่างไร ซึ่งตนคงให้ข้อคิดเห็นไม่ได้ เพราะแต่ละคนใช้ชีวิตไม่เหมือนกัน และมีความคิดความรู้สึกไม่เหมือนกัน สำหรับตนลุงเช็งเป็นคนดี เป็นสามีและพ่อที่ดี ดูแลภรรยาและลูกๆดีทุกคน ให้ความรัก ความเอาใจใส่ ขยันทำมาหากิน มีความรับผิดชอบ จนสร้างฐานะมั่นคง ตนจึงพอใจแล้ว201609280108077-20160615150820ด้าน ภรรยาคนที่ 2 นางแฉล้ม หนูทอง อายุ 62 ปี กล่าวว่า ตนก็รู้สึกว่าครอบครัวของพวกเราอบอุ่น ช่วยกันดูแลกันไป ช่วยกันทำมาหากิน ไม่ได้มีเรื่องทะลาะวิวาท หรือเรื่องที่ทำให้ไม่สบายใจ และแม่หนึ่งก็ดูแลตนดีมาโดยตลอดเปรียบเหมือนพี่สาวคนหนึ่ง201609280118132-20160615150820ภรรยาคนที่ 3 นางคำ แสนปงผาบ อายุ 58 ปี กล่าวว่า ตนเองก็มีหน้าที่เป็นฝ่ายประชาสัมพันธ์ ของบ้านเรือนไทยสาคร เวลาใครมาเที่ยวบ้านเรือนไทยสาคร ก็จะคอยพาชมและดูแล นักท่องเที่ยว ซึ่งภรรยาของลุงเช็งแต่ละคนก็มีการแบ่งหน้าที่กันไป ช่วยกันทำมาหากิน ตลอดระยะที่อยู่ด้วยกัน จึงรู้สึกอบอุ่น

ส่วน ภรรยาคนที่ 4 นางอมรรัตน์ เนียมดี อายุ 46 ปี กล่าวว่า ตนเป็นภรรยาคนที่ 4 ตอนที่เข้ามาที่บ้านใหม่ๆก็รู้สึกกดดัน แต่ พี่ๆทุกคนก็ไม่ได้ว่าอะไร มีแต่ให้ความรัก ความเมตตา กับตนเสมอมา ตนมีหน้าที่เป็นมัคคุเทศน์พาชมบ้านเรือนไทยสาคร โดยจะไปพบปะกับนักท่องเที่ยวที่ตลาดสามชุก และชักชวนมาเที่ยวที่บ้าน โดยลุงเช็งจะเป็นคนขับเรือ พอมาถึงบ้านก็จะมีพี่ๆ อีกสามคนช่วยกันดูแลนักท่องเที่ยว ซึ่งที่ผ่านมาก็ช่วยกันทำมาหากิน ทุกคนก็รักใครกันดี ไม่เคยทะเลาะกัน เวลาใครคนใดคนนึงไม่อยู่บ้าน ก็จะคิดถึงกัน เป็นห่วงเป็นใยกัน เหมือนเป็นพี่น้องกัน เหมือนถูกชะตากัน จะว่าไปเหมือนบุพเพสันนิวาศให้พวกเราได้มาใช้ชีวิตอยู่รวมกันได้ และอยู่ด้วยกันมีความสุขดี

ด้านลูกชายลุงเช็ง กล่าวว่า ครอบครัวเราอยู่กันแบบมีความสุขดี ทุกคนให้ความเคารพซึ่งกันและกัน พ่อเป็นเสาหลักของครอบครัวดูแลทุกคนเป็นอย่างดี หลายคนอาจมองแตกต่างกันไป ก็แล้วแต่มุมมอง แต่คนในครอบครัวของพวกเรามีความเข้าใจและรักกันดี เป็นครอบครัวที่อบอุ่น

นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี ผู้ซึ่งได้มาเที่ยวชมที่บ้านเรือนไทยสาครแห่งนี้ ได้ กล่าวว่า ตนในฐานะผู้ชาย พอมาได้ฟังเรื่องราวของลุงเช็งแล้ว ก็ได้แอบแซวขนานนามให้ไปแล้ว ว่านี่แหละบ้านขุนแผนเมืองสุพรรณตัวจริงเลย เพราะลุงเช็งใช้ชีวิตกับภรรยาทั้งสี่คนที่บ้านเรือนไทยหลังนี้ เป็นวิถีชีวิตมานานแล้ว และทั้งหมดก็ช่วยกันพัฒนาบ้านเรือนไทยอายุเก่าแก่กว่า 100 ปี ให้กลับมามีชีวิตชีวา เป็นพิพิธภัณฑ์ที่เก็บรวบรวมเรื่องราวในอดีตให้ชวนถวิลหา ได้อย่างน่าสนใจ มีมุมถ่ายรูปมากมาย เหมาะแก่การมาท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก จึงอยากเชิญชวนให้ทุกคนมาเที่ยวกัน ส่วนเรื่องลุงเช็งมีภรรยา 4 คน คงไม่ขอออกความเห็น เพราะเป็นเรื่องส่วนตัว แต่ สำหรับตนขอมีภรรยาแค่คนเดียวพอ ไม่กล้า เหมือนลุงเชง นายวีระศักดิ์กล่าวพร้อมหัวเราะ

นางธัญภา นิโครธานนท์ ผอ.ททท.สำนักงานสุพรรณบุรี กล่าวว่า บ้านเรือนไทยสาครแห่งนี้ เป็นบ้านเรือนไทยมีอายุเก่าแก่กว่า 100 ปี ที่อยู่ริมน้ำท่าจีน โดยนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมาท่องเที่ยวที่ตลาดสามชุก และเชื่อมโยงมาเที่ยวต่อที่บ้านเรือนไทยสาคร โดยมีการล่องเรือชมวิถีชีวิตริมฝั่งแม่น้ำท่าจีน สัมผัสวิถีชีวิตริมน้ำและมาชมความดั้งเดิมของบ้านเรือนไทยหมู่ ที่ด้านในเก็บรวบรวมเรื่องราวในอดีตจนถึงปัจจุบันไว้อย่างน่าสนใจ

สำหรับผู้ที่สนใจมาท่องเที่ยวบ้านเรือนไทยสาครเรือนไทยสาคร สามารถนั่งเรือเอี้ยมจุ๊นโบราณ ชมบรรยากาศสองฝั่งแม่น้ำท่าจีน แวะเยี่ยมชมเรือนไทยสาคร สัมผัสวิถีชีวิตแบบไทยๆ โดยไปขึ้นท่าเรืออยู่ที่ ซอย 3 สามชุกตลาดร้อยปี ใช้ เวลาไป-กลับประมาณ 40 นาที เพียงท่านละ 50 บาท ติดต่อ 086-751-2686 หรือการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานสุพรรณบุรี 035-525-880, 035-525-867

ที่มา>>>ข่าวสด

แห่ชื่นชม!! พระจังหวัดพังงา ใช้เชือกโรยตัวลงไปเก็บเศษไม้ลอยติดใต้สะพาน แต่กลับถูกข่มขู่

วันที่ 27 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าช่วงต้นเดือนที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันได้เกิดพายุฝนกระหน่ำจังหวัดพังงาอย่างหนักจนทำให้น้ำป่าไหลหลากหลายอำเภอตั้งแต่อำเภอตะกั่วป่า, อำเภอกะปง, อำเภอท้ายเหมือง จนทำชาวบ้านและพระภิกษุสงฆ์ได้รับความเดือดร้อน ขณะเดียวกันได้มีการแชร์ภาพลงในโลกโซเชียลเป็นเหตุการณ์ที่พระสงฆ์รูปหนึ่ง ใช้เชือกมัดกับราวสะพานปืนลงไปเก็บเศษไม้และต้นไม้ ที่ลอยมาตามน้ำแล้วไปติดอยู่บริเวณสะพานวัดลุมพินี หมู่ 4 ต.นาเตย อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา ท่ามกลางกระแสน้ำเชี่ยวกรากs__10854415ผู้สื่อข่าวเดินทางไปตรวจสอบพบพระสงฆ์รูปดังกล่าวคือพระสมยศ อธิจิตโต พระลูกวัดลุมพินี ที่โรยตัวเองผลักดันกิ่งไม่ไป่ ลำต้นไม้ไผ่ ออกจากบริเวณลำคลองวัดลุมพินี พร้อมเผิดเผยว่า เป็นคนเดียวกับที่ปรากฎอยู่ในรูป ซึ่งอาตมาทำมาแล้วหลายปี และก็เต็มใจทำ ไม่มีใครใช้ให้ทำ ปีนี้ลงไปในคลองทำมาสองครั้งแล้ว แต่มาโดนหนามต้นปาล์ม แทงที่บริเวณส้นเท้าข้างขวา จนได้รับบาดเจ็บ ชาวบ้านข้างวัดก็ออกมาช่วยเหลือ ซึ่งเป็นชาวฟิลิปปินส์ที่มาทำพิซซ่าขาย คอยช่วยเหลือบ่อยครั้ง ส่วนผู้ใหญ่บ้านในตำบลไม่ได้มาช่วยเหลืออะไร ทั้งที่ขี่รถจยย.ผ่านไปผ่านมาบ่อยครั้ง รวมทั้งนักการเมืองท้องถิ่นด้วย อาตมาไม่มีเจตนาที่จะเรียกร้องอะไรกับใคร ที่เป็นข่าวฮือฮาเป็นเพราะชาวบ้านเขาทนไม่ไหว

ขณะที่นายสุวรรณ พรหมแก้ว อายุ 54 ปี อยู่บ้านเลขที่ 88/1 หมู่ 3 ต.นาเตย อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า น้ำในลำคลองวัดลุมพินี ปีนี้สูงมากจนทำเขื่อนแนวตลิ่ง ถูกกัดเซาะ ส่วนพระที่ช่วยรื้อถอนเศษไม้ที่ติดเตาหม้อสะพาน พระท่านทำดีมาตลอดและขยันมาก ตอนนี้ได้ข่าวว่ามีผู้หลักใหญ่ข่มขู่คุกคาม ตนเองอยู่ข้างวัดก็สงสารพระท่านเช่นกัน แต่คิดว่าพระท่านทำดีต้องมีคนใหญ่คุ้มครองs__10854413s__1085441412328

ที่มา>>>ข่าวสด

เหยื่อลุงโหด!! ดช.3ขวบถูกเตะน่วม-ต้องอุ้มส่งรพ. แฉโดนมา5ครั้ง ดญ.9ขวบพี่สาวเฝ้าน้อง

เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 27 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีเด็กชาย อายุ 3 ขวบ ถูกทำร้ายใบหน้าบวมปูดต้นขาขวาหัก นอนเข้าเฝือกรักษาตัวอยู่ที่ หอผู้ป่วยศัลยกรรมกระดูก โรงพยาบาลปทุมธานี ต.บางปรอก อ.เมือง จ.ปทุมธานี โดยมีนายแพทย์มณเฑียร เพ็งสมบัติ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลปทุมธานี นางวรภัทร แสงแก้ว หัวหน้ากลุ่มงานสังคมสงเคราะห์ทางการแพทย์ศูนย์พึ่งได้ OSCC โรงพยาบาลปทุมธานี พร้อมพยาบาลเข้าเยี่ยมอาการและดูแลรักษา เบื้องต้นเด็กอาการดีขึ้น201609270757567-20050222192603โดยน้องยอด (นามสมมติ) อายุ 3 ขวบ สภาพต้นขาขวาหัก นอนเข้าเฝือกอยู่ที่รพ. มีพี่สาววัย 9 ขวบ เรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ต้องหยุดเรียนมาเฝ้าดูแลน้องชาย เนื่องจากแม่วัย 38 ปี ต้องไปทำงานเป็นกระเป๋ารถเมล์สาย 33 ปทุมธานี-สนามหลวง ซึ่งครอบครัวของน้องยอด ต้องอาศัยอยู่บ้านลุง อายุ 50 ปี เลียบคลองวัดโคก ต.บางปรอก อ.เมือง จ.ปทุมธานี เนื่องจากลุงติดยาเสพติดมีนิสัยดุร้ายโมโหง่าย เมื่อไม่พอใจอะไรก็จะลงไม้ลงมือกับน้องยอดเป็นประจำ เนื่องจากน้องยอดจะพักอยู่บ้านคนเดียว พี่สาวจะไปเรียนหนังสือ ส่วนแม่จะต้องไปทำงาน จนชาวบ้านใกล้เคียงทนไม่ไหว แต่ก็ไม่กล้าที่จะยื่นมือช่วยเหลือ หลายครั้งน้องยอดถูกทำร้ายจนหูตาปูดต้องพาส่งโรงพยาบาล แต่ก็ต้องกลับมาอาศัยบ้านลุงเป็นที่พักอาศัย เนื่องจากแม่ของน้องยอดมีฐานะยากจน จึงต้องยอมทนอยู่ต่อไป จนล่าสุดถูกแตะจนต้นขาหักและได้เข้าแจ้งความเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดี201609270757566-20050222192603จากการสอบถาม นายแพทย์มณเฑียร เพ็งสมบัติ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลปทุมธานี กล่าวว่า ทางโรงพยาบาลปทุมธานีได้รับน้องยอดถูกทำร้ายร่างกายจากคนในครอบครัว โดยเป็นผู้ที่ติดยาเสพติด ชอบทำร้ายเด็ก โดยน้องยอดถูกทำร้ายจนต้องเข้ามารักษาที่ รพ.ปทุมธานีจำนวน 5 ครั้งแล้ว ซึ่งก่อนหน้านี้บาดเจ็บเพียงเล็กน้อย แม่พามาให้แพทย์ดูและรับยาแล้วกลับบ้าน แต่ครั้งนี้รุนแรงมาก ถูกทำร้ายจนกระดูกต้นขาขวาหัก ซึ่งต้องใช้ระยะเวลารักษาประมาณ 2 เดือน ถึงจะหายเป็นปกติ201609270757563-20050222192603ส่วนนางวรภัทร แสงแก้ว หัวหน้ากลุ่มงานสังคมสงเคราะห์ทางการแพทย์ศูนย์พึ่งได้ OSCC โรงพยาบาลปทุมธานี กล่าวว่า การช่วยเหลือต่อไปจะเป็นส่วนของการคุ้มครองสวัสดิภาพ ความเป็นอยู่ของน้องยอดต่อจากนี้ เบื้องต้นแม่ของน้องได้ดำเนินการแจ้งความที่ สภ.เมืองปทุมธานี เป็นที่เรียบร้อยแล้ว สงเคราะห์ครอบครัวและคุ้มครองสวัสดิภาพของเด็ก ในระยะยาวครอบครัวจะดูแลเด็กคนนี้ได้อย่างไรให้ปลอดภัย ที่ผ่านมาคนที่ทำร้ายเด็กนั้น แม่ของเด็กก็พึ่งพิงด้านที่อยู่อาศัย เพราะฉะนั้นถือว่าเป็นผู้ที่ใกล้ชิดมีอิทธิพลต่อครอบครัว ซึ่งที่ผ่านมาได้ทำร้ายน้องยอดหลายครั้งมาก แต่แม่ของน้องไม่กล้าแจ้งความดำเนินคดี เนื่องจากมีภาวะต้องพึ่งพากันอยู่ แต่ว่าครั้งนี้น้องถูกทำร้ายอาการหนักมากเกินไป เพื่อนบ้านใกล้เคียงก็ไม่กล้าห้ามและดำเนินการใด หลังจากนี้จะให้ทีมสหวิชาชีพ แพทย์ นักจิตวิทยา นักสังคม อัยการ ตำรวจ ครู เพื่อช่วยคุ้มครองเด็กและดูแลสวัสดิภาพในระยะยาว

กรณีที่พบเห็นเด็กถูกทำร้ายหรือถูกกระทำด้วยความรุนแรงในที่สาธารณะ ให้รีบเข้าไปช่วยเหลือเด็กทันทีเพื่อให้การทำร้ายนั้นยุติ และเด็กได้รับความปลอดภัย แต่ทั้งนี้ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของตนเองด้วย ประชาชนทั่วไปตระหนักถึงความสำคัญของปัญหาความรุนแรงในการที่จะไม่ยอมรับ ไม่นิ่งเฉย และไม่กระทำความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และความรุนแรงในครอบครัว รวมถึงการแจ้งศูนย์ช่วยเหลือสังคม OSCC โทร 1300 ตลอด 24 ชม. เมื่อพบเห็นเหตุการณ์ความรุนแรง หมายเหตุ นางวรภัทร แสงแก้ว ศูนย์พึ่งได้ OSCC รพ.ปทุมธานี 098-9262636

ที่มา>>>ข่าวสด

สะดุ้งตื่น!! น้ำทะลักเข้ารถถึงหน้าอก พี่ชายเปิดประตูว่ายขึ้นฝั่ง-น้องชายจมหายไปกับรถ

เมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 27 ก.ย. ร.ต.ท.วสันต์ เพิ่มพูล รอง สว.(สอบสวน) สน.คันนายาว รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถยนต์ตกลงคลองพระยาสุเรนทร์ และมีผู้สูญหายภายในน้ำ บริเวณถนนเลียบวงแหวนกาญจนาภิเษก แขวงออเงิน เขตสายไหม กทม. จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยนักประดาน้ำ อาสาสมัครมูลนิธิปอเต็กเติ๊ง และอาสาสมัครมูลนิธิร่มไทร กว่า 10 นายs__2285586ที่เกิดเหตุอยู่บริเวณใต้สะพานข้ามคลองพระยาสุเรนทร์ พบชาวบ้านและอาสาสมัครฯ กำลังช่วยเหลือนายชัยยศ โชติมโนธรรม อายุ 50 ปี สภาพร่างกายและเสื้อผ้าเปียกน้ำ โดยรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ว่าให้ช่วยเหลือน้องชายที่ติดภายในรถเก๋งที่จมหายไปทั้งคันอยู่ในคลองดังกล่าว จากนั้นนักประดาน้ำจึงลงค้นหาซากรถเก๋งที่จมคลอง แต่ไม่พบผู้ใดติดอยู่ภายในs__2285580เจ้าหน้าที่จึงกระจายกำลังช่วยกันค้นหาบริเวณรอบที่เกิดเหตุโดยใช้เวลานานประมาณ 2 ชั่วโมง กระทั่งพบศพนายชัยนำ โชติมโนธรรม อายุ 47 ปี อยู่ แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กทม. สภาพศพสวมเสื้อยืดคอกลมสีเขียว กางเกงขายาวสีดำ สวมรองเท้าหนังสีดำเพียงข้างซ้าย ตรวจสอบตามร่างกายไม่พบบาดแผล เจ้าหน้าที่จึงนำศพส่งสถาบันนิติเวชฯ รพ.ภูมิพล จากนั้นจึงได้กู้ซากรถเก๋งยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีออส สีขาว ทะเบียน ณษ 2469 กรุงเทพมหานครs__2285591สอบสวนนายชัยยศ พี่ชายผู้ตายให้การว่า น้องชายทำงานเป็นพนักงานบริษัทเกี่ยวกับโรงพิมพ์ ก่อนเกิดเหตุได้ขับรถเก๋งมารับตนไปรับประทานอาหาร ย่านพระยาสุเรนทร์ จากนั้นเวลาประมาณ 23.30 น. หลังรับประทานอาหาร ตนรู้สึกมีอาการมึนเมา จึงขออาศัยติดรถน้องชายกลับบ้านด้วย ขณะนั้นฝนตกหนักมาก ตนขึ้นรถแล้วเผลอหลับไป จู่ๆได้ยินเสียงรถกระแทกและมีน้ำไหลเข้ามาภายในรถ จนน้ำท่วมถึงหน้าอก ตนจึงพยายามเปิดประตูออกมาและว่ายน้ำขึ้นฝั่งทันที ส่วนน้องชายตนไม่รู้ว่าหายไปไหน จึงขอความช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ให้ช่วยค้นหา กระทั่งพบน้องชายจมน้ำเสียชีวิตดังกล่าว71689ด้าน ร.ต.ท.วสันต์ กล่าวว่า เบื้องต้นคาดว่าผู้ตายคงจะขับรถเลี้ยวตรงจุดยูเทิร์นผิดเนื่องจากบริเวณใต้สะพานทางกลับรถไม่มีเครื่องกั้นข้างทาง ประกอบกับช่วงเวลาดังกล่าวมีฝนตกหนัก จึงมองไม่เห็นเส้นทางทำให้รถวิ่งพุ่งตกลงคลองจมทั้งคัน อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะต้องสอบสวนนายชัยยศ พี่ชายผู้ตายอย่างละเอียดอีกครั้งเพื่อจะได้ทราบสาเหตุที่แท้จริงต่อไป71687

ที่มา>>>ข่าวสด

สกัดจับวุ่นกระบะพาคนเจ็บหนีหลังจยย.ซิ่งมาชนท้ายร่างกระเด็น ที่แท้จะพาไปหาหมอ

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 25 ก.ย. สมาคมนักวิทยุสมัครเล่นกู้ภัยจังหวัดอ่างทอง รับการประสานเหตุจากทางศูนย์วิทยุ 191 ตำรวจภูธรจังหวัดอ่างทอง ให้ช่วยกันสังเกตและสกัดจับรถกระบะยี่ห้อมิตซูบิชิ ไทรทัน สีดำ หมายเลขทะเบียน บจย884 กำแพงเพชร ซึ่งเกิดเหตุชนกับรถจักรยานยนต์บนถนนสายเอเซีย ช่วงหลักกิโลเมตรที่ 45 ต.บ้านใหม่ อ.มหาราช จ.พระนครศรีอยุธยา และมีผู้ได้รับบาดเจ็บกระเด็นติดกระบะรถมาด้วย201609251651092-20110111132303ซึ่งหลังเกิดเหตุรถคันดังกล่าวได้ขับด้วยความเร็วเข้ามาในเขตจังหวัดอ่างทอง ทางถนนสายเอเชีย (ขาขึ้นนครสรรค์) หลังรับแจ้งจึงสมาคมนักวิทยุสมัครเล่นกู้ภัยจังหวัดอ่างทอง จึงประสานลูกข่ายโซนเอเชียและลูกข่ายจุดไชโย ให้ช่วยกันสังเกตและติดตาม จนกระทั่งมาพบว่ารถคันดังกล่าวขับมาจากเขตเมืองกำลังจะเข้าเขตอำเภอไชโย จึงขับรถตามและสามารถช่วยกันสกัดรถคันดังกล่าวไว้ได้ ที่บริเวณแยกบางศาลา ต.ชัยฤทธิ์ อ.ไชโย จ.อ่างทอง ก่อนที่จะแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ไชโย จ.อ่างทอง มาตรวจสอบ201609251651091-20110111132303จากการตรวจสอบพบว่า บริเวณหลังกระบะรถคันดังกล่าวนั้น มีร่องรอยการถูกชนที่บริเวณด้านท้ายรถจนไฟท้ายหลังด้านซ้ายแตก ที่กระบะท้ายรถพบร่างของนายธนาสันต์ ขันทองชัย อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 69/3 หมู่ที่ 1 ต.หนองบัวใต้ อ.เมืองตาก จ.ตาก นอนบาดเจ็บอยู่ เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงเข้าไปตรวจสอบพบว่า ได้รับบาดเจ็บที่บริเวณใบหน้า และคางแตก จึงเรียกให้รู้สึกตัว และทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลอ่างทอง201609251651095-20110111132303จากการสอบถามนายสมพงษ์ หงส์เวียงจันทร์ อายุ 48 ปี ชาวจังหวัดนครสวรรค์ คนขับรถกระบะ กล่าวว่า ระหว่างที่ตนขับรถพาครอบครัวและญาติๆ มาตามถนนสายเอเชียมุ่งหน้าจะกลับบ้านที่จังหวัดนครสวรรค์ เมื่อขับมาถึงที่เกิดเหตุจู่ๆ นายธนาสันต์ขี่รถจักรยานยนต์มาชนท้ายรถของตนอย่างแรง จนร่างของนายธนาสันต์นั้นกระเด็นขึ้นมาบนกระบะรถของตน ซึ่งขณะนั้นตนไม่รู้จะทำอย่างไร จึงขับรถต่อมาโดยนำร่างของนายธนาสันต์มาด้วย เพื่อที่จะมาวิ่งหาโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้เคียง เพื่อจะนำตัวนายธนาสันต์ส่งให้ทำการรักษา ตนไม่ได้มีเจตนาที่จะขับรถหนีแต่อย่างที่เข้าใจกัน เพียงแต่ตนเป็นคนต่างถิ่น จึงไม่รู้ว่าโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้เคียงนั้นอยู่ตรงไหน จึงได้แต่ขับรถมาเรื่อยๆ จนกระทั่งมาถูกสกัดไว้ได้

ด้านนายธนาสันต์นั้น หลังถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลยังมีมีอาการมึนงง นึกไม่ออกว่าไปเกิดเหตุได้อย่างไร ซึ่งเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้รอให้นายธนาสันต์นั้นฟื้นตัวเสียก่อน จึงจะได้เข้าไปสอบสวนต่อไป

พ.ต.ท.พลากร สกุลปิยะเทวัญ สารวัตรสอบสวน สภ.มหาราช จ.พระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า หลังเกิดเหตุทางสภ.มหาราช ซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่ได้รับแจ้งว่ามีเหตุรถกระบะคันดังกล่าว เกิดเหตุชนกับรถจักรยานยนต์แล้วหลบหนี มุ่งหน้าไปยังจังหวัดอ่างทองโดยมีคนเจ็บติดไปด้วย ซึ่งหลังรับแจ้งทาง สภ.มหาราช จึงได้ประสานมายังศูนย์วิทยุ 191 ของตำรวจภูธรจังหวัดอ่างทอง ให้ช่วยแจ้งลูกข่ายให้ช่วยกันสกัดจับ

จนกระทั่งมาสกัดจับได้ที่เขต อ.ไชโย จ.อ่างทอง แต่เมื่อเข้าตรวจสอบกลับพบว่า แท้จริงแล้วคนขับรถกระบะไม่ได้มีเจตนาขับรถหนีแต่อย่างใด เพียงแต่ว่าหลังเกิดเหตุคนขับรถจักรยานยนต์ได้กระเด็นขึ้นมาบนรถกระบะและมีอาการบาดเจ็บ ทางคนขับรถกระบะซึ่งเป็นคนต่างพื้นที่ ไม่ทราบว่าจะทำอย่างไร จึงตัดสินใจขับรถแล้วพาคนเจ็บมาด้วย เพื่อจะขับมาหาโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้เคียง ส่งตัวให้แพทย์รักษา แต่ยังไม่ทันเจอโรงพยาบาล ก็มาถูกสกัดไว้ก่อน ส่วนผู้บาดเจ็บ ซึ่งเป็นคนขี่รถจักรยานยนต์นั้นได้รับบาดเจ็บ และยังคงอยู่ในอาการมึนงง ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้รอให้อาการดีขึ้น ก่อนที่จะเข้าสอบสวนต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

ลำน้ำชีเอ่อล้นหนุนบึงละหานท่วมอีก 2 อำเภอ ระทึกช่วยชาวบ้าน 5 คนติดน้ำป่า

เมื่อวันที่ 26 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ฝนที่ตกหนักในจ.ชัยภูมิทำให้น้ำไหลหลากสู่ลำชีเริ่มเอ่อล้นทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนไร่นาประชาชนกว่า 18,000 ไร่ ติดรอยต่อในหลายตำบลของ อ.จัตุรัส จ.ชัยภูมิ และต.ละหาน ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนกว่า 600 หลังคาเรือน ใน 5 หมู่บ้าน ของหมู่ที่ 2, 10, 13, 16 และหมู่ที่ 17 ตั้งแต่กลางดึกวันที่ 23 ก.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งระดับน้ำยังท่วมสูงต่อเนื่องไม่หยุดกว่า 1-2 เมตร เป็นวันที่ 4 แล้ว1474860196103ล่าสุดระดับน้ำจากลำน้ำชียังคงทะลักหนุนบึงละหาน และล้นเอ่อเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน ระดับน้ำยังคงหนุนสูงต่อเนื่อง ทางเจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบเบื้องต้นแล้ว ในส่วนของเขตพื้นที่ อ.เนินสง่า จ.ชัยภูมิเมื่อคืนที่ผ่านมา เกิดมวลน้ำป่าไหลหลากจากคลองชลประทานหนองแขม เอ่อเข้าท่วมพื้นถนนและเข้าท่วมบ้านชาวบ้านแล้วที่หมู่ 5 หมู่ 11 รวม 2 หมู่บ้านในเขตตำบลตาเนิน อ.เนินสง่า จ.ชัยภูมิ1474860218278ขณะที่เมื่อคืนที่ผ่านมาเกิดเหตุระทึกเมื่ออาสาฯมูลนิธิสว่างคุณธรรมได้รับแจ้งจากชาวบ้านต.ห้วยแย้ อ.หนองบัวระเหว จ.ชัยภูมิว่า มีชาวบ้าน 5 คน ข้ามลำน้ำชีออกไปเก็บเห็ด ในบริเวณป่าสันเขาอำเภอหนองบัวระเหว แล้วกลับมาหาทางออกไม่ได้ จนช่วงเวลา 19.00 น. ทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงระดมพลอาสาฯ จุดหนองบัวระเหวออกค้นหาและช่วยเหลือ การค้นหาเป็นไปด้วยความยากลำบาก เพราะฝนได้ตกกระหน่ำลงมาอย่างหนัก จนกระแสน้ำชีไหลล้นทะลักเข้าท่วมไร่นาเป็นบริเวณกว้าง เจ้าหน้าที่ต้องรอให้ฝนหยุดตกแล้วจึงนำเรือข้ามไปรับที่บริเวณป่าเหวขาด วัดถ้ำมังกร ที่บ้านโนนสังข์ ต.บ้านบัว อ.เกษตรสมบูรณ์ จ.ชัยภูมิ และนำชาวบ้านทั้ง 5 รายข้ามฝั่งมาได้อย่างปลอดภัย14748602119911474860228412

ที่มา>>>ข่าวสด